การบริการทางการแพทย์ปัจจุบัน มีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การผ่าตัดไส้เลื่อนเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ปัจจุบันมีวิธีการใช้กล้องวีดีทัศน์มาช่วยทำการผ่าตัด ซึ่งมีความแตกต่างจากการผ่าตัดวิธีเดิมหลายประการ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับโรคไส้เลื่อน และการรักษา ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร
ไส้เลื่อน (Inguinal Hernia)
โรคไส้เลื่อน (Hernai) หมายถึง ภาวะที่ลำไส้เลื่อนออกนอกช่องท้องผ่านผนังช่องท้องที่บอบบาง ตำแหน่งที่ลำไส้จะเลื่อนออกนอกช่องท้องมีหลายแห่ง เช่น ขาหนีบ (Groin Hernia), ผนังหน้าท้อง (Abdomianal Hernia), สะดือ (Umbillical Hernia) และรอยแผลผ่าตัด (Incision Hernia) เป็นต้น

ชนิดของไส้เลื่อน
- ไส้เลื่อนลงอัณฑะ
- ไส้เลื่อนผนังหน้าท้องส่วนล่าง
- ไส้เลื่อนโคนขา
- ไส้เลื่อนแผลผ่าตัด
- สำหรับชนิดอื่น ๆ ยังมีอีก แต่เจอได้น้อยกว่ามาก
อาการของไส้เลื่อน มีสองกลุ่มคือ แบบหนัก แบบเบา
ถ้าแบ่งตามตำแหน่งที่ตรวจพบ จะแบ่งได้เป็น
แบบหนัก ๆ คือ อาการเหมือนกลุ่มเบา ๆ แต่ว่ามีอาการของลำไส้อุดตันหรือการอักเสบในช่องท้อง
แบบเบา ๆ คือ พบก้อนเคลื่อนเข้าออก หรือพบก้อนที่ค้างตุงไม่เลื่อนไปมา อาจจะไม่ปวดเลยหรือปวดมากก็ได้
การแบ่งเป็นสองกลุ่มนี้ก็เพื่อเลือกว่าจะต้องผ่าตัดในทันทีเลยหรือไม่ หรือยังรอได้ ส่วนขนาดหรือลักษณะไม่ได้เป็นตัวตัดสิน
เนื่องจากพบว่าส่วนใหญ่ในก้อนไส้เลื่อนที่เห็นตุง ๆ ไม่ใช่ไส้ แต่เป็นพังผืดโอเมนตัม (Omentum) เลื่อนลงมาปิด ซึ่งไส้เลื่อนที่เกิดจากพวกนี้มักไม่ก่ออันตราย ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในทันที
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบมาตรฐาน (แบบเดิม)
การผ่าตัดแบบมาตรฐานมีหลักการที่จะเข้าไปผูกตัดถุงที่ยื่นออกมา จากนั้นก็ทำการเย็บซ่อมผนังหน้าท้องส่วนที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ การเย็บซ่อมอาจดึงเนื้อเยื่อข้างเคียงเข้าหากัน ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่าย แต่เนื้อเยื่อที่ถูกเย็บเข้ามาหากันจะตึงมาก ผู้ป่วยมักมีความเจ็บปวดหลังผ่าตัด กลับไปทำงานเดินตัวตรงตามปกติได้ช้าการผ่าตัดแบบมาตรฐานมีหลักการที่จะเข้าไปผูกตัดถุงที่ยื่นออกมา
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบใช้กล้องส่อง
เป็นการผ่าตัดเพื่อทำการซ่อมหน้าท้องด้วยกล้องส่อง โดยมากจะมีแผลขนาดเล็ก 3 แผล โดยแผลที่สะดือที่จะใส่กล้องยาว 1 ซม. และแผลที่ใส่เครื่องมือยาว 0.5 ซม. จากนั้นก็ทำการเลาะด้านหลังของผนังช่องท้อง ซึ่งจะมองเห็นรูไส้เลื่อนจากทางด้านหลังได้อย่างชัดเจน แล้วใช้แผ่นตะแกรงสังเคราะห์ปูคลุมกล้ามเนื้อ ตรึงด้วยหมุดเย็บ 3-4 ตัว เป็นอันเสร็จ ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ในรายที่เป็นทั้งสองข้าง หรือในรายที่เป็นซ้ำหลังการทำผ่าตัดแบบมาตรฐาน ปัจจุบันเริ่มมีการทำในผู้ป่วยที่เป็นไส้เลื่อนข้างเดียว ที่ไม่เคยผ่าตัด ถ้าผู้ป่วยต้องการการรักษาด้วยวิธีนี้
ข้อเสียของการผ่าตัดแบบเดิม
- ผู้ป่วยมีโอกาสเสียเลือดหรือปวดแผลมากกว่าด้วยขนาดของแผลที่ใหญ่
- ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนาน และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงสามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้ป่วยขยับร่างกายหรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก
ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง/การผ่าตัดส่องกล้อง
- ผู้ป่วยจะเสียเลือด น้อยกว่า เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก
- แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าเดิม เป็นเพียงรูเจาะเล็ก ๆ (5-10 มม.)
- ความสวยงามมากกว่าเนื่องจากศัลยแพทย์พยายามซ่อนตำแหน่งการเจาะเปิดหน้าท้องเอาไว้
- มีอาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่า เนื่องจากขนาดแผลเล็กมาก
- มีการฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้เร็ว
- สามารถกลับไปทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากการฟื้นตัวที่เร็วกว่า
- ผู้ป่วยจะใช้เวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน และใช้เวลาพักฟื้นที่บ้านอีกเพียง 5-7 วัน ก่อนไปทำงานได้ตามปกติ
- แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่จะทำการผ่าตัดได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นการดูด้วยกล้องขยายกำลังสูงต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมซึ่งเป็นการดูด้วยตาเปล่า
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกศัลยกรรม โทร.0-2416-5454 เบอร์ต่อ 1110-1111
|