ตรวจสุขภาพภาพการนอนหลับ Sleep Test

ศูนย์ : ศูนย์โสต ศอ นาสิก

บทความโดย :

ตรวจสุขภาพภาพการนอนหลับ Sleep Test

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็น นอนไม่หลับ นอนหลับยาก นอนแล้วกล้ามเนื้อแขน ขา กระตุก นอนกรน หรือแม้แต่หยุดหายใจขณะหลับ คุณควรเข้ารับการตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือที่เรียกว่า Sleep Test แต่การตรวจ Sleep Test ที่ว่านี้คืออะไร มีขั้นตอนการตรวจอย่างไรบ้าง แล้วก่อนจะมาตรวจต้องเตรียมตัวอย่างไร ไปหาคำตอบกันได้เลย


การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep Test) คืออะไร?

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับในลักษณะปกติโดยจะทำการตรวจวัด ดังนี้

  1. ตรวจลมหายใจ เป็นการตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก พร้อมทั้งตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ใช้ในการหายใจ เพื่อให้ทราบว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ เป็นการหยุดหายใจชนิดไหน ผิดปกติหรืออันตรายมากน้อยเพียงใด
  2. ตรวจเปอร์เซ็นต์ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าขณะนอนหลับ สมอง หัวใจ ขาดออกซิเจนหรือไม่
  3. ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าขณะนอนหลับอัตราการเต้นของหัวใจมากน้อยเพียงใด
  4. ตรวจเสียงกรน เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่า นอนกรนจริงหรือไม่ กรนดังค่อยแค่ไหน กรนตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะนอนท่าไหน
  5. ตรวจท่านอน เป็นการตรวจเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละท่านอน มีการกรนหรือการหายใจผิดปกติกันอย่างไร

โดยกลุ่มที่แนะนำให้ตรวจการนอนหลับ ได้แก่ กลุ่มคนอ้วน เด็กอ้วน ที่มัค่าดัชนีมวลกาย หรือ ค่า BMI > 25 ผู้ที่นอนกรน มีอาการมึนศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หงุดหงิด อ่อนเพลียเนื่องจากนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ สมาธิเสื่อม หลับในขณะขับรถ ความจำถดถอย หลับในขณะประชุม


แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า เรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่?

  • รู้สึกนอนไม่อิ่ม อ่อนเพลีย แม้ว่าจะนอนในชั่วโมงที่เพียงพอแล้ว
  • ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพร้อมอาการปวดศีรษะ
  • รู้สึกง่วงนอน มีอาการสัปหงกระหว่างวัน
  • หงุดหงิดง่าย บุคลิกภาพเปลี่ยน
  • ในเด็กอาจมีการเรียนที่แย่ลง ร่างกายไม่แข็งแรง ปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้อาการกรนมากขึ้นและมีภาวะอุดตันทางเดินหายใจ

  • น้ำหนักตัวมากขึ้น ทำให้ไขมันสะสมบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น ช่องทางเดินหายใจจึงแคบลง
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อบริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบนจะตึงตัวน้อยลง
  • เพศ หากเป็นชายมีโอกาสและแนวโน้มที่จะนอนกรนสูง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาบางชนิด กดการตอบสนองของร่างกายต่อภาวะขาดออกซิเจนและภาวะคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์และทำให้กล้ามเนื้อของช่องทางเดินหายใจยุบตัวง่ายขึ้น
  • การสูบบุหรี่ ทำให้ช่องทางเดินหายใจอักเสบ หนาตัวและมีเสมหะมากขึ้น
  • โครงสร้างกระดูกใบหน้า เช่น กระดูกแก้มที่แบนหรือคางที่เล็กและถอยหลัง
  • โรคทางช่องจมูก เช่น ภูมิแพ้อากาศ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด เยื่อบุจมูกบวม
  • ภาวะขาดธัยรอยด์ฮอร์โมน

การเตรียมตัวสำหรับการมาตรวจการนอนหลับ

  1. ต้องสระผมให้สะอาดก่อนมารับการตรวจ และห้ามใส่น้ำมันหรือครีมที่ผม เพราะการติดอุปกรณ์ที่หนังศรีษะ จำเป็นต้องให้บริเวณที่ติดอุปกรณ์ไม่มีไขมัน เพื่อให้สัญญาณกราฟคมชัด และสามารถอ่านระดับการนอนหลับได้ถูกต้อง
  2. ห้ามทาแป้งหรือครีมที่บริเวณใบหน้า คอและขา เพื่อทำให้อุปกรณ์ที่ติดอยู่ได้นานตลอดทั้งคืน
  3. ห้ามดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมา เพราะจะทำให้คุณภาพของการนอนหลับผิดปกติไป ยกเว้น ในรายที่ดื่มเป็นประจำและต้องให้แพทย์ที่ทำการรักษารับทราบก่อนทำการตรวจ
  4. ห้ามรับประทานยาระบายหรือยานอนหลับ ก่อนมารับการตรวจเพราะจะทำให้การนอนตรวจไม่ต่อเนื่อง ในรายที่รับประทานยาระบาย และในรายที่รับประทานยานอนหลับจะทำให้การนอนหลับไม่เป็นปกติที่ควรเป็น ยกเว้นในรายที่แพทย์อนุญาตเท่านั้น
  5. ยาที่ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำ เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต และยารักษาโรคอื่นๆให้รับประทานได้ตามเดิม และกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบทุกครั้ง
  6. ทางโรงพยาบาลจะนัดท่านมารับผลการตรวจและพบแพทย์หลังจากการทำการตรวจอย่างน้อย 3 วัน

สรุปแล้ว การนอนกรนนอกจากจะผลเสียต่อสุขภาพของตนเองแล้ว ยังเกิดเสียงดังรบกวนต่อคนรอบข้างด้วย ซึ่งผู้ที่มีอาการนอนกรนร่วมกับมีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจร่วมด้วย จะทำให้เสียงกรนต่ำ ไม่สม่ำเสมอ และเกิดการหยุดหายใจได้ เมื่อมีภาวะหยุดหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือดแดงอาจจะต่ำลงกว่าปกติ ทำให้มีการสะดุ้งกลางดึก ส่งผลให้การนอนหลับพักผ่อนไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อที่จะรักษาได้อย่างตรงจุด


Share :

แพ็กเกจ/โปรโมชั่น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม