หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
มะเร็งสตรี......ที่ผู้หญิงต้องระวัง

 บทความโดย : ศูนย์สุขภาพสตรี

 

                       ดังที่ทราบกันดีโรคมะเร็ง เป็นโรคที่ไม่มีใครปรารถนาที่จะให้เข้ามากล้ำกรายในชีวิตของตนเอง หรือคนที่เรารัก แต่ทั้งนี้ เราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในสภาวะปัจจุบัน เพราะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะมีการถ่ายทอดมาตามพันธุกรรมก็ตาม แต่ปัจจัยภายนอกก็มีผลต่อการเกิดมะเร็ง  ได้แก่ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด การได้รับสารก่อมะเร็งจากมลภาวะ ปัจจัยเหล่านี้มีเพิ่มมากขึ้นทำให้เราต้องตระหนักถึงการดูแลคนที่เรารักให้ห่างไกลมะเร็ง

            สำหรับเดือนสิงหาคมปีนี้ ที่เรานับเป็นเทศกาลวันแม่ ทุกคนคงอยากให้คุณแม่ของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง และอยู่กับเราไปนานๆ โดยการตรวจสุขภาพคุณแม่เกี่ยวกับมะเร็งที่เราควรต้องป้องกัน

  ü การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปีละ 1 ครั้ง

  ü การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วย Mammogram & Ultrasound ทุก 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับอาการ

มาทำความรู้จัก โรคมะเร็งในผู้หญิงกันดีกว่าค่ะ

1.       มะเร็งปากมดลูก

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกโดยปกติสาเหตุของการเกิดมะเร็งหลายชนิดนั้นเราไม่ทราบสาเหตุ มักจะทราบแต่เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดหรือเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก อันได้แก่

-         เพศสัมพันธ์ พบว่าสตรีที่มีเพศสัมพันธ์เร็ว มีคู่เพศสัมพันธ์หลายคน จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกค่อนข้างสูง

-         การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อไวรัสเริม, เชื้อไวรัสHVP เป็นต้น

-         สารบางอย่าง เช่น ฮอร์โมน DES, สาร Alkalate, รังสีรักษา เป็นต้น

-         อื่น ๆ เช่น อายุวัยกลางคน  สถานะทางสังคมไม่ดี เป็นต้น

อาการแสดงเริ่มต้น

-         ระดูขาวมากผิดปกติ

-         เลือดออกขณะหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ และภายหลังมีเพศสัมพันธ์

-         ไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น (ผู้มีความเสี่ยงต้องควรตรวจภายในทุก 6 เดือน)

การรักษา

-         ระยะเริ่มแรกก่อนเป็นมะเร็ง การรักษาอาจจะเป็นแค่ใช้ไฟฟ้า เลเซอร์ หรือความเย็นจี้ทำลายเซลล์ที่กำลัง จะเป็นมะเร็งที่ปากมดลูก หรืออาจจะทำการตัดปากมดลูกออกและเย็บกลับคืนตามเดิม

-         ระยะแรกของมะเร็งปากมดลูก เซลล์มะเร็งจำกัดอยู่เฉพาะที่ปากมดลูก ยังไม่แพร่ไปอวัยวะใกล้เคียง การรักษาคือ การผ่าตัดเอามดลูกออก และอาจต้องเลาะเนื้อเยื่อและต่อมน้ำเหลืองข้างมดลูกออกด้วย เพื่อป้องกัน เซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายออกมาได้

-         ระยะลุกลาม โดยเซลล์มะเร็งจะลุกลามไปอวัยวะใกล้เคียง เช่น ตัวมดลูก รังไข่ ต่อมน้ำเหลือง กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ลำไส้ใหญ่ ตลอดจนเยื่อบุช่องท้อง เป็นต้น การรักษาในระยะนี้จะใช้รังสีรักษา

เป็นหลัก อาจร่วมกับการให้เคมีบำบัดด้วย

 

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ซึ่งปัจจุบันการฉีดวัคซีนเอชพีวีสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิดที่ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูกได้ กล่าวคือเมื่อได้รับวัคซีนแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และสามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ปากมดลูก

การฉีดวัคซีนเอชพีวี ควรฉีด 3 เข็ม เข็มที่สอง ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน เข็มที่สาม ห่างจากเข็มที่สอง 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงควรฉีดวัคซีนในเด็กผู้หญิงอายุ 10-12 ปีขึ้นไป (ก่อนการมีเพศสัมพันธ์) และในผู้หญิงที่ไม่เคยติดเชื้อเอชพีวีมาก่อน อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าวัคซีนจะป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ 100% เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุจากเชื้อเอชพีวีชนิดอื่นได้อีก

 

2. มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดในผู้หญิง ด้วยอัตราร้อยละ 37 ของมะเร็งทั้งหมด เพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยง ซึ่งดีกว่าการรักษานั่นคือการป้องกัน

ü ทำได้ด้วยการหมั่นตรวจคลำเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ 

ü หรือผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40-45 ปีขึ้นไปควรตรวจคัดกรองโดยแพทย์ด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถตรวจเจอมะเร็งเต้านมได้ในระยะเริ่มแรก เพราะยิ่งรู้เร็ว ย่อมรักษาได้ทันท่วงที และหายขาดได้ หรือแม้จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเต้านมทั้งหมด การสร้างเต้านมใหม่โดยนำผิวหนังกล้ามเนื้อและไขมันมาสร้างเป็นเต้านม ทำให้คนไข้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจ มีความสุข ปราศจากปมด้อยเกี่ยวกับหน้าอก เป็นผลดีทั้งสุขภาพกายและใจ

สาเหตุของมะเร็งเต้านม (Etiology) ส่วนใหญ่แล้วไม่ทราบ แต่มีหลายปัจจัยที่เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เต้านม เช่น เพศหญิง (จะเป็นมากกว่าชาย 100:1)

-         อายุ  (ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเสี่ยงมากขึ้น)

-         มีญาติเป็นมะเร็ง เต้านมตั้งแต่อายุน้อย (<40ปี)

-         ประจำเดือนเริ่มมาตั้งแต่อายุน้อย (<12ปี)

-         หมดประจำเดือนช้า (>55ปี)

-         มีลูกคนแรกเมื่ออายุมากขึ้น (>30ปี)

-         การกินยาฮอร์โมนวัยทองหรือยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน

-         เคยได้รับการฉายรังสีที่หน้าอก

อาการและอาการแสดงของมะเร็งเต้านม

-         คลำพบก้อนในเต้านม

-         มีของเหลวออกจากบริเวณหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเลือดจะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง

-         มีความผิดปกติของผิวหนังบริเวณเต้านม โดยผิวหนังมีลักษณะคล้ายผิวส้ม หรือมีรอยบุ๋มที่ผิวหนัง หรือเต้านมผิดรูปร่างไปจากเดิม

-         ความผิดปกติของหัวนม เช่น เป็นแผลที่หัวนม

-         เจ็บเต้านม (ก้อนมะเร็งส่วนใหญ่มักไม่เจ็บ)

-         ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่สามารถตรวจพบได้จากการทำแมมโมแกรม (Mammography)  หรืออัลตร้าซาวด์ (Ultrasound)วิธีการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมโดยแพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจเต้านม ร่วมกับการส่งตรวจทางรังสีวิทยา ได้แก่

                                                                 i.      แมมโมแกรม(Mammography)สามารถตรวจพบ มะเร็งขนาดเล็กที่ยังไม่สามารถคลำได้ แต่ไม่เหมาะกับการทำในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปี เนื่องจากเนื้อเต้านมยังแน่น จึงอาจทำให้มองก้อนหรือสิ่งผิดปกติได้ไม่ชัด

                                                               ii.      อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound)มักทำร่วมกับแมมโมแกรม ในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปีแนะนำให้ทำอัลตร้าซาวด์เพียงอย่างเดียว

3. มะเร็งรังไข่

            ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเป็นมะเร็งรังไข่ แต่สันนิษฐานได้ว่าเกิดจากการผิดปกติที่ถ่ายทอดของพันธุกรรม โดยจะพบมากในกลุ่มครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มสตรีที่ใช้ยากระตุ้นการตกไข่

อาการของโรคมะเร็งรังไข่  ไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่หากเป็นอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ เช่นท้องอืดเฟ้อบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน  และมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ

แนวทางการรักษาของโรคมะเร็งรังไข่

คือ ผ่าตัด ร่วมด้วยการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของโรคที่เซลล์มะเร็งเป็นชนิดรุนแรงและ/หรือเมื่อมีโรคลุกลามแล้ว ส่วนรังสีรักษาจะใช้ในกรณีเมื่อมีโรคแพร่กระจายเพียงเพื่อช่วยบรรเทาอาการ

การผ่าตัดผ่านช่องท้องเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ที่จะทำให้แผลเล็ก และฟื้นตัวได้เร็ว การผ่าตัดวิธีนี้จะช่วยลดระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาล เหลือเพียง 2-3 วันเท่านั้น แต่จะมีค่าใช้จ่ายที่แพงว่าวิธีการผ่าตัดผ่าหน้าท้อง

 

 

 

สนใจเข้ารับปรึกษาเรื่องการผ่าตัดผ่านช่องท้อง สอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลนครธน


มะเร็งสตรี......ที่ผู้หญิงต้องระวัง

เรียนรู้วิธีการบีบเก็บน้ำนม

ผลดีจากการให้นมบุตร

คัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมด้วย NIFTY

อัลตร้าซาวด์ 4D


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 2
โทร. 0-2450-9941 (เบอร์ตรง)
หรือ 0-2450-9999 ต่อ 1167, 1168
หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.