เข้าใจการแพ้อาหาร (Food Allergy) รู้ทันสัญญาณ และแนวทางรับมืออย่างปลอดภัย

ศูนย์ : ศูนย์อายุรกรรม

บทความโดย : นพ. ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง

อาการแพ้อาหาร

เคยรู้สึกคันปาก หน้าบวม ตาบวม ปากบวม มีผื่นลมพิษขึ้น หรือเหนื่อย แน่นหน้าอกหลังทานอาหารจานโปรดกันบ้างไหม? การแพ้อาหาร (Food Allergy) ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะระบบภูมิคุ้มกันกำลังตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารเกินจริง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะฉุกเฉินอย่าง อะนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis) ที่อันตรายถึงชีวิตได้โดยไม่ทันตั้งตัว ไปเช็กลิสต์สัญญาณเตือน อาหารกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนวิธีตรวจแพ้อาหารอย่างแม่นยำ เพื่อช่วยให้คุณและคนที่คุณรักรับประทานอาหารได้อย่างสบายใจและปลอดภัยในทุกๆ มื้อกันดีกว่า


การแพ้อาหาร (Food Allergy) คืออะไร

การแพ้อาหาร (Food Allergy) คือ ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่ออาหารบางชนิดมากเกินไป ทั้งที่อาหารนั้นโดยปกติไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ในผู้ที่มีการแพ้อาหารแบบ IgE-mediated allergy ระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลินอี (Immunoglobulin E; IgE) ต่อโปรตีนในอาหาร เมื่อได้รับอาหารชนิดนั้นอีกครั้ง IgE จะกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันหลั่งสารต่าง ๆ โดยเฉพาะ ฮีสตามีน (Histamine) ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ขึ้น

> กลับสารบัญ


อาการแพ้อาหาร ที่อาจเกิดขึ้น

อาการแพ้อาหารสามารถเกิดได้หลายระบบ และอาจมีความรุนแรงแตกต่างกัน ตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงภาวะฉุกเฉิน

  • ผิวหนังและเยื่อบุ เช่น คัน ผื่นแดง ลมพิษ หน้าหรือริมฝีปากบวม คันหรือแน่นบริเวณลำคอ
  • ระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เสียงแหบ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด หรือหายใจลำบาก
  • ระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย
  • ระบบไหลเวียนโลหิต เช่น หน้ามืด วิงเวียน ความดันโลหิตต่ำ หรือหมดสติ

โดยอาการอาจเกิดขึ้นเพียงระบบเดียวหรือเกิดพร้อมกันหลายระบบก็ได้

เมื่อการแพ้อาหารกลายเป็นภาวะฉุกเฉิน Anaphylaxis

บางครั้งการแพ้อาหารอาจรุนแรงจนเกิดภาวะที่เรียกว่า Anaphylaxis (อะนาฟิแล็กซิส) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่

  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือทางเดินหายใจตีบ
  • คอแน่น จุกคอหรือรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ในลำคอ
  • วิงเวียน หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ
  • หมดสติ
  • มีผื่นลมพิษร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ/ทางเดินอาหาร/ระบบไหลเวียนโลหิต ดังกล่าวข้างต้น

หากสงสัยว่าเกิด Anaphylaxis ควร ฉีดเอพิเนฟริน (Epinephrine) เข้ากล้ามเนื้อโดยเร็วที่สุด และนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที ยาแก้แพ้ไม่สามารถใช้แทนเอพิเนฟรินในการรักษา Anaphylaxis ได้ เพราะยาแก้แพ้ไม่สามารถแก้ภาวะทางเดินหายใจตีบหรือความดันโลหิตต่ำที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

อาหารที่มักเป็นสาเหตุ

อาหารที่กระตุ้นการแพ้แตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยในผู้ใหญ่อาจพบการแพ้จากอาหาร เช่น สัตว์น้ำเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง ปู กั้ง และล็อบสเตอร์, แพ้แป้งสาลี, แพ้ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย กีวี และอะโวคาโด ดังนี้

แพ้กุ้งและสัตว์น้ำเปลือกแข็ง

กุ้ง ปู กั้ง และล็อบสเตอร์ เป็นสาเหตุสำคัญของการแพ้อาหาร โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ โปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ในกุ้งบางชนิดสามารถทนต่อความร้อนได้ ดังนั้น การต้ม ย่าง หรือทอดไม่ได้ทำให้อาหารปลอดภัยสำหรับผู้ที่แพ้เสมอไป

ผู้ที่แพ้กุ้งอาจมีโอกาสแพ้สัตว์น้ำเปลือกแข็งชนิดอื่นร่วมด้วยรวมถึงหอยและหมึก หรือแมลงที่สามารถรับประทานได้ เช่น หนอนรถด่วน ตั้กแตนทอด จิ้งหรีด แมงดานา ดักแด้หนอนไหม จึงควรระมัดระวังอาหารที่อาจมีส่วนประกอบของสัตว์เหล่านี้

นอกจากนี้ควรระวังอาหารที่อาจมีส่วนประกอบจากสัตว์น้ำ เช่น น้ำปลา กะปิ ซอสปรุงรส อาหารแปรรูป อาหารทอด และอาหารกระป๋อง โดยควรตรวจสอบส่วนประกอบก่อนรับประทาน

แพ้แป้งสาลี

การแพ้สาลีสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนมีอาการทันทีหลังรับประทานอาหารที่มีสาลี ขณะที่บางคนอาจเกิดอาการรุนแรงเฉพาะเมื่อมีปัจจัยร่วม เช่น การออกกำลังกายหลังรับประทานสาลี ซึ่งเรียกว่า Wheat-dependent exercise-induced anaphylaxis (WDEIA)

อาหารที่อาจมีสาลีเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ขนมปัง บะหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า เบเกอรี่ และอาหารแปรรูปหลายชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่อาจมีแป้งสาลีแฝง เช่น ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส และซุปก้อน

แพ้ผลไม้

ผลไม้บางชนิด เช่น กล้วย กีวี และอะโวคาโด สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ผู้ที่แพ้ยางธรรมชาติ (Latex) บางรายอาจมีการแพ้ผลไม้เหล่านี้ร่วมด้วย ซึ่งเรียกว่า Latex-fruit syndrome อาการที่พบอาจเป็นเพียงคันริมฝีปากหรือคันในปาก แต่ในบางรายอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงได้เช่นกัน

> กลับสารบัญ


แพ้อาหารรู้ได้อย่างไร

การตรวจที่อาจนำมาใช้แพ้อาหาร ได้แก่

  • Skin prick test การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดนจะใช้วิธีหยดน้ำยาที่ต้องการทดสอบลงบนผิวหนัง แล้วใช้ปลายเข็มสะกิดเพื่อให้น้ำยาสามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนัง รออ่านผล 15 นาที
  • Specific IgE การตรวจเลือดเพื่อหาภูมิต้านทานต่ออาหารที่สงสัย
  • Food diary การบันทึกอาหารและอาการ เพื่อช่วยค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับอาการ
  • Oral Food Challenge (OFC) การให้รับประทานอาหารที่สงสัยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ เพื่อยืนยันว่ามีการแพ้อาหารจริงหรือไม่

ผลตรวจ Skin prick test หรือ Specific IgE ที่เป็นบวก ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะแพ้อาหารชนิดนั้นเมื่อรับประทานเสมอไป แพทย์จึงต้องนำผลตรวจมาพิจารณาร่วมกับประวัติและอาการของผู้ป่วย

> กลับสารบัญ


ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อแพ้อาหาร?

ปัจจุบันการดูแลผู้ที่แพ้อาหารมีเป้าหมายสำคัญคือ ป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้และลดความเสี่ยงจากปฏิกิริยาที่รุนแรง สิ่งที่ควรทำ ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ได้รับการยืนยันว่าแพ้
  • อ่านฉลากอาหารทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • ระวังอาหารที่อาจมีการปนเปื้อนสารก่อภูมิแพ้ระหว่างการผลิต
  • หากรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรแจ้งผู้ประกอบอาหารถึงอาหารที่แพ้
  • ผู้ที่เคยมี Anaphylaxis ควรพก Epinephrine auto-injector ติดตัว และตรวจสอบวันหมดอายุของยาเป็นประจำ
  • ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงอาหารและแผนรับมือเมื่อเกิดอาการแพ้

หากมีอาการที่สงสัยว่าเป็น Anaphylaxis ให้ใช้เอพิเนฟรินโดยเร็วที่สุดและไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือใช้ยาแก้แพ้แทนเอพิเนฟริน

> กลับสารบัญ



คำถามที่พบบ่อยการแพ้อาหาร (FAQs)

1:เดิมเคยทานกุ้งได้ ปัจจุบันทานแล้วมีผื่นลมพิษขึ้น เราแพ้กุ้งจริงหรือ?

ตอบ: เป็นได้ เดิมเคยทานได้มาตั้งแต่เด็ก แต่ปัจจุบันทานแล้วมีอาการแพ้ มีผื่นขึ้น พบได้ในการแพ้อาหารในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากภูมิคุ้มกันเราในขณะนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงและจดจำว่ากุ้งเป็นสารก่อภูมิแพ้ต่อร่างกาย

2:หากมีอาการแพ้อาหาร เราสามารถทานยาแก้แพ้ดักอาการไว้ก่อน แล้วค่อยทานอาหารที่แพ้ได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ควรทาน เนื่องจากการแพ้อาหารสามารถเปลี่ยนจากการแพ้ที่ไม่รุนแรง(แค่ผื่นลมพิษ) เป็นการแพ้ที่รุนแรงได้ “อะนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis)” หากเราทานยาแก้แพ้แล้วเกิดอาการแพ้รุนแรงขึ้น เช่น หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก ความดันต่ำ หมดสติ เมื่อถูกส่งรักษาตัวต่อที่รพ. อาจทำให้การวินิจัยการแพ้อาหารล่าช้าได้ และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เนื่องจากยาแก้แพ้ที่เราทาน จะบดบังอาการผื่น ซึ่งเป็นอาการสำคัญของการแพ้อาหารและทำให้การรักษาด้วยการฉีดเอพิเนฟริน (Epinephrine) ล่าช้าได้

3:ยาแก้แพ้ทั่วไป สามารถใช้รักษาภาวะ Anaphylaxis จากการแพ้อาหารได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้ ยาแก้แพ้ทั่วไปไม่สามารถแก้ปัญหาทางเดินหายใจตีบหรือความดันโลหิตต่ำรุนแรงได้ หากเกิดภาวะ Anaphylaxis ต้องรีบฉีดเอพิเนฟริน (Epinephrine) เข้ากล้ามเนื้อทันที แล้วรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

4:อาหารที่ปรุงสุกผ่านความร้อนสูง เช่น ต้มหรือทอด ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ได้ไหม?

ตอบ: ไม่ได้เสมอไป โปรตีนที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ในอาหารบางชนิด เช่น กุ้งและสัตว์น้ำเปลือกแข็ง ทนต่อความร้อนได้ดี การต้ม ทอด หรือย่าง จึงไม่ได้ทำให้อาหารปลอดภัยสำหรับผู้ที่แพ้

5:ถ้าผลตรวจเลือดหรือตรวจผิวหนัง (Skin Prick Test) ออกมาเป็นบวก แปลว่าเราแพ้อาหารนั้นแน่นอนใช่ไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไป ผลตรวจเป็นบวกไม่ได้หมายความว่าจะเกิดอาการแพ้ทุกครั้งเมื่อรับประทาน แพทย์เฉพาะทางจำเป็นต้องนำผลตรวจมาประเมินร่วมกับประวัติและอาการจริงของคุณ

> กลับสารบัญ


การใช้วิธีหลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้และการอ่านฉลากอย่างรอบคอบ คือหัวใจสำคัญของการป้องกัน อย่างไรก็ตาม การแพ้อาหารสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การสังเกตสัญญาณเตือนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย หากคุณยังไม่มั่นใจว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดใด ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาอาหารแพ้ที่แน่ชัด การมีความรู้ที่ถูกต้องและการเตรียมพร้อม จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกมื้ออาหาร



นพ. ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง นพ. ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง

นพ. ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง
อายุรศาสตร์,อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
ศูนย์อายุรกรรม

นัดหมายแพทย์

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย