รู้จักให้มากขึ้นกับ โรคผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก, ศูนย์ภูมิแพ้

บทความโดย : พญ. วราลี ผดุงพรรค

รู้จักให้มากขึ้นกับ โรคผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง มีแนวโน้มพบมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปและเป็นโรคผิวหนังอักเสบ เรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ลักษณะของโรคที่สำคัญ คือ ผิวจะแห้ง คัน บางรายอาจจะเป็นขุยหรือผื่นแดง ถ้าเป็นมานานจะเป็นผื่นหนาแตกคัน บางรายเกาจนมีเลือดไหลซิบๆ


อาการผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นอาการของผิวหนังอักเสบเรื้อรังจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ทำให้ผิวแห้ง แดง มีผื่นตามบริเวณต่าง ๆ และมีอาการคันอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยตรง แต่อาจรักษาได้โดยบรรเทาอาการ และป้องกันอาการลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ลักษณะผื่นจะแตกต่างกันตามวัยดังนี้

  • วัยทารก สามารถเกิดตั้งแต่วัยทารก ผื่นมักขึ้นบริเวณแก้ม บริเวณด้านหลังแขนขา ลักษณะของผื่นเป็นได้ตั้งแต่แห้งเป็นขุย ผื่นแดง ตุ่มน้ำ หรือมีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม
  • วัยเด็ก ลักษณะผื่นจะคล้ายวัยทารกแต่ถ้าเป็นมานานผื่นจะเริ่มเป็นปื้นหนา โดยเฉพาะที่คอ ข้อพับแขน ข้อพับขา หลัง จะคันมากบางรายเกาจนมีเลือดออกได้
  • วัยผู้ใหญ่ ผื่นคล้ายวัยเด็ก แต่จะหนาขึ้นถ้าเป็นมานาน แต่ในบางรายที่เป็นมากก็เป็นทั่วทั้งตัวได้

สาเหตุผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง

สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุเกิดจากกรรมพันธุ์ และการแพ้สารก่อภูมิแพ้ นอกจากนี้ โรคผื่นแพ้ผิวหนังมักพบร่วมกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ได้แก่ ภูมิแพ้อากาศ หอบหืด

สารก่อภูมิแพ้ ได้แก่

  1. สารก่อภูมิแพ้อากาศ ได้แก่ ไรฝุ่น แมลงสาบ ขน หรือรังแคสัตว์ เชื้อรา ละอองเกสร
  2. สารก่อภูมิแพ้ที่เป็นอาหารที่พบบ่อย ได้แก่ นมวัว ไข่ ถั่ว แป้งสาลี ถั่วเหลือง อาหารทะเล

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผื่นกำเริบ

  1. อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป ซึ่งเป็นผลทำให้มีเหงื่อ หรือผิวแห้ง
  2. การติดเชื้อ
  3. สารระคายเคืองผิวหนัง ได้แก่ สารเคมีผงซักฟอก ผ้าเนื้อหยาบ สบู่ หรือแป้งฝุ่นบางชนิด
  4. ความเครียด วิตกกังวล
  5. การได้รับสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวข้างต้น

การรักษาผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง

  1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการกำเริบดังกล่าวข้างต้น
  2. ดูแลผิวอย่าให้แห้ง ได้แก่ หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น หรือร้อน หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง เช่น สบู่เหลว ครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
  3. ถ้าออกกำลังกายมีเหงื่อออกแล้วผื่นกำเริบ ให้อาบน้ำหลังออกกำลังกาย ทาครีมบำรุงผิว ควรอยู่ในที่เย็นเพื่อไม่ให้เหงื่อออก
  4. ครีมบำรุงผิวควรทาเฉพาะหลังอาบน้ำเท่านั้น และทาหลังจากอาบน้ำเสร็จประมาณ 3 นาที แต่สามารถทาเพิ่มระหว่างวันได้ถ้าผิวแห้งคัน
  5. ควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการเกาซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผิวหนังได้
  6. การรักษาโดยการใช้ยาชนิดทาหรือกินควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม แม้โรคนี้จะมีอาการเรื้อรังและเป็นๆ หายๆ แต่ส่วนใหญ่เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีอาการดีขึ้นตามวัยเมื่อเติบโตขึ้น การดูแลรักษาผิวที่ดี หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้อาการกำเริบ และการใช้ยาทาอย่างเหมาะสม จะทำให้คนไข้สามารถควบคุมอาการของโรคได้ดีจนสามารถหายจากโรคนี้ไปได้


Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพเด็ก, ศูนย์ภูมิแพ้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม