Welcome to Nakornthon Hospital - Bangkok, Thailand
หน้าแรก | แผนผังเว็บไซต์ | ติดต่อเรา
 


แผนที่โรงพยาบาล
Map Location
ติดตามนครธนผ่าน
Facebook
ติดตามนครธนผ่าน
YouTube
ติดตามนครธนผ่าน
Twitter
เว็บไซต์นครธน
QR code
 
รู้ทันก่อนสาย ภัยร้ายกระดูกพรุน

 

นพ.วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน

แพทย์เฉพาะทางประจำศูนย์กระดูกและข้อ

 

          ตัวเลขของอายุที่เพิ่มมากขึ้นมักสวนทางกับความแข็งแรงของร่างกาย  “กระดูก” ของเราก็เช่นกัน ยิ่งอายุมากขึ้นความแข็งแรงของกระดูกก็ย่อมลดลงเนื่องจากในผู้สูงอายุมีการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวลดลง แต่ผู้สูงอายุส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอาการ เช่น ปวดหลัง หลังค่อม ทำให้ความสูงลดลง จนถึงกระดูกหักง่าย แม้มีอุบัติเหตุ เพียงเล็กน้อย เช่น หกล้มก็ตาม …ถ้าคุณไม่อยากให้โรคกระดูกพรุนมาเยือนในยามแก่ ต้องรู้จักวิธีดูแล ป้องกันกระดูกของเราตั้งแต่วันนี้

 

โรคกระดูกพรุน หมายถึง

ความผิดปกติของกระดูกที่ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ทำให้ผู้นั้นเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักเพิ่มขึ้นโดยความแข็งแรงของกระดูกนี้เกิดจากสองปัจจัยรวมกัน คือ ความหนาแน่นของกระดูก และคุณภาพของกระดูก

  1. ความหนาแน่นของกระดูกสามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูก ในปัจจุบันเครื่องตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูก โดยใช้รังสีเอ๊กซ์ ถือเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก
  2. คุณภาพของกระดูก ประกอบด้วยคุณลักษณะใหญ่ 4 ประการคือ
  • โครงสร้างภายในของกระดูก (Bone micro architecture) หมายถึงโครงสร้างจุลภาคภายในกระดูก ซึ่งมีลักษณะสานต่อกันเป็นร่างแห จากการสาน  ต่อกัน เช่นนี้ทำให้มีความสามารถรับแรงกดอัดได้อย่างมาก
  • การหมุนเวียนของกระดูก (Bone Turnover)
  •  การสะสมการสลายของกระดูก (Damage accumulation)
  • การสะสมแร่ธาตุของกระดูก (Bone mineralization) ขบวนการปรับแต่งกระดูก จะมีทั้งการสลายและการสร้างกระดูก โดยขั้นตอนสุดท้ายของการสร้างกระดูก คือการสะสมแร่ธาตุของกระดูก

 

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน 

  1. กระดูกปกติ (Normal bone) คือกระดูกที่มีค่ามวลกระดูกอยู่ในช่วง 1 ความเบี่ยงเบนมาตรฐานใต้ต่อค่าเฉลี่ยของสตรีวัยเยาว์ที่มีค่ามวลกระดูกสูงสุด 
  2. กระดูกโปร่งบาง (Osteopenia) คือกระดูกที่มีค่ามวลกระดูกอยู่ใต้ต่อค่าเฉลี่ยของสตรีวัยเยาว์ที่มีค่ามวลกระดูกสูงสุด 1- 2.5 หรือต่ำกว่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  3. กระดูกพรุน (Osteoporosis) คือกระดูกที่มีค่ามวลกระดูกอยู่ใต้ต่อค่าเฉลี่ยของสตรีวัยเยาว์ที่มีค่ามวลกระดูก    สูงสุด 2.5 หรือต่ำกว่าของค่าเบียงเบนมาตรฐาน
  4. กระดูกพรุนอย่างรุนแรง (severe or established osteoporosis) คือกระดูกที่มีค่ามวลกระดูกอยู่ใต้ต่อค่าเฉลี่ย  ของสตรีวัยเยาว์ที่มีค่ามวลกระดูกสูงสุดต่ำกว่า 2.5 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานร่วมกับมีกระดูกหัก

 

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสภาวะของกระดูก ประกอบด้วย

  1. โภชนาการ คือการได้รับสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างมวลกระดูก
  2. วิถีชีวิต การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นการสะสมของมวลกระดูก
  3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  4. สภาวะของฮอร์โมนปกติ โดยเฉพาะในผู้หญิง
  5. ปัจจัยทางโภชนาการถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ถ้าเริ่มต้นด้วยกระดูกที่ไม่มีความแข็งแกร่งมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้ง่ายขึ้น การป้องกันที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่วัยที่มีการสะสมของมวลกระดูก ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ปัจจุบันมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับจากอาหารตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น มีความสำคัญต่อความสามารถในการเพิ่มของมวลกระดูกอย่างสูงสุด และต่อความแข็งแรงของกระดูกในวัยผู้ใหญ่

- สำหรับคนไทยได้มีการกำหนดปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันแหล่งอาหารของแคลเซียมแหล่งอาหารที่ดีของแคลเซียม ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งจะได้แคลเซียมทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมจากนมได้ดีกว่าอาหารชนิดอื่น นมจืด 1 กล่องมีปริมาตรโดยประมาณ 200 มิลลิลิตร จะมีแคลเซียมประมาณ 230 มิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่บางคนที่กลัวว่าดื่มนมแล้วจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มหรืออ้วนขึ้น ควรเลือกดื่มนมประเภทพร่องมันเนย แนวทางปฏิบัติในการบริโภคแคลเซียมให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม มีหลายวิธี ถ้าสามารถดื่มนมได้ก็แนะนำให้ดื่มนมเป็นประจำ โดยเด็กและวัยรุ่นควรบริโภคนมวันละ 2-3 แก้ว ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุบริโภควันละ 1-2 แก้ว โดยจะได้รับแคลเซียมประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณที่ต้องการ ถ้าไม่สามารถดื่มนมได้ตามคำแนะนำ ให้หาจากแหล่งอาหาร จากเนื้อสัตว์ ได้แก่ ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก และสัตว์น้ำชนิดอื่น และสัตว์เล็ก หรือผักใบเขียว โดยเฉพาะคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดเขียว

 

แนวทางป้องกัน  วิธีการป้องกันโรคกระดูกพรุนที่ดี คือ

  1. เพิ่มศักยภาพของร่างกายในการสะสมมวลกระดูกให้มากที่สุดโดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่น
  2. ชะลออัตราการสูญเสียมวลกระดูกในช่วงวัยกลางคนและวัยสูงอายุ
  3. การออกกำลังกายที่ถูกต้องช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่หดตัวจะก่อให้เกิดแรงเครียด (Strain) ต่อกระดูก แรงเครียดที่พอเหมาะจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภายในกระดูก ควบคุมมวลกระดูก และโครงสร้างภายใน (Bone configuration) เช่น การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการรำมวยจีน เป็นต้น โดยมีระยะเวลา และความถี่ที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกทั่วไป กล่าวคือ ประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน 3-5วันต่อสัปดาห์ สำหรับการว่ายน้ำหรือการเดินในน้ำสามารถกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกได้บ้าง แต่จะไม่ได้ผลมากเท่ากับการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก การบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่อ และการฝึกทรงตัวเพื่อเพิ่มของมวลกล้ามเนื้อ
  4. ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการล้มได้ง่าย บางรายเกิดกระดูกหักสูญเสียความมั่นใจในการยืน เดิน บางรายไม่ยอมเดินเพราะกลัวจะล้ม ดังนั้นการประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อการล้มจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
  5. นอกจากนี้ควรประเมินความสามารถในด้านต่างๆ ที่มีผลต่อการทรงตัว เช่น การลุกยืน การลงนั่งเก้าอี้ การเคลื่อนย้ายตนเอง และการหมุนตัว ซึ่งเป็นอิริยาบถที่ทำให้ล้มได้ง่าย ในด้านการฟื้นฟูสภาพจะเน้นเรื่องการบริหารให้กล้ามเนื้อแขนและขาแข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อกลุ่มเหยียดข้อเข่าและกล้ามเนื้อกระดกข้อเท้า แก้ไขปัญหาข้อยึดติด ฝึกเรื่องความยืดหยุ่นของข้อต่อ รวมทั้งฝึกการทรงตัวในอิริยาบทต่างๆ เช่น การฝึกก้าวขึ้นบันได และลงบันได การฝึกก้าวขาให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่ล้ม



รู้ทันก่อนสาย ภัยร้ายกระดูกพรุน

การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง

ปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain)

โรคพังผืดกดทับเส้นเอ็นข้อมือ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

การผ่าตัดข้อเทียม (Arthroplasty)

การผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Spinal Surgery)

การผ่าตัดกระดูกและข้อทางกล้องจุลทรรศน์ (Arthroscotic Surgery)


เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์กระดูกและข้อ ชั้น 1
โทร. 0-2450-9980 (เบอร์ตรง)
หรือ 0-2450-9999 ต่อ 1108, 1109

 

หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ร่วมงานกับเรา | ติดต่อเรา | แผนที่ | แผนผังเว็บไซต์
โรงพยาบาลนครธน Contact Center : 0-2450-9999
Copyright : 2010 Nakornthon Hospital. All rights Reseved.