ปวดท้องแบบไหนควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ศูนย์ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

บทความโดย : นพ. สุขุมพันธ์ เก่าเจริญ

ปวดท้องแบบไหนควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร

อาการปวดท้องเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายๆ คนก็มีอาการและเลือกที่จะละเลย มองเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ใส่ใจ แต่แท้จริงแล้วอาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติที่กระเพาะอาหารได้ และเมื่อไหร่ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง ร่วมกับมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยอาจไม่ดีแน่ หากปล่อยไว้แล้วไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ฉะนั้นเราสามารถตรวจเช็กได้ด้วยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถเห็นรายละเอียดของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นได้ชัดเจน รวมทั้งยังช่วยยืนยันการวินิจฉัย และสามารถยืนยันตำแหน่งและขนาดของแผลที่ตรวจพบได้ นอกจากนี้ยังสามารถตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย เอช.ไพโลไร ได้อีกด้วย


เช็กอาการปวดท้องแบบไหนการส่องกล้องช่วยหาโรคได้

หากมีอาการปวดท้อง ปวดจุกแน่นท้องหรือแสบร้อนบริเวณท้องส่วนบนหน้าอก หรือบริเวณลำคอ อาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนอาการไม่ย่อย มีอาการเรอหรือคลื่นไส้อาเจียนบ่อยๆ รวมทั้งมีอาการร่วมที่บ่งชี้ว่าอาจมีโรครุนแรง ควรพิจารณาได้รับการตรวจคัดกรองเพิ่มด้วยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่

  • อาการปวดท้องเรื้อรังมากกว่า 4 สัปดาห์ขึ้นไป
  • อาการคลื่นติด คลื่นลำบาก หรือคลื่นแล้วเจ็บ
  • อาการเจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือดหรือเป็นสีดำ
  • รับประทานยารักษาโรคกระเพาะอาหารแล้วอาการไม่ทุเลาลง

การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (EGD) เป็นมาตรฐานเพื่อการวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อีกทั้ง เป็นการตรวจที่สามารถทำได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน โดยการใช้กล้องที่มีลักษณะ เป็นท่อขนาดเล็ก ปรับโค้งงอได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 cm ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงและส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปในปาก ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารจะทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการ เช่น ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้ลดความจำเป็น และความเสี่ยงของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งในโรคบางโรคแพทย์สามารถให้การรักษาได้ทันที


ขั้นตอนในการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

  1. ผู้รับการตรวจจะได้การพ่นยาชาในลำคอและอาจได้รับการฉีดยาให้หลับ
  2. ผู้รับการตรวจจะนอนตะแคงซ้าย หลังจากนั้นจะใส่ที่กันกัดเพื่อให้ปากเปิดเล็กน้อย จากนั้นกล้องตรวจกระเพาะอาหารจะถูกใส่ผ่านลงไปยังหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นโดยไม่เจ็บ
  3. การตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที หรืออาจจะนานกว่านั้นถ้ามีรอยโรคที่ต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจเป็นจำนวนหลายชิ้นมากกว่าปกติ หรือมีการตัดติ่งเนื้อร่วมด้วย หรือมีการห้ามเลือด
  4. ระหว่างการตรวจ แพทย์จะใส่ลมเล็กน้อยเข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เจ้าหน้าที่จะดูดน้ำลายที่ออกมาด้วยเครื่องดูดเสมหะ
  5. ในตอนสิ้นสุดการตรวจ กล้องส่องกระเพาะอาหารจะถูกนำออกมาอย่างรวดเร็วและง่ายดาย

อาการที่อาจจะเกิดขึ้นหลังได้รับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

  • แน่นอึดอัดท้อง จะทุเลาลง เมื่อได้ผายลม หรือเรอ
  • มีภาวะเลือดออกจากตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ โดยปกติแผลจากการตัดชิ้นเนื้อจะมีขนาดเล็กและเลือดหยุดได้เอง แต่ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาในกลุ่มยาละลายลิ่มเลือด อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะเลือดออกภายในกระเพาะได้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนส่อง
  • เจ็บบริเวณท้องน้อย อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไป
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง ให้รีบมาพบแพทย์ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

ทั้งนี้ผู้รับการตรวจจะต้องพักผ่อนในห้องพักฟื้น (Recovery Room) ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และสามารถทราบผลการตรวจส่องกล้องได้ในวันเดียวกัน

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร นับเป็นเทคนิคหนึ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากในรักษาและการตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยให้พบโรค สาเหตุของความผิดปกติดังกล่าว และส่งผลให้การรักษาโรคได้ทันเวลา หากพบว่ามีอาการปวดท้องเรื้อรัง รักษาด้วยการรับประทานยาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาเจียนเรื้อรัง หรือมีพฤติกรรมรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาทำให้ปวดท้องเป็นๆ หายๆ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร





ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม