หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
โรคหูชั้นนอกอักเสบ

บทความโดย : แพทย์หญิงจุฑามาส สุวัฒนภักดี

แพทย์เฉพาะทางประจำศูนย์ หู คอ จมูก

หลายท่านคงเคยประสบปัญหาน้ำเข้าหูมาแล้ว ซึ่งอาจเกิดระหว่างการว่ายน้ำ อาบน้ำหรือสระผม เป็นต้น ทำให้เกิดอาการหูอื้อ รู้สึกเหมือนมีเสียงน้ำอยู่ในหู บางครั้งทำให้การได้ยินลดลงและก่อให้เกิดความรำคาญ หลายท่านพยายามจะเอาน้ำออกจากหู ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ตะแคงศีรษะแล้วตบที่หู เอาน้ำหยอดไปอีกครั้งเพื่อให้น้ำเต็มหูและออกมาเอง หรือบางคนใช้ไม้แคะหูปั่นหูเพื่อเอาน้ำออกจนเกิดแผลถลอกและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบตามมาได้ บางครั้งอาจเกิดเป็นภาวะหูชั้นนอกอักเสบหรือ Otitis externa ในบางครั้งก็เกิดจากการว่ายน้ำทำให้มีภาวะที่หูชั้นนอกอักเสบตามมา หรือที่เรียกว่า “Swimmer Ear” นั่นเอง

สาเหตุของหูชั้นนอกอักเสบ

โดยปกติสรีระร่างกายทางธรรมชาติ รูหูส่วนนอกมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคต่างๆ และสิ่งแปลกปลอมผ่านเข้าไปได้ แต่ก็มีปัจจัยหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้การป้องกันนี้เสื่อมสภาพลงไปและเกิดอันตรายต่อหูชั้นนอกตามมาได้ คือ

  1. ความเครียดทางอารมณ์ เมื่อเครียดมากเราอาจแสดงออกโดยการใช้นิ้วมือหรือวัตถุอื่นเขี่ยในหู ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยถลอก และเกิดการอักเสบตามมาจากการถลอกหรือรอยแผลนั้น
  2. การแคะหู หรือ เขี่ยขี้หูออก ซึ่งเป็นความเข้าใจของหลาย ๆ คนว่า ขี้หูเป็นสิ่งสกปรก ต้องทำให้หมดไป จึงทำให้ไขมันที่ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังรูหูที่เคลือบอยู่หลุดออกไป และการแคะหูบ่อยๆอาจนำมาซึ่งการอักเสบได้
  3. ความร้อนและความชื้น สภาวะอากาศและอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ เจริญเติบโตได้ดีมากขึ้น
  4. ผู้ที่มีรูหูแคบและขี้หูมาก เมื่อน้ำเข้าหูก็ไม่สามารถระบายออกมาได้ ต้องเช็ดหรือแคะหู ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ
  5. การว่ายน้ำ ดำน้ำ ทำให้ขี้หูถูกละลายออกไป เกิดภาวะเป็นด่างในรูหู เชื้อโรคจึงสามารถเจริญเติบโตได้ดี
  6. โรคทางระบบอื่น ๆ เช่น โรคของระบบต่อมไร้ท่อ โรคเลือด โรคขาดวิตามิน โรคผิวหนังบางชนิด ภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส แพ้เครื่องช่วยฟัง แพ้น้ำยาจากการล้างชิ้นส่วนของแว่นตา ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของรูหูส่วนนอกได้

หูชั้นนอกอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการของหูชั้นนอกอักเสบติดเชื้อ คือ ปวดหู หูอื้อ มีน้ำหรือน้ำเหลืองไหลออกจากหู เมื่อแพทย์ตรวจจะพบมีช่องหูแดง มองเห็นแก้วหูไม่ชัด (ใช้เครื่องมือส่องดูในช่องหู) กดแล้วมีอาการเจ็บบริเวณหน้าใบหู โยกใบหูแล้วเจ็บมากขึ้น

เมื่อน้ำเข้าหูควรทำอย่างไร….และควรพบแพทย์เมื่อไหร่ ?

โดยปกติช่องหูชั้นนอกจะเป็นรูปตัวเอส (S) ฉะนั้นเมื่อมีน้ำเข้าหู แนะนำให้เอียงศีรษะเอาหูข้างที่น้ำเข้าลงต่ำและดึงใบหูให้กางออก โดยดึงขึ้นบนและไปทางด้านหลังเพื่อทำให้ช่องหูอยู่ในแนวตรง ทำให้น้ำสามารถไหลออกมาได้ง่าย ไม่ควรปั่นหรือแคะหูเพราะจะทำให้หูอักเสบ แต่ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวเบื้องต้นแล้วน้ำยังไม่ออกจากช่องหูแนะนำพบแพทย์หูคอจมูก

การตรวจน้ำเข้าหูและหูชั้นนอกอักเสบควรทำอย่างไร ?

ในการตรวจและการดูแลรักษา แพทย์จะส่องตรวจหูด้วยเครื่องมือประเมินการบวมอักเสบของช่องหูว่ามีอาการบวมมากน้อยเพียงใดถ้าพบมีอาการบวมมาก แพทย์มักจะใส่ผ้าก๊อซเล็กๆ (Ear wick) ชุบยาหยอดหูไว้ที่หูชั้นนอกร่วมกับให้ยาหยอดหู เพื่อให้ยาซึมเข้าไปในช่องหูด้านในได้ดีขึ้นและนัดเปลี่ยน Ear wick ประมาณ 2 – 3 วัน ยาที่ผู้ป่วยได้รับ ได้แก่ยาหยอดหู เช่น Sofradex เป็นต้น ในรายที่หูชั้นนอกอักเสบเฉพาะที่ ให้กินยาแก้อักเสบ/ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Penicillin cloxacillin (กรณีผู้ป่วยแพ้ยา Penicillin อาจพิจารณาเลือกใช้ยา Clindamycin แทน) เพื่อครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคส่วนใหญ่ คือ Staphylococcus aureus แต่ถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานหรือมีหูชั้นนอกอักเสบแบบทั่วๆ อาจใช้ยาเป็นกลุ่ม Quinolone เช่น Ciprofloxacin เพื่อครอบคลุมเชื้อ Pseudomonas aeruginosa เป็นต้น

ส่วนยาอื่นๆ มักใช้เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ เช่น อาการปวด ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ทั้งนี้ขึ้นกับอาการ ความรุนแรงของอาการและดุลพินิจของแพทย์หูคอจมูก

ทั้งนี้แพทย์อาจจะนัดตรวจติดตามอาการทุก 2 - 3 วันตามความรุนแรงของอาการและตามดุลพินิจของแพทย์หูคอจมูกจนกระทั่งอาการหายเป็นปกติ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายใน 7 - 14 วัน

 

 

 

 

 
หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.