ศูนย์ : ศูนย์รักษ์เต้านม , ศูนย์ศัลยกรรม
บทความโดย : พญ. วายูน วจะโนภาส18 มิถุนายน 2026

การคลำเจอก้อนที่นมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป ก้อนที่เต้านมที่สงสัยมะเร็ง ส่วนใหญ่จะมีลักษณะแข็ง ขอบไม่ชัดเจน โตขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หัวนมบุ๋ม มีเลือดไหลจากหัวนม มีแผลที่ผิวหนัง คลำพบต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้หรือที่คอ ทั้งนี้ หากผู้ปวยพบคลำพบก้อนหรือเจอลักษณะผิดปกติของเต้านม ควรเข้ามาพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจละเอียดอีกที นอกจากนี้ การที่ไม่มีอาการใดๆ ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
การคลำเจอก้อนที่นม เป็นหนึ่งในความผิดปกติที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกกังวลใจ เพราะอาจเชื่อมโยงกับโรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านมได้ อย่างไรก็ตาม ก้อนที่เต้านมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป เนื่องจากอาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซีสต์ หรือเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงได้เช่นกัน
การทำความเข้าใจว่าก้อนที่เต้านมสามารถบ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง จะช่วยให้สามารถสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น และเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของโรคในระยะรุนแรง
สารบัญ
ก้อนที่เต้านมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งโรคที่ไม่อันตรายและโรคร้ายแรง โดยภาวะที่พบบ่อย มีดังนี้
ซีสต์ คือถุงน้ำที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเต้านม มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัย 30-50 ปี ลักษณะของก้อนมักจะนิ่มหรือค่อนข้างตึงคล้ายลูกโป่งใส่น้ำ ขนาดของซีสต์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามรอบเดือน และในบางรายอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย โดยทั่วไปแล้วภาวะนี้ไม่ใช่เนื้อร้ายและไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็ง
เนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงอายุน้อย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน มักมีลักษณะเป็นก้อนกลม ขอบเรียบชัดเจน และขยับเคลื่อนไหวไปมาได้เมื่อใช้นิ้วคลำ ที่สำคัญคือมักจะไม่มีอาการเจ็บ แม้ว่าเนื้องอกชนิดนี้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่แพทย์มักจะแนะนำให้ติดตามขนาดและลักษณะของก้อนอย่างสม่ำเสมอ
ภาวะนี้พบได้บ่อยที่สุดในคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร โดยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเกิดจากท่อน้ำนมอุดตัน ส่งผลให้เต้านมมีอาการปวด บวม แดง และร้อนอย่างเห็นได้ชัด ในบางรายอาจคลำได้เป็นก้อนแข็งร่วมกับมีไข้สูง
การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเต้านมที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเพศหญิงในแต่ละรอบเดือน ทำให้รู้สึกคัดตึง เจ็บ หรือคลำแล้วพบว่ามีก้อนที่นมเป็นก้อนเล็ก ๆ หลายก้อนกระจัดกระจาย โดยอาการเหล่านี้มักจะเด่นชัดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนและจะค่อย ๆ ทุเลาลงหลังจากประจำเดือนหมด
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตและแบ่งตัวผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้ของเซลล์ภายในเต้านม โดยก้อนมะเร็งเต้านม มักจะมีลักษณะแข็ง ขอบไม่เรียบ คลำแล้วติดแน่นอยู่กับเนื้อเยื่อข้างใต้ทำให้ขยับได้ยาก และก้อนจะโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง บางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หัวนมบุ๋ม หรือผิวหนังเต้านมเปลี่ยนไป
แม้ว่าเราจะไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำจากการตรวจเต้านมด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่หากลองตรวจเช็กแล้วพบว่า ก้อนที่นมมีลักษณะหรืออาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดทันที
เมื่อพบก้อนหรือความผิดปกติที่เต้านม แพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยวิธีการตรวจที่สำคัญ ได้แก่
แพทย์จะทำการตรวจคลำเต้านมและบริเวณรักแร้ทั้งสองข้างอย่างละเอียด เพื่อประเมินลักษณะ ขนาด ความหยุ่นตัว และตำแหน่งของก้อน รวมถึงตรวจดูความสมมาตรและผิวหนังภายนอกของเต้านม
การอัลตราซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound) คือใช้คลื่นความถี่สูงในการสร้างภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่อายุน้อย เนื่องจากเนื้อเต้านมยังมีความหนาแน่นสูง วิธีนี้จะช่วยแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าก้อนที่คลำได้นั้นเป็นซีสต์ หรือเป็นก้อนเนื้อสามมิติ
แมมโมแกรม (Mammogram) เป็นการเอกซเรย์เต้านมด้วยรังสีชนิดพิเศษในปริมาณต่ำ ถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการตรวจหาความผิดปกติ จุดหินปูน หรือมะเร็งในระยะเริ่มต้นที่ยังมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถคลำได้ด้วยมือ มักแนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
หากผลการตรวจทางรังสีวิทยา พบก้อนที่มีลักษณะน่าสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากก้อนนั้น เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่สามารถยืนยันผลการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำที่สุด
ในกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI: Magnetic Resonance Imaging) หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และ PET Scan เพื่อประเมินการกระจายตัวและระยะของโรคในการวางแผนรักษาอย่างรัดกุม
หากผลตรวจชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นมะเร็งเต้านม แนวทางการรักษาจะถูกออกแบบเป็นรายบุคคล โดยขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง อายุ และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งผสมผสานวิธีหลัก ๆ ดังนี้
วิธีรักษาหลักของมะเร็งเต้านม อาจเป็นการผ่าตัดสงวนเต้านม โดยเอาเฉพาะก้อนและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ออก หรือการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ขึ้นอยู่กับขนาดและการกระจายตัวของโรค สามารถทำร่วมกับการผ่าตัดเสริมเต้าในบางราย
การใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ มักใช้ร่วมหลังจากการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรค
การใช้ยาเพื่อทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายไปตามกระแสเลือด โดยอาจให้ก่อนผ่าตัดเพื่อให้ก้อนยุบลง หรือให้หลังผ่าตัดตามดุลยพินิจของแพทย์
การรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยที่มะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรน เพื่อลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว
การรักษาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งบางชนิด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งบางกลุ่มโดยเฉพาะ
แม้ว่าก้อนที่เต้านมในหลายกรณีอาจไม่ใช่มะเร็ง แต่การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตรวจวินิจฉัย อาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้ ดังนั้นหากคลำแล้วพบว่ามีก้อนที่นม มีอาการเจ็บเต้านมผิดปกติ หรือมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสงสัย ไม่ควรรอดูอาการเพิ่มเติม ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจเต้านมและตรวจคัดกรองอย่างละเอียด ที่ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลนครธน เพื่อความอุ่นใจ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
นัดหมายหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ที่ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1
A: การคลำเจอก้อนที่หน้าอกไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจเกิดจากซีสต์ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนได้ อย่างไรก็ตาม หากก้อนมีลักษณะแข็ง โตเร็ว ขอบไม่เรียบ หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
A: ก้อนที่เจ็บเวลากดส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซีสต์ หรือการอักเสบของเต้านม มากกว่ามะเร็งเต้านม แต่ก็ไม่สามารถสรุปได้จากอาการเพียงอย่างเดียว หากก้อนยังไม่ยุบ เจ็บต่อเนื่อง หรือมีลักษณะผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
A: ผู้หญิงทั่วไปควรเริ่มตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปี หรือเร็วกว่านั้นหากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
A: หากคลำพบก้อนที่นมแล้วก้อนไม่หายภายใน 1-2 รอบเดือน หรือมีลักษณะผิดปกติ เช่น แข็ง โตเร็ว เจ็บมาก หรือมีน้ำไหลจากหัวนม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
A: หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม มะเร็งเต้านมมีโอกาสรักษาหายและควบคุมโรคได้สูงมาก