Welcome to Nakornthon Hospital - Bangkok, Thailand
หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
วัคซีนเสริม..จำเป็นจริงหรือ?

 

บทความโดย พญ.ณัฐชนัญ  กลางกัลยา

 

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า วัคซีนเสริมมีความจำเป็นสำหรับลูกน้อยจริงหรือไม่ ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับวัคซีนเสริม แต่ละชนิดกันว่ามีประโยชน์ในการป้องกันโรคในด้านใดบ้าง

 

วัคซีนโรต้าป้องกันโรคอุจจาระร่วง
            เชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus) เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของโรคอุจจาระร่วงในเด็ก คิดเป็นร้อยละ 30-60 ของไวรัสทั้งหมดที่เป็นสาเหตุของอุจจาระร่วงที่ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลพบบ่อยในเด็ก 6 เดือน ถึง 2 ปี โรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 1-3 วัน เด็กจะมีอาการไข้ ปวดท้อง อาเจียนและถ่ายเป็นน้ำ อาการไข้และอาเจียนมักพบมากใน 2-3 วันแรก รวมระยะเวลาของโรคประมาณ 3-8 วัน บางรายมีภาวะขาดน้ำรุนแรง การหยอดวัคซีนโรต้าสามารถป้องกันได้ร้อยละ 70-90  โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนอาการมักไม่รุนแรง โดยให้ 2 ครั้ง เมื่ออายุ 2 และ 4 เดือน

 

 

วัคซีนป้องกันโรคปอดบวมไอพีดี

            โรคไอพีดี คือ โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุกล้ำ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เชื้อนิวโมคอคคัสก่อให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ปอดอักเสบ และก่อให้เกิดการติดเชื้อรุกล้ำรุนแรง  ได้แก่ การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง การติดเชื้อในกระดูกและข้อ และการติดเชื้อในกระแสเลือดปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี 2 ชนิด คือ ชนิด 10 สายพันธุ์ และ 13 สายพันธุ์ โดยให้ 4 ครั้ง เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดือนและฉีดกระตุ้นที่อายุ 12-15 เดือน

 

 วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

            โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส InfluenzaVirus มีอยู่ 3 สายพันธุ์  คือ ชนิด A, B และ C มีระยะฟักตัว 1-4 วัน ทำให้เกิดอาการของระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบน (จมูกและคอ) และอาจแพร่กระจายไปยังทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลมและปอด) โดยมักมีไข้สูง ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียมากในเด็กเล็ก เด็กที่มีภูมิต้านทานไม่สมบูรณ์อาจมีโรคแทรกซ้อนได้ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนเข้าฤดูที่มีการระบาด (ฤดูฝนและฤดูหนาว) และฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกปี เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง และป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในแต่ละปี ควรฉีดวัคซีนในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่

 

 วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส

            โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัส Varicella-Zoster Virus (VZV) ทำให้มีอาการไข้ ผื่นหลายระยะขึ้นบริเวณผิวหนัง ระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน แพร่กระจายผ่านฝอยละอองของน้ำลายหรือสัมผัสรอยโรคบริเวณผิวหนัง จึงเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย ระบาดได้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กโตที่ไปโรงเรียน การติดเชื้อในเด็กโตและในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบได้ โรคอีสุกอีใสสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวัคซีน โดยในเด็กอายุ 1-12 ปี ภายหลังการให้วัคซีนอีสุกอีใสเข็มแรก จะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นร้อยละ 90-95 และหลังจากกระตุ้นในเข็มที่สองภูมิคุ้มกันขึ้นเป็นร้อยละ 99 โดยอีสุกอีใสในเด็กที่ได้รับวัคซีนมักมีอาการน้อย

 

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดเชื้อในระบบประสาทจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อ ไวรัสเรบีส์ (Rabies) ซึ่งเป็นไวรัสก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก หนู ค้างคาว รวมถึงคนด้วย สามารถติดต่อสู่คนได้ด้วยการถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด ข่วน เลีย น้ำลายกระเด็นเข้าทางตา ปากหรือผิวหนังที่มีบาดแผล ผู้ป่วยจะมีไข้ เพลีย ปวดศีรษะ มีอาการทางระบบประสาท โคม่าและเสียชีวิตในที่สุด โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ในผู้ที่มีความเสี่ยงการฉีดวัคซีนก่อนการสัมผัสเชื้อ จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการฉีดวัคซีนหลังสัมผัสเชื้อ โดยการฉีดก่อนสัมผัสเชื้อต้องฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ในวันที่ 0, 7 และ 21 หรือ 28 หลังจากนั้นอีก 1 ปีควรฉีดกระตุ้นอีก 1 ครั้ง

 

 วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

          โรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสHPV (Human Papillomavirus) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อเนื้อเยื่อบุผิวบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านมในหญิงไทย และเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การป้องกันการติดเชื้อด้วยการฉีดวัคซีนเป็นแนวทางการป้องกันโรคได้ดีที่สุด โดยควรฉีดตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และร่างกายอยู่ในวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ควรฉีดในเด็กอายุ 9 - 26 ปี ข้อมูลในเด็กผู้ชายนั้นสามารถป้องกันโรคหูดหงอนไก่ และมะเร็งทวารหนักได้ด้วยในเด็กหญิงช่วงอายุ 9-15 ปี สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้งแต่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการฉีด 3 ครั้ง

 

 

วัคซีนเสริม..จำเป็นจริงหรือ?

โรค มือ-เท้า-ปาก (Hand Foot and Mouth Disease : HFMD)

โรคท้องเสียในเด็ก

โรคไข้หวัดใหญ่ Influenza

ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ลูกรัก

เทคนิคการดูแลเด็กปฏิเสธอาหาร

คุณเป็นพ่อแม่แบบไหน??

เลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้

ความสัมพันธ์ดี เริ่มได้ที่คุณพ่อคุณแม่

คุณเป็นพ่อแม่แบบไหน??

โรคสมาธิสั้น คืออะไร

การให้อาหารตามวัยสำหรับทารก

อาการที่พบได้บ่อยในเด็กทารก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์สุขภาพเด็ก ชั้น 2
โทร. 0-2450-9901 (เบอร์ตรง)
หรือ 0-2450-9999 ต่อ 1121, 1122 (เด็กป่วย)
                             1132, 1133 (เด็กสุขภาพดี)

 

หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.