ตอบข้อสงสัย คลอดแบบไหนดี คลอดปกติ VS ผ่าคลอด

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพสตรี

บทความโดย : พญ. สังวาลย์ เตชะพงศธร

ตอบข้อสงสัย คลอดแบบไหนดี คลอดปกติ VS ผ่าคลอด

แน่นอนว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ย่อมต้องคิดและเตรียมตัวในการเลือกวิธีการคลอด และคุณแม่หลายๆ คน มักจะสงสัยและเป็นกังวลว่า การคลอดปกติ และการผ่าคลอดเป็นอย่างไร? คลอดวิธีไหนดี? ซึ่งการคลอดลูกทั้งแบบคลอดปกติและการผ่าคลอดนั้นก็มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยเราได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแม่ได้คลายความสงสัยกัน


คลอดปกติ เป็นอย่างไร ?

เป็นการคลอดตามธรรมชาติที่คุณแม่เบ่งคลอดเองทางช่องคลอด สำหรับวิธีการเบ่งคลอดนั้น โดยธรรมชาติเมื่อถึงกำหนดคลอด ปากมดลูกจะค่อยๆ เปิดกว้างจาก 1 เซนติเมตร และจะเปิดกว้างไปเรื่อยๆ เมื่อปากมดลูกเปิดหมด ศีรษะเด็กจะเคลื่อน ลงมาต่ำจนกระทั่งถึงระดับที่มองเห็นศีรษะเด็กผลุบโผล่ที่บริเวณช่องคลอด แม่จะมีลมเบ่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยผู้ช่วยคลอดจะแนะนำการเบ่งที่ถูกวิธี คือ เบ่งพร้อมกับการบีบตัวของมดลูก ก้มหน้าคางชิดอก เอามือจับใต้เข่า หายใจเข้าลึกสุด เบ่งยาวให้แรงดันลงมาที่ก้นเบ่งอย่างน้อย 10 วินาทีต่อเนื่องกันและเบ่งอย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งการบีบตัวของมดลูก


คลอดปกติดีอย่างไร ?

การคลอดปกติถือว่าเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยต่อคุณแม่และบุตรค่อนข้างมาก และมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ หลังคลอดได้น้อยกว่า คุณแม่สามารถฟื้นตัวหลังคลอดเร็ว เสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อย พร้อมที่จะดูแลบุตรได้โดยเร็วหลังคลอด ส่วนบุตรนั้นจะผ่านกระบวนการต่างๆ ตามธรรมชาติระหว่างการคลอด ทั้งด้านกายภาพ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และได้รับจุลินทรีย์สุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานตั้งต้นผ่านช่องคลอด ทำให้ภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บป่วยง่าย รวมทั้งบุตรสามารถเริ่มดูดนมแม่ได้อย่างรวดเร็วหลังคลอด


ผ่าคลอด เป็นอย่างไร ?

ผ่าคลอด หรือที่เรียกว่า Cesarean Section (C-Section) คือ การคลอดด้วยการผ่าตัดแทนการคลอดแบบธรรมชาติทางช่องคลอด ซึ่งแพทย์จะใช้วิธีเปิดปากแผลบริเวณระหว่างหน้าท้องและมดลูก หากคลอดธรรมชาติไม่ได้ หรือการคลอดธรรมชาติอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อแม่และบุตร มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น เชิงกรานแคบ ทารกอยู่ในท่าที่ผิดปกติ หัวใจทารกเต้นผิดปกติ ครรภ์แฝด ครรภ์เป็นพิษ รกเกาะต่ำ สายสะดือสั้นเกินไป และความไม่พร้อมทางด้านร่างกายหลายอย่างของสุขภาพแม่ หรือแม้แต่การคลอดในภาวะฉุกเฉิน แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดคลอด


ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สามารถผ่าตัดคลอดได้ไหม ?

ปัจจุบันการผ่าคลอดจัดเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยสูง ดังนั้นทั้งแพทย์และคุณแม่จึงนิยมผ่าตัดคลอดกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ผ่าเพราะเหตุผลทางการแพทย์ก็เปลี่ยนไปเป็นเหตุผลอื่นๆ เช่น ไม่อยากเจ็บปวดมาก สามารถกำหนดวันที่คลอดได้ คุณแม่บางรายกลัวช่องคลอดฉีกขาดมาก กลัวช่องคลอดหลวมหลังคลอด เป็นต้น


ผ่าคลอดไม่มีอันตรายจริงหรือ ?

แม้ว่าการผ่าคลอดในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการคลอดปกติ การผ่าตัดคลอดก็ยังคงมีอันตรายมากกว่าการคลอดทางช่องคลอดอยู่ดี ดังนี้


โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ป้องกันได้

ถ้าหากว่าไม่ใช้งานสมองเลย กล้ามเนื้อสมองก็จะเหี่ยว เล็ก และเสื่อมถอยลงไปในที่สุด เพราะฉะนั้นควรกระตุ้นสมองให้ทำงานทั้ง 6 ด้าน ด้วยการทำกิจกรรมฝึกสมองบ่อย ๆ เช่น

  • ผลเสียในระยะสั้น เช่น มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าปกติ คุณแม่จะเสียเลือดมากกว่า มีโอกาสติดเชื้อเนื่องจากมีการผ่าตัด การผ่าท้องคลอดต้องให้ยาระงับความรู้สึก มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบหรือการบล็อกหลัง ซึ่งการคลอดปกติไม่ต้องใช้วิธีการแบบนี้ คุณแม่มีอาการเจ็บแผลหลังคลอดมากกว่าการคลอดธรรมชาติ อีกทั้งอาการเจ็บยังยาวนานกว่าและฟื้นตัวได้ช้า ส่วนบุตรมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน หายใจไม่ปกติ ติดเชื้อ และมีโอกาสกินนมแม่ช้าลง
  • ผลเสียในระยะยาว เช่น การเกิดพังผืดในช่องท้อง ปัญหารกเกาะลึกผิดปกติในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนลูกนั้นจะมีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ โรคอ้วน โรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ตารางเปรียบเทียบ คลอดปกติ VS ผ่าคลอด

  คลอดปกติ ผ่าคลอด
ข้อดี
  • เหมาะสำหรับคุณแม่สุขภาพปกติ
  • ฟื้นตัวหลังคลอดเร็ว
  • เสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อย
  • พร้อมให้นมลูกน้อยได้ทันที
  • ไม่มีความเสี่ยงจากการเจ็บครรภ์ในครั้งต่อไป
  • บุตรมีภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บป่วยง่าย
  • เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • สะดวก มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า
  • ไม่รู้สึกเจ็บขณะคลอด
  • สามารถทำหมันได้เลย
  • กำหนดเวลาคลอดที่แน่นอนได้
ข้อเสีย
  • ไม่สามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้
  • ใช้เวลาคลอดนาน กำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ได้
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนต้องผ่าตัดคลอดฉุกเฉินได้
  • ร่างกายฟื้นตัวช้า ไม่สามารถให้นมลูกได้ทันที
  • เสียเลือดมาก เจ็บแผลนาน
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยาสลบ หรือการบล็อกหลัง
  • บุตรมีภูมิต้านทานไม่ดี มีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ โรคอ้วน โรคเบาหวาน

ทั้งนี้ คุณแม่ทุกคนสามารถคลอดปกติได้ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ อย่าเพิ่งวิตกกับวิธีการคลอดไปก่อนล่วงหน้า สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือ การฝากครรภ์ และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ ส่วนเรื่องการคลอดนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและพูดคุย ตัดสินใจร่วมกันกับคุณแม่ว่า วิธีคลอดแบบใดจึงจะปลอดภัยที่สุดทั้งกับตัวคุณแม่และทารกในครรภ์


Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพสตรี

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม