ศูนย์ : บริการทางการแพทย์ด้านภูมิแพ้
2 กรกฎาคม 2020

การทดสอบการแพ้อาหาร โดยรับประทานอาหารที่สงสัย (Oral Food Challenge Test) คือ การให้ผู้ป่วยลองรับประทานอาหารที่สงสัย แล้วสังเกตอาการที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด วิธีการทดสอบนี้เป็นการยืนยันการวินิจฉัยการแพ้อาหารที่แม่นยำ และน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยจะเลือกทดสอบอาหารที่สงสัยจากประวัติผู้ป่วย หรือผลตรวจ skin prick test หรือผลตรวจ specific IgE ที่ยังสงสัยการแพ้อาหาร หรือทำทดสอบอาหารเพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยหายจากการแพ้อาหารนั้นแล้ว
การแพ้อาหาร (Food Allergy) เป็นปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อได้รับประทานอาหารที่แพ้ ผ่านกลไกภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการในระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยอาการอาจเกิดขึ้นเพียงระบบเดียวหรือหลายระบบ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ การแพ้อาหารเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
โดยอาหารที่มักเป็นสาเหตุการแพ้อาหาร ได้แก่
ผู้ป่วยจะได้รับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ โดยเริ่มทานในปริมาณอย่างน้อย 5-10% ของปริมาณที่ควรได้รับตามปกติ ขึ้นอยู่กับประวัติความรุนแรงของอาการแพ้ แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณอาหารนั้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ 15-60 นาที ต่อมาเฝ้าดูอาการที่เกิดขึ้นตลอดการประทานอาหาร จนถึงปริมาณปกติที่เด็กคนนั้นจะสามารถรับประทานอาหารนั้นได้ และให้ทานอาหารนั้นต่อไปทุกวันในช่วงระยะหนึ่ง โดยต้องสังเกตอาการต่อไป 2-7 วัน ถ้าอาการแพ้นั้นเป็นปฏิกริยาที่เกิดเร็วมักจะมีอาการภายในไม่เกิน 24-48 ชม. หลังทานอาหาร หากอาการแพ้เป็นปฏิกิริยาที่เกิดช้า มักจะมีอาการภายใน 7 วันหลังทานอาหาร จึงแนะนำให้สังเกตอาการไปนานอย่างน้อย 7 วัน หากไม่มีอาการผิดปกติใดก็สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยไม่แพ้หรือหายจากการแพ้อาหารชนิดนั้นแล้ว
ทั้งนี้การทดสอบจะเริ่มทำหลังจากได้รับความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ป่วย หรือผู้ปกครองซึ่งได้รับทราบถึงขั้นตอนวิธีการทดสอบ และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนเริ่มทำการทดสอบ
หมายเหตุ: ผู้ป่วยที่มาทำการทดสอบการแพ้อาหารโดยรับประทานอาหารที่สงสัย อาจมีโอกาสเกิดปฏิกริยาการแพ้อาหารนั้น โดยอาจมีอาการรุนแรงจากการแพ้ฉับพลันได้ ซึ่งสามารถป้องกันและลดโอกาสการเกิดได้ โดยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมียาและอุปกรณ์ช่วยชีวิตเตรียมพร้อมตลอดเวลาที่ทำการทดสอบ