การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ แผลเล็ก เจ็บน้อย

ศูนย์ : ศูนย์จักษุ

บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร

การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ แผลเล็ก เจ็บน้อย

พออายุมากขึ้นความเสื่อมสภาพของร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะ “ดวงตา” ที่จะลดประสิทธิภาพการมองเห็นลง ซึ่งสังเกตได้ชัดเมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัย 40 ปี ปัญหาการมองไม่ชัด มัวเหมือนมีฝ้า หรือมองเห็นสีต่างๆ ผิดเพี้ยนไป ภาวะต้อกระจกเป็นอีกหนึ่งโรคทางตาซึ่งเกิดในผู้สูงอายุ หากพบว่าเป็นต้อกระจก การรักษาโดยเร็วและเหมาะสมจะช่วยให้สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดอีกครั้ง

ต้อกระจก

เป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่น ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในตาได้ตามปกติ โดยระดับความมัวอาจกระทบต่อการมองเห็นภาพต่างๆ จนบางครั้งอาจเห็นเป็นภาพซ้อนได้ การมองเห็นภาพมีลักษณะคล้ายเป็นหมอกหรือควันขาวๆ และโดยส่วนใหญ่ 95% ขึ้นไป มักมาจากความเสื่อมสภาพของเลนส์ตาตามอายุที่มากขึ้น บางรายเริ่มเป็นเมื่ออายุเข้า 50 ปี บางรายเริ่มที่อายุ 60-70 ปี และในบางรายโรคต้อกระจกสามารถเกิดได้เร็วกว่าอายุปกติ เช่น ในกรณีที่เป็นโรคเบาหวาน หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น

โรคต้อกระจกไม่มียารักษาให้เลนส์ตากลับมาใสเหมือนเดิมได้ แต่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ด้วยการผ่าตัดนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นมัวออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปทดแทน โดยวิธีสลายต้อด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ (Phacoemulsification)


การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์

เป็นการนำคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ (Phacoemulsification) ไปสลายต้อกระจกให้มีขนาดเล็กลงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วดูดออก จากนั้นแพทย์จะใส่เลนส์เทียมเข้าไปแทนในถุงหุ้มเลนส์เดิม ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจึงมีความปลอดภัยสูง ซึ่งวิธีนี้ จะไม่ต้องรอจนต้อสุกแบบวิธีผ่าตัดต้อกระจกแบบเก่า นอกจากนี้ แผลผ่าตัดก็มีขนาดเล็กมาก จึงไม่ต้องเย็บแผล เจ็บน้อย ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยเพียง 1 ชั่วโมง สายตาจะใช้งานได้เร็วในวันรุ่งขึ้น ทำกิจกรรมได้ตามปกติ โอกาสติดเชื้อมีน้อยมากและไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล


ก่อน-หลังการรักษาต้อกระจก

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด จักษุแพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับโรคทางร่างกาย และตรวจตาอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีโรคตาอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีผลต่อการรักษาหรือไม่ เช่น ดูว่าจอประสาทตาเสื่อมหรือไม่ ไม่มีภาวะจอประสาทตาลอก และไม่มีภาวะเบาหวานขึ้นตา เป็นต้น พร้อมกับวัดขนาดเลนส์เทียมที่จะใส่ เพื่อให้เหมาะสมกับดวงตาของผู้ป่วยมากที่สุด โดยเลนส์เทียมนี้ นอกจากจะทำให้ผู้ป่วยกลับมามองได้จัดเจนแล้ว ยังสามารถเลือกเลนส์แก้ไขค่าสายตาได้อีกด้วย

หลังผ่าตัดต้อกระจกเสร็จเรียบร้อย ผู้ป่วยจะพักในห้องพักฟื้นประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงกลับบ้านได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของการติดเชื้อ โดยผู้ป่วยควรปิดตาไว้ก่อน 1 วัน หลีกเลี่ยงการล้างหน้า ไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 เดือน ระมัดระวังไม่ให้ไอ จาม หรือเบ่งแรงๆ เพราะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนกับแผลผ่าตัด รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสโดนตา อาจป้องกันเชื้อโรคเข้าดวงตา อาจใช้น้ำเกลือและสำลีเช็ดตาแทนการล้างหน้า สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งเมื่อออกไปในที่แสงจ้า ที่สำคัญตรวจตาตามนัดของจักษุแพทย์ทุกครั้ง จนกว่าแผลจะหายดีและปลอดภัยแล้ว

เมื่อได้รับการรักษาต่อกระจกด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียมแล้ว ผู้ป่วยจะไม่กลับมาเป็นต้อกระจกซ้ำได้อีก แต่อาจเกิดภาวะถุงหุ้มเลนส์มีการขุ่นหลังจากใส่เลนส์เมื่อระยะเวลาผ่านไปหรือหลัง 5 ปีหลังการผ่าตัด แต่ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะสามารถรักษาได้ด้วยการยิงเลเซอร์


Share :

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม