ศูนย์ : ศูนย์ผิวหนังและความงาม
บทความโดย : นพ. ชาญเกียรติ ส่องสันติภาพ18 สิงหาคม 2023

เริมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเฮอร์ปีซิมเพลกซ์ (Herpes simplex virus) โดยการสัมผัสทางผิวหนัง จะเกิดลักษณะผื่น เป็นตุ่มน้ำใสที่ส่วนใหญ่มักขึ้นบริเวณริมฝีปาก พร้อมมีอาการแสบร้อน ในบางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย เมื่อเป็นแล้วรักษาได้แต่ไม่หายขาด เนื่องจากเชื้อจะหลบอยู่ในร่างกาย และจะกำเริบขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือภูมิคุ้มกันลดลง จึงทำให้เป็น ๆ หาย ๆ อย่างไรก็ตามก็มีวิธีบรรเทาโรคเริมได้ และมีวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้อาการกลับมากำเริบซ้ำ ดังนั้นควรทำความรู้จักกับโรคนี้
ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ได้ ซึ่งเชื้อไวรัสเริมติดต่อทางการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ได้รับเชื้อที่มีแผลถลอกอยู่ แบ่งเป็น
หลังจากเคยเป็นเริมครั้งแรก และรักษาจนแผลหายแล้ว เชื้อจะเคลื่อนไปหลบซ่อนตัวที่ปมประสาท เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอ เริมก็จะกลับมาเป็นซ้ำได้ซึ่งจะเป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่จะเกิดซ้ำบ่อยในช่วงปีแรก หลังจากนั้นนานๆ จึงจะเป็นใหม่ เนื่องจากร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสได้ดีขึ้น โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้เป็นซ้ำ ได้แก่ ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอจากการไม่สบายหรือเป็นไข้ ตากแดดนาน มีประจำเดือน และการได้รับการผ่าตัด เป็นต้น
ส่วนมากแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังสามารถวินิจฉัยโรคได้ด้วยการประเมินจากลักษณะของรอยโรคและบริเวณของผื่น มีน้อยรายที่ต้องยืนยันการวินิจฉัยโดยทางห้องปฏิบัติการ เช่น tzanck smear เป็นวิธีการตรวจจากรอยผื่นด้วยการเจาะตุ่มน้ำแล้วขูดเซลล์บริเวณฐานของตุ่มน้ำไปตรวจ หรือการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิ เป็นต้น
ในผู้ป่วยบางราย แผลเริมอาจหายเองได้ แต่ในรายที่มีอาการมาก แพทย์จะให้ยารับประทาน หรือยาทาต้านไวรัสที่จำเพาะกับโรค ร่วมไปกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามตุ่มน้ำที่แตกออกมา ซึ่งมีข้อดี คือ ลดความรุนแรงของโรค ลดความถี่และลดระยะเวลาที่เป็น ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และลดเวลาในการแพร่กระจายเชื้อ
ผลข้างเคียง มักไม่รุนแรง แต่มักมีผลรุนแรงได้ในเด็กแรกเกิด หรือผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ได้รับยาต้านภูมิคุ้มกัน ซึ่งเชื้อสามารถแพร่กระจ่ายไปอวัยวะต่างๆ เช่น สมองและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานลดลง หรือผู้ได้รับเชื้อ HIV เมื่อมีอาการ ควรแจ้งแพทย์
เริมติดต่อทางการสัมผัส ฉะนั้นการหมั่นล้างมือทำความสะอาดบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสเริมได้ หากพบว่ามีผื่น ตุ่มน้ำใส บริเวณปาก หรือส่วนอื่นๆ ให้เข้ามาพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี