หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
“ตับแข็ง”ตัวการร้ายทำลายตับ

นอกจากเรื่องของไขมันพอกตับ ก็ยังมีเรื่องสาเหตุอื่นที่ทำให้ตับแข็ง ซึ่งที่พบบ่อย คือ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และ แอลกอฮอล์ หรือการดื่มเหล้า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะโรคตับแข็ง โดยเมื่อเกิดตับแข็ง ก็จะมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับได้ โดยคนที่เป็นตับแข็งในช่วงแรกจะไม่ค่อยมีอาการอะไร ถ้าเกิดตับยังไม่ได้เสียไปจนเยอะ เนื่องจากว่าตับเป็นอวัยวะที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในร่างกาย เพราะฉะนั้นกว่าที่ตับจะเสียหน้าที่จนเกิดอาการตับแข็ง ตับต้องเสียไปเกินกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จึงจะเริ่มมีอาการให้เห็นได้

สำหรับผู้ที่มีอาการตับแข็ง เช่น อาการท้องมาน อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ตาเหลือง ตัวเหลือง ผอม แต่พุงโล ในผู้ชายก็อาจจะมีอาการขนตามตัวร่วง ตรวจร่างกายก็จะพบว่า ตาเหลือง ตัวเหลือง มีนิ้วปุ้ม มีเส้นเลือดขยายตัวที่หน้าอกหรือตามหัวไหล่ เหมือนเป็นเส้นใยแมงมุม เป็นเส้นเลือดฝอยเล็กๆ บางคนก็มีน้ำในท้อง ซึ่งมีโอกาสที่จะติดเชื้อง่าย บางคนก็ภาวะแทรกซ้อน เช่น อาเจียนเป็นเลือดได้

หากอยากจะรู้ว่า เราจะมีโอกาสตับแข็งหรือไม่ เราต้องมาตรวจว่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นตับแข็งหรือไม่อย่างไร เช่น ไขมันพอกตับหรือไม่ เป็นไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ ดื่มเหล้าประจำหรือไม่ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยระยะแรกๆ จะไม่มีอาการใดๆ ส่วนใหญ่จะตรวจพบ หรือทราบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปี เช่น มีค่าตับผิดปกติ ตรวจพบว่า มีไวรัสตับอักเสบบี มีไวรัสตับอักเสบซี หรือ มีไขมันพอกตับ ถ้าติดตามในคนไข้กลุ่มนี้ ก็จะมีการพัฒนาเป็นตับแข็งได้ แต่ถ้าเกิดเรามีความเสี่ยงในโรคกลุ่มนี้ ก็อาจต้องมาคอยตรวจเช็คตับ เป็นระยะ รวมถึงการอัลตร้าซาวด์ตับเป็นระยะๆจะช่วยเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับได้

ปัจจุบันมีการตรวจพังผืดในตับเพื่อตรวจภาวะตับแข็งที่ชัดเจนมากขึ้น คือ การทำอัลตร้าซาวด์ คือ ไฟโบรสแกน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีใช้มาไม่นานนี้ ในช่วงระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นส่วนที่ช่วยวินิจฉัยภาวะตับแข็ง และช่วยดูในเรื่องไขมันในตับได้ด้วย สมัยก่อนหากจะดูว่าตับแข็งรุนแรงมากน้อยเพียงใด จะต้องใช้วิธีการเจาะเนื้อตับออกมาดู โดยใช้เข็มเจาะเนื้อตับออกมา เพื่อให้คุณหมอพยาธิแพทย์อ่านชิ้นเนื้อตับ และดูว่ามีตับแข็งรุนแรงเพียงใด ปัจจุบันเนื่องจากว่า การเจาะชิ้นเนื้อตับมีความเสี่ยงสูง ที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ จึงมีการใช้เครื่องมือไฟโบรสแกนมาทดแทน ซึ่งมีความปลอดภัยขึ้น ได้ผลดีน่าเชื่อถือ

ในกรณีที่ยังไม่มีภาวะตับแข็ง แต่ว่าเป็นอักเสบเรื้อรังระยะต้นหรือเป็นตับแข็งระยะแรก ต้องพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย เช่น ต้องหยุดดื่มเหล้าต้องออกกำลังกาย และต้องคุมอาหาร หากเป็นไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ควรเข้ารับการรักษา ปัจจุบันก็มียาที่ใช้ในการรักษา ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบซี มียาที่ใช้ในการรักษาจนหายขาดได้แล้วถ้ามีภาวะความเสี่ยงเหล่านี้ควรป้องกันไม่ให้เป็นภาวะตับแข็งขึ้นมา

 

สนับสนุนข้อมูลโดย

นพ.สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์

อายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินอาหาร

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนครธน

 
หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.