ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหลังค่อม ท่าก้มหรือเงยคอมากเกินไป หรือนั่งท่าเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น
สารบัญ
| ระดับของอาการ | ลักษณะอาการ | แนวทางแก้ไข |
|---|---|---|
| ระดับที่ 1 | อาการเกิดขึ้นเมื่อทำงานไประยะหนึ่งพักแล้วดีขึ้นทันที | พักสลับทำงานเป็นระยะๆ ยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลายนวดผ่อนคลายออกกำลังกาย |
| ระดับที่ 2 | อาการเกิดขึ้น พักนอนหลับแล้ว แต่ยังคงมีอาการอยู่ | ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานรับการรักษาที่ถูกต้อง |
| ระดับที่ 3 | อาการปวดมากแม้ทำงานเพียงเบาๆ พักแล้วอาการก็ยังไม่ทุเลาลง | พักงาน หรือปรับเปลี่ยนงานรับการรักษาที่ถูกต้อง |
เป็นนวัตกรรมใหม่ของเครื่องเลเซอร์ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อชั้นลึก ซึ่งจะเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพื่อเพิ่มการทำงานของเมทาบอลิซึม สามารถลดปวดและอักเสบได้ในเวลาเดียวกันทั้งในกล้ามเนื้อและในข้อต่อ รวมทั้งยังสามารถลดบวมจากอาการบาดเจ็บเฉียบพลันได้ในครั้งแรกที่รักษา
เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการใช้รักษาคนไข้ที่มีอาการปวดระยะเรื้อรังที่ผ่านการรักษาต่างๆ มาแล้วไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะโรครองช้ำซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดการรักษาที่ได้ผลชัดเจน มีกระบวนการรักษาโดยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดลดการอักเสบและลดปวดได้ดี เป็นที่นิยมแพร่หลายในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีต่างๆ เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบหรือรักษาพังผืดในกล้ามเนื้อ วิธีการที่ดีที่สุดที่จะป้องกันอาการจากออฟฟิศซินโดรมจำเป็นต้องทำร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การปรับอิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง รวมถึงการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้สมบูรณ์แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอาการบาดเจ็บต่างๆ ที่จะมาบั่นทอนคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างถาวร