หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
การรักษาด้วยวิธีวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy)

 บทความโดย :  พญ. วราลี ผดุงพรรค

กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้

 

            โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ แล้วมีปฏิกิริยาต่อสิ่งนั้นไวหรือมากกว่าคนปกติ หลักการรักษาโรคภูมิแพ้จึงเน้นที่ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และใช้ยาควบคู่กันไป  แต่สารก่อภูมิแพ้ทุกชนิดก็หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร และเชื้อราจึงทำให้โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่ไม่หายขาด

 

การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้คืออะไร

            เป็นวิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์วิธีหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์คือให้ร่างกายผู้ป่วยสร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้ได้เอง โดยใช้วัคซีนที่เตรียมจากสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้ เช่น แพ้ไรฝุ่น ก็ใช้วัคซีนไรฝุ่น  แพ้สุนัข ใช้วัคซีนที่เตรียมจากขน/รังแคสุนัข

วิธีการรักษา คือ ฉีดวัคซีนเข้าใต้ผิวหนังบริเวณแขนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วงแรกนาน 5-6 เดือน (Build up phase) ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์โดยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณของวัคซีนทีละน้อยตามลำดับจนได้ขนาดสูงสุดเท่าที่ผู้ป่วยจะรับได้ (Target dose) จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มระยะห่างของการฉีดวัคซีนออกไปเป็นทุกๆ 2 , 3 และ 4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นคงระดับสูงอยู่ได้ตลอดเวลาและฉีดต่อเนื่องเดือนละครั้งนาน 3-5 ปี (Maintenance phase) จึงจะพิจารณาหยุดฉีดได้

 

ผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้

1.       ผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis), โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis), โรคหืดจากภูมิแพ้ (Allergic asthma) โดยพิจารณาในผู้ป่วย ดังนี้

            1.1 ผู้ที่มีอาการมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน

            1.2 ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคจากการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว, ผู้ที่ไม่

                 ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา

            1.3 ผู้ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ตนแพ้ได้

            1.4 ผู้ที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาควบคุมอาการ

            1.5 ผู้ป่วยที่มีความต้องการไม่อยากใช้ยาควบคุมอาการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะยาวนาน

       2.  การแพ้แมลงชนิดรุนแรง (Hymenoptera anaphylaxis) ได้แก่ ผู้ที่โดน แมลง ชนิดผึ้ง ต่อแตน หรือมดคันไฟต่อย แล้วมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หมดสติ หายใจไม่ออก หน้าบวม มีผื่นทั้งตัว เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้หากโดนต่อยซ้ำอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ การฉีดวัคซีนจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานและลดความรุนแรงของการแพ้ลง

       3. โรคผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Atopic dermatitis) ในรายที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรงที่พบว่ามีการแพ้สารก่อภูมิแพ้ทางอากาศ เช่น ไรฝุ่น รังแคสุนัข แมว และแมลงสาบ

  

ข้อดีของการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้

1. เป็นการรักษาที่ต้นเหตุให้หายจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้โดยตรง เช่น กรณีผู้ป่วยที่แพ้ไรฝุ่น การฉีดวัคซีนต่อไรฝุ่น จะทำให้ผู้ป่วยหายจากการแพ้ไรฝุ่นได้ ต่างจากการใช้ยารักษาที่เป็นการรักษาปลายเหตุ คือ ลดการอักเสบที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

 2. อาการของโรคจะดีขึ้นประมาณร้อยละ 70-90 ขึ้นอยู่กับชนิดของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ถ้าผู้ป่วยแพ้ไรฝุ่นมักได้ผลดี และขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย

3. ในผู้ป่วยที่ตอบสนองดีสามารถหยุดยาที่ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้ทั้งหมด ส่วนในบางรายมีโอกาสลดยาที่ใช้ควบคุมอาการโรคภูมิแพ้และลดผลข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดจากยาที่ใช้ได้

4. ผู้ที่มีอาการของโรคหืดร่วมกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ การฉีดวัคซีนจะช่วยให้อาการของทั้งโรคภูมิแพ้และโรคหืดทุเลาลง

5. รายที่มีอาการโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แต่ยังไม่มีอาการของโรคหืด การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้มีการศึกษาพบว่าช่วยลดโอกาสการเกิดเป็นโรคหืดในอนาคตได้

 

ข้อควรระวังของการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้

1. มีโอกาสเกิดการแพ้ชนิดรุนแรง (Systemic reaction) จากวัคซีนที่ฉีดได้เช่นเดียวกับการแพ้ยาฉีดชนิดอื่น โดยอาจก่อให้เกิดอาการผื่นทั่วตัว คันคอ ไอหรือหอบหืด ลมพิษ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเดิน กล่องเสียงบวมเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ และอาจช็อคได้ ดังนั้น หลังการฉีดวัคซีนต้องสังเกตอาการที่โรงพยาบาล 30 นาทีทุกครั้ง

2. มีโอกาสเกิดอาการบวม แดง ร้อน คัน ที่บริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีนได้ (Local reaction)

3. มีโอกาสกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้วมากขึ้น เช่น คัน จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา หอบ โดยมักพบในช่วงเริ่มต้นของการรักษาด้วยวัคซีน

4. อาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือน กว่าจะเห็นผลการรักษา และต้องฉีดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 
3-5 ปี

5. ต้องระมัดระวังในการรักษาในผู้ที่ใช้ยาบางประเภทเป็นประจำ เช่น ยารักษาโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง (Beta-blocker, ACEI)

6. ในรายที่ฉีดวัคซีนแล้วไม่ได้ผลดี โดยได้ฉีดต่อเนื่องกันมาเกินระยะ 1 ปีแล้วและได้ตรวจสอบแก้ไขสาเหตุต่างๆจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีข้อผิดพลาด แสดงว่าการรักษาโดยวิธีนี้ไม่ได้ผลสำหรับผู้ป่วยรายนั้นจึงควรพิจารณาหยุดฉีดได้

 


การรักษาด้วยวิธีวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy)

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ควรดูแลสุขภาพอย่างไรในช่วงฤดูหนาว

การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy)

การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง (Skin prick test)


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ภูมิแพ้ ชั้น 2
โทร. 0-2450-9999 ต่อ 1148, 1149

 

หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.