ต้อลมและต้อเนื้อเป็นอย่างไร ทำไมเป็นความผิดปกติที่ไม่ควรละเลย
ศูนย์ : ศูนย์จักษุ
บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร
โรคเกี่ยวกับดวงตานั้นมีมากมายและสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ที่รู้จักและมักพูดกันบ่อยคือ โรคต้อกระจก ต้อหิน ที่มักพบในผู้สูงอายุ แต่ก็ยังมีโรคทางตาบางโรคที่พบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย อย่าง “โรคต้อลมและต้อเนื้อ” สาเหตุจากการทำงานกลางแจ้ง ถูกแสงแดดโดยไม่สวมแว่นป้องกัน เจอลม ฝุ่น ควัน มลพิษทางอากาศ หรือสารเคมีอยู่เสมอ ถึงแม้จะไม่ใช่โรคตาที่ร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะส่งผลให้การรักษายุ่งยากและเสี่ยงต่อการมองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม หรืออาจรุนแรงจนทำให้ตาบอดได้
สารบัญ
ต้อลมและต้อเนื้อ เป็นอย่างไร
ต้อลม (Pinguecula) เป็นโรคตาที่เกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุตาขาว ที่เปลี่ยนแปลงจากเนื้อเยื่อปกติกลายเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง มีลักษณะเป็นก้อนสีขาวเหลือง อาจเป็นแผ่นหรือนูนเล็กน้อยที่บริเวณเยื่อตาซึ่งคลุมอยู่บนตาขาวทางด้านข้างของกระจกตา มักพบอยู่บริเวณตาขาวที่ใกล้กระจกตาตรงส่วนหัวตามากกว่าหางตา โดยส่วนมากมีรูปร่างเป็นรูปสามเหลี่ยม
ต้อเนื้อ (Pterygium) เป็นโรคตาที่เกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุตาขาวเหมือนกับต้อลม แต่จะเกิดขึ้นหลังจากเป็นต้อลมแล้วลุกลามเข้าไปในกระจกตา (ตาดำ) จนค่อยๆ ปิดรูม่านตา มักพบเป็นแผ่นเนื้อสีขาวเหลืองหรือสีชมพู รูปทรงคล้ายสามเหลี่ยม
ปัจจัยที่ทำให้เกิดต้อลมและต้อเนื้อ
ต้อลมและต้อเนื้อ มีปัจจัยสำคัญจากการถูกแสงอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกลางแจ้ง การไม่สวมแว่นป้องกัน หรือเกิดการระคายเคืองดวงตา เช่น อาการตาแห้ง ดวงตาสัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอกอย่าง ลม ฝุ่น ควัน มลพิษทางอากาศ หรือสารเคมีอยู่เสมอ ทำให้เนื้อเยื่อปกติของดวงตามีการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นแผ่นหรือตุ่มนูนๆ บริเวณตาขาว เนื่องจากมีการสะสมของโปรตีน ไขมัน หรือแคลเซียม
อาการต้อลมและต้อเนื้อ
โรคต้อลมและต้อเนื้อ จะมีอาการแสดงที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ป่วยที่ยังเป็นไม่มาก มักไม่มีอาการใดๆ เพียงแต่จะเห็นเป็นเนื้อเยื่อผิดปกติ มีแผ่นหรือตุ่มนูนขนาดเล็กสีเหลืองบริเวณเยื่อบุตาขาวเท่านั้น แต่หากมีการอักเสบ จะรู้สึกเจ็บตา เคืองตา คันตา ตาแดง แสบตา น้ำตาไหล รู้สึกเหมือนมีเศษผงอยู่ในตา อาจเป็นเพียงตาข้างเดียวหรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้ และอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อยู่กลางแจ้ง โดนแดด โดนลม
ในกรณีที่ต้อเนื้อมีขนาดใหญ่ลุกลามเข้าไปในกระจกตา (ตาดำ) จะมีอาการตามัวและอาจเกิดสายตาเอียงได้ เนื่องจากต้อเนื้อดึงกระจกตา ทำให้ความโค้งของกระจกตาเปลี่ยนไป ส่งผลต่อการมองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม หรืออาจรุนแรงจนทำให้ตาบอดได้
วินิจฉัยโรคต้อลมและต้อเนื้อได้อย่างไร
โรคต้อลมและต้อเนื้อ สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการสอบถามอาการของผู้ป่วย ระยะเวลาในการเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะโดยไม่ได้สวมใส่แว่นตาหรืออุปกรณ์ป้องกันดวงตา รวมทั้งการตรวจตา บริเวณดวงตาและเปลือกตา โดยอาจตรวจดูด้วยตาเปล่า หรืออาจใช้เครื่องมือตรวจโรคตาเบื้องต้นเพื่อตรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในดวงตา กระจกตา ม่านตา เลนส์แก้วตา เป็นต้น
การรักษาโรคต้อลมและต้อเนื้อ
- โรคต้อลม โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดง อักเสบ จักษุแพทย์จะให้ยาหยอดตา เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ยาหยอดตาไม่สามารถทำให้ต้อลมที่มีหายไปได้ แต่เมื่อไม่มีอาการอักเสบและป้องกันอย่างถูกวิธีต้อลมที่นูนแดงอาจลดลงได้ นอกจากนี้จักษุแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดในกรณีผู้ป่วยมีอาการระคายเคืองอักเสบบ่อย ได้รับการรักษาด้วยยาหยอดตาแล้วไม่ทุเลา หรือมีก้อนเนื้อหรือตุ่มนูนในดวงตามีการขยายใหญ่มากขึ้นจนเข้าใกล้กระจกตา ทำให้ส่งผลต่อการมองเห็นหรือเกิดความผิดปกติทางสายตาอย่างถาวร
- โรคต้อเนื้อ จะทำการรักษาคล้ายกันกับโรคต้อลม คือ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดง อักเสบ จักษุแพทย์จะให้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ด้านการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้น หากเป็นน้อยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออกเพราะไม่อันตราย แต่จะพิจารณาผ่าตัดในกรณีที่ต้อเนื้อมีอาการมากจนลุกลามเข้าไปบนกระจกตา (ตาดำ) หรือมีผลทำให้ตามัวมาก
การป้องกันโรคต้อลมและต้อเนื้อ
โรคต้อลมและต้อเนื้อป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรค ดังนี้
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง ได้แก่ ลม ควัน ฝุ่น แสงแดด
- สวมใส่แว่นกันแดดที่สามารถกรองรังสีอัลตราไวโอเลต หรือแว่นตาที่ช่วยปกป้องดวงตาจากลม ฝุ่น มลภาวะ รวมถึงแสงอื่นๆ ที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตา
- หากมีอาการตาแห้ง ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ดวงตา
คำถามที่พบบ่อยต้อลม ต้อเนื้อ (FAQs)
1:ต้อลมกับต้อเนื้อตางกันอย่างไร และส่งผลต่อการมองเห็นไหม?
ตอบ: ทั้งสองโรคเกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุตาขาวเหมือนกัน โดย ต้อลม จะเห็นเป็นก้อนเนื้อนูนสีขาวเหลืองบริเวณตาขาว ส่วน ต้อเนื้อ คือต้อลมที่ลุกลามเข้าไปในกระจกตา (ตาดำ) หากปล่อยทิ้งไว้จนต้อเนื้อมีขนาดใหญ่ อาจดึงรั้งกระจกตาทำให้เกิดสายตาเอียง ตามัว หรือรุนแรงจนถึงขั้นตาบอดได้
2:ใช้ยาหยอดตาอย่างเดียว สามารถรักษาต้อลมและต้อเนื้อให้หายขาดได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่สามารถทำให้หายขาดได้ ยาหยอดตาที่จักษุแพทย์จ่ายให้นั้นช่วยบรรเทาอาการแสบตา เคืองตา น้ำตาไหล หรือลดการอักเสบเท่านั้น แต่จะไม่ทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นต้อหายไปได้ หากต้อเนื้อลุกลามมากหรือมีอาการอักเสบเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดตามการประเมินของแพทย์
3:เป็นต้อลม ต้อเนื้อ มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม และป้องกันอย่างไรได้บ้าง?
ตอบ: มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อายุน้อย หรือผู้ที่ต้องสัมผัสแสงแดดอย่างต่อเนื่อง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงแสงแดด ลม ฝุ่น ควัน สวมแว่นกันแดดที่กรองรังสี UV เสมอเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง และหากมีอาการตาแห้งให้ใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น รวมถึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ
ทั้งนี้โรคต้อลมและต้อเนื้อเป็นโรคที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อายุน้อย และผู้ที่ยังคงได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากมีอาการระคายเคือง ตาแดง เจ็บตา แสบตาจนมีน้ำตาไหลให้รีบเข้าพบจักษุแพทย์ รวมถึงการตรวจดวงตาเป็นประจำ และสังเกตความผิดปกติของดวงตาตัวเองอยู่เสมอเพื่อจะได้รับการรักษาได้ทันเวลา โดยศูนย์จักษุ โรงพยาบาลนครธน บริการดูแลสุขภาพดวงตาแบบครบวงจร ด้วยจุดเด่นทั้งด้านทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี และบริการที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการครอบคลุมการรักษาโรคตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม/ต้อเนื้อ โรคจอตา วุ้นตาเสื่อม สายตาเอียง/สั้น/ยาว และโรคตาในเด็ก วินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์จักษุ
