เรื่องของ โบท็อกซ์ ที่ต้องทำความรู้จัก

ศูนย์ : ศูนย์ผิวหนังและความงาม

บทความโดย : นพ. ชาญเกียรติ ส่องสันติภาพ

9 ตุลาคม 2023

ทุกคนคงคุ้นเคยกับชื่อ Botox (โบท็อกซ์) กันอยู่แล้วว่าเป็นหนึ่งในหัตถการเสริมความงาม เพราะสามารถช่วยปรับหน้าเรียว ยกกระชับกรอบหน้า ลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า Botox คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง อย่างนั้นไปหาคำตอบกันเลย


Botox (โบท็อกซ์) คืออะไร

Botox (โบท็อกซ์) หรือ Botulinum toxin ซึ่งผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย Clostidium botulinum ปัจจุบันทางการแพทย์สามารถสกัด Botulinum toxin ได้ทั้งหมด 7 ชนิด (A-G) แต่ชนิดที่นำมาใช้ทางการแพทย์มากที่สุด คือ Botulinum toxin type A กลไกการออกฤทธิ์ของ Botox คือการไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท Acetylcholine ที่ปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว

> กลับสารบัญ


Botox (โบท็อกซ์) กับประโยชน์ทางการแพทย์

มีการคิดค้น Botox (โบท็อกซ์) มาประมาณ 100 กว่าปีแล้ว และในอดีต (ปี 1980) Botox ถูกเริ่มนำมาใช้ในการรักษาอาการตาเหล่ หรือ ตาหดเกร็งตัวผิดปกติ นอกจากนี้พบข้อมูลการใช้ Botox เกี่ยวกับการรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งตัวผิดปกติ (spasm) กล้ามเนื้อหน้ากระตุกผิดปกติ โรคการบีบตัวของหลอดอาหารผิดปกติ

จากการที่ Botox ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว รวมถึงลดการหลั่งสารบางอย่างที่ทำให้อาการปวดลดลง ทำให้พบว่าการฉีดโบท็อกซ์ยังสามารถช่วยลดอาการปวดศีรษะลงได้อีกด้วย

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

Botox (โบท็อกซ์) กับความงามและการชะลอวัย

1. การฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอย (Wrinkles) ส่วนมากจะใช้กับริ้วรอยเหี่ยวย่น ได้แก่ รอยขวางบริเวณหน้าผาก หัวคิ้ว หรือ รอยย่นจากการขมวดคิ้ว หางตา ใต้ตา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ลดรอยย่นบริเวณ สันจมูก ช่วยลดความหนาของร่องแก้ม เป็นต้น โดยหลังฉีดจะสามารถเริ่มสังเกตว่าริ้วรอยลดน้อยลงในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด

การฉีดลดริ้วรอยบริเวณ upper face นี้ สามารถ design ได้ให้เหมาะกับรูปหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด อาจจะช่วยปรับลดให้โหนกแก้มเล็กลง หรือยกให้สูงขึ้นก็ได้ แล้วแต่บุคคล สามารถฉีดโบท็อกซ์ปรับแต่งรูปคิ้ว หรือ ยกคิ้วตามที่ต้องการ ลดปัญหาถุงใต้ตา ปรับให้ดวงตาดูกลมและโตขึ้น ตามที่ต้องการ

2. การฉีด Botox เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง (Square Jaw Reduction) เหมาะกับคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อตรงขอบขากรรไกรขนาดใหญ่ ซึ่งปัญหานี้อาจจะเกิดจากคนที่ชอบทานอาหารแข็งๆ หรือเหนียวบ่อยๆ คนที่นอนกัดฟัน หรือคนที่มีปัญหาการสบฟัน การฉีด Botox สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้มีขนาดเล็กลง ทำให้หน้าดูเรียวขึ้นได้ สามารถฉีดซ้ำได้ทุกประมาณ 4 - 6 เดือน การฉีดต่อเนื่องจะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลงและระยะห่างอาจจะนานขึ้น

3. การฉีด Botox เพื่อการยกกระชับผิวหน้าและลำคอ (Nefertiti Lift) บริเวณขอบหน้าส่วนล่างและลำคอ จะมีกล้ามเนื้อพาดอยู่บริเวณดังกล่าว การฉีด Botox บริเวณนี้ ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผลที่ได้จะทำให้ใบหน้าดูกระชับมากขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของบริเวณแก้ม เห็นขอบหน้าชัดขึ้น มุมปากยกขึ้น รวมทั้งผิวบริเวณลำคอ หรือรอยย่นบริเวณหน้าอก ดูตึง และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

4. การฉีด Botox ช่วยกระชับรูขุมขน (Microbotox) การฉีด Botox วิธีนี้จะช่วยให้ผิวบริเวณแก้มและใต้ตามีความกระชับและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดปริมาณเหงื่อ และอาการหน้ามันลงได้ด้วย แต่อาจจะต้องทำต่อเนื่องทุก 2 - 3 เดือน ผลที่ได้จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นที่พอใจแล้ว ก็อาจจะกลับมาฉีดซ้ำทุก 6 เดือน

5. การฉีด Botox ในบริเวณอื่น ๆ เช่น ช่วยลดรอยย่นบริเวณรอบปาก หรือรอยย่นบริเวณคาง ช่วยปรับรูปคางให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ลดขนาดของปีกจมูก ลดปัญหาคางสองชั้น

6. การฉีด Botox ลดขนาดน่อง ในรายที่ขนาดขาค่อนข้างใหญ่จากกล้ามเนื้อบริเวณน่อง

7. การฉีด Botox ลดเหงื่อ (Hyperhidrosis) บริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า คอ หน้าอกและแผ่นหลัง พบว่าได้ผลที่ดีมาก

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกซ์นั้น ผลจะอยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือน เมื่อหมดฤทธิ์ยา อาจจะต้องกลับมาฉีดซ้ำใหม่ แต่ข้อดีก็คือ ถือเป็นการชะลอวัยแบบหนึ่ง เพราะในช่วงที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์นั้น ทำให้ป้องกันไม่ให้เกิดรอยเหี่ยวย่น เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าเมื่อหมดฤทธิ์แล้ว แต่ผู้ป่วยไม่ได้ฉีดต่อเนื่อง สภาพริ้วรอย ก็จะไม่มากไปกว่าสภาพ ณ ก่อนฉีด แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้ป่วยมารับการฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่อง ตามที่แพทย์นัด สภาพริ้วรอยและสภาพผิวหน้าจะยังเหมือนเดิมไปตลอดแม้เวลาผ่านไป รวมทั้งสามารถทำให้ฤทธิ์ของโบท็อกซ์อยู่ได้นานมากขึ้นหลังการฉีดต่อเนื่องประมาณ 4 - 5 ครั้งอีกด้วย

> กลับสารบัญ


ข้อควรระวังก่อนเข้ารับการฉีด Botox

ปัจจุบันมี Botox จำนวนมากหลายยี่ห้อ แต่ที่มีการใช้มาเป็นระยะเวลานานและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก คือ Botulinum Toxin Type A ที่ผลิตจากอเมริกา (Botox) ส่วน Botox ยี่ห้ออื่นที่พึ่งมีมาไม่นานนี้ มีหลากหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ และเป็นที่แพร่หลายตามคลินิกทั่วๆ ไป เนื่องจากราคาค่อนข้างถูก แต่ผลการรักษาอาจคลาดเคลื่อนออกไปจากที่ควรจะเป็น รวมทั้งยังอาจมีผลข้างเคียงที่อันตรายได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบว่า Botox ยี่ห้ออื่น อาจจะมีส่วนประกอบบางอย่างที่ชักนำให้เกิดการดื้อยา ทำให้การฉีด Botox ในครั้งหลังๆ ไม่ได้ผลตามที่ควรจะเป็น

> กลับสารบัญ



อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ สถานที่ให้บริการต้องน่าเชื่อถือ รวมทั้งแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วย Botox ควรต้องเป็นแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญในการฉีด Botox อย่างดี และการฉีด Botox ในคนไข้แต่ละรายก็ต้องอาศัยเทคนิคการฉีดที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ได้ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจสำหรับคนไข้รายนั้น

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





ทีมแพทย์ ศูนย์ผิวหนังและความงาม


บทความสุขภาพ




0