ศูนย์หัวใจ

โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มวัย โดย ประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึงปีละ 7 หมื่นราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคหัวใจ เพราะมักไม่มีอาการในระยะแรก กว่าจะรู้ก็มีอาการของโรคหัวใจที่ชัดเจน เช่น เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจพบหลังประสบภาวะหัวใจวายไปแล้ว และถึงแม้ว่าโรคหัวใจจะเป็นโรคที่มีความรุนแรงและทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ แต่สามารถป้องกัน และรักษาได้ ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย



ศูนย์ทางการแพทย์

1. การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography) การตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมาขณะที่หัวใจบีบตัว เป็นวิธีการตรวจหาโรคหัวใจที่ง่าย ได้ผลดี ไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที การตรวจนี้อาจให้ผลปกติ ในภาวะที่หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในระยะเริ่มต้น ถ้าสงสัยควรตรวจซ้ำ
  • การบันทึกคลื่นหัวใจ 24 ชั่วโมง / 48 ชั่วโมง (Holter Monitoring) เป็นการติดเครื่องมือที่บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24-48 ชม. ไว้กับตัวผู้ป่วยตลอดเวลาขณะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยที่ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงานได้ตามปกติ เครื่องจะทำการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เมื่อครบกำหนด 24-48 ชม. ผู้ป่วยจึงกลับมาถอดเครื่องเพื่อให้แพทย์อ่านผลและวินิจฉัยว่ามีหัวใจเต้นผิดปกติหรือไม่
  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจในขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) เป็นการตรวจหาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่เกิดในขณะออกกำลังด้วยการเดินบนสายพานที่เคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ จะพบอาการแสดงและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจหากพบว่ามีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจด้วยคลื่นเสียงทะท้อนความถี่สูงระบบดิจิตอลผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจ ด้วยหัวตรวจชนิดพิเศษทำให้เห็นภาพของห้องหัวใจและการบีบตัว ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรค พยากรณ์โรค ตรวจหาความรุนแรงของโรค และติดตามผลการรักษาในโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร (Transesophageal Echocardiography: TEE) เป็นการตรวจหัวใจจากด้านในของระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากทางเดินอาหารอยู่ด้านหลังของหัวใจ ทำให้การตรวจวิธีนี้จะให้ภาพชัดกว่าการตรวจทางหน้าอก เนื่องจากเครื่องมืออยู่ใกล้หัวใจ และไม่มีปอด กระดูกมาบัง จะทำในผู้ป่วยที่สงสัยในเรื่องของลิ้นหัวใจหรือการตรวจหาลิ่มเลือดในหัวใจห้องบน
  • การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจโดยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary Artery Calcium Scan) การใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ตรวจหาหินปูน (calcified plaque) ที่บริเวณหลอดเลือดแดงโคโรนารี ซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การตรวจหาภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบจากความดันโลหิตที่ขาและแขน (Ankle Brachial Index) การตรวจสมรรถภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงส่วนปลายหรือการตรวจวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา สะดวก ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด และทราบผลได้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการตรวจและยังเป็นการค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ด้วย
  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายการตรวจคลื่นหัวใจโดยใช้โดบูตามีนกระตุ้น (Dobutamine Stress Echocardiogram) เป็นการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะที่หัวใจทำงานมากกว่าปกติ โดยใช้เครื่องอัลตราซาวน์หัวใจร่วมกับการให้ยา Dobutamine เป็นตัวกระตุ้นผ่านทางสายน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำใช้ในกรณีที่คนไข้ไม่สามารถตรวจโดยการเดินสายพานได้

2. แนวทางการรักษาศูนย์หัวใจ

2.1 กลุ่มการรักษาหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด

กลุ่มลิ้นหัวใจ


กลุ่มคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ


กลุ่มหัวใจพิการแต่กำเนิด

  • การรักษาโรคหัวใจแต่กำเนิดโดยการ ปิดลิ้นหัวใจรั่วผนังหัวใจห้องบน / ผนังหัวใจห้องล่าง (Transcatheter ASD Closure)

กลุ่มหลอดเลือดหัวใจ


2.2 การรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด


3. นวัตกรรมวินิจฉัยและร่วมรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ

เครื่องเอกซเรย์สำหรับตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบ หรือ Biplane DSA มีหลักการทำงานคล้ายเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แต่สามารถที่จะถ่ายภาพหลอดเลือดได้สองระนาบในเวลาเดียวกัน คือ ด้านหน้า และด้านข้าง ภาพที่ได้ออกมาจึงมีความคมชัด ช่วยให้แพทย์มองเห็นสายสวนหลอดเลือดที่ขนาดเล็กมากได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือนเห็นภาพเป็น 3 มิติ ทำให้สามารถรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจที่มีความซับซ้อนและขดเคี้ยวได้

นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการของหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยแพทย์สามารถใส่สายสวนเพื่อนำบอลลูนไปถ่างขยายหลอดเลือดในบริเวณที่มีพยาธิสภาพได้ หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะตีบลงอีก แพทย์ก็ยังสามารถใส่โครงลวดถ่างขยายหลอดเลือด (Stent) ค้างไว้ในหลอดเลือดได้อย่างแม่นยำ


ความประทับใจจากผู้ใช้บริการ

ฟังประสบการณ์จริงจากผู้เข้ารับบริการศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน ในการดูแลและรักษาโรคหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีและหัตการต่างๆ

ภาพปกวิดีโอความประทับใจของคุณกาญดา แซ่อ๊วน คุณกาญดา แซ่อ๊วน
คุณกาญดา แซ่อ๊วน ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
ภาพปกวิดีโอความประทับใจของคุณณัฐวดี ศรีมณฑลประภา
คุณณัฐวดี ศรีมณฑลประภา โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะตั้งแต่กำเนิด
ภาพปกวิดีโอความประทับใจของคุณอารมณ์ เอมอ่อน
คุณอารมณ์ เอมอ่อน เปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน TAVI
ภาพปกวิดีโอความประทับใจของคุณดอกจันทร์ ศรีพัก
คุณดอกจันทร์ ศรีพัก เปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน TAVI
ภาพปกวิดีโอความประทับใจของคุณภริตา วงศ์ลิมสมุทร
คุณภริตา วงศ์ลิมสมุทร หายใจไม่ออก ความดันต่ำกะทันหัน หยุดหายใจ

เวลาทำการ

เปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-20.00 น. และ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น. (หลัง 16.00 น. เป็นต้นไป ติดต่อศูนย์อายุกรรม)

สถานที่ตั้ง

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1

เบอร์ติดต่อ

โทร 0-2450-9999 ต่อ 1074-1075



0