ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก
บทความโดย : นพ. กวินทร์ วงศ์นพรัตน์เลิศ10 กรกฎาคม 2026

มลพิษทางอากาศ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในปัจจุบัน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเดินหายใจของทุกคน โดยเฉพาะโรคหอบหืดในเด็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินหายใจที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็น อาการหอบหืดในเด็ก เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หรือลูกหายใจเสียงวี้ด ควรพาลูกรักไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง ก่อนที่อาการจะรุนแรงจนเป็นอันตรายได้
สารบัญ
โรคหืดในเด็ก หรือ หอบหืด เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของทางเดินหายใจ ซึ่งส่งผลให้หลอดลมฝอยของผู้ป่วยเด็กมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้และสิ่งแวดล้อมรอบตัวไวมากกว่าคนปกติทั่วไป เมื่อระบบทางเดินหายใจของลูกเจอสิ่งกระตุ้น เยื่อบุภายในหลอดลมจะเกิดการบวมขึ้น มีการสร้างมูกหรือเสมหะเหนียว ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับกล้ามเนื้อหลอดลมเกิดการเกร็งตัวและหดเล็กลง ส่งผลให้หลอดลมตีบแคบอย่างรวดเร็ว ทำให้อากาศเข้าสู่ปอดได้ยากขึ้น ผู้ป่วยถึงมีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจเสียงวี้ด หรือมีอาการหอบหืดเหนื่อยเกิดขึ้น อาการเหล่านี้อาจจะดีขึ้นเมื่อได้รับยาขยายหลอดลมอย่างทันท่วงที
การเฝ้าสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจของลูกน้อยเป็นหน้าที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่ โดยเราสามารถแบ่งลักษณะของ อาการหอบหืดในเด็ก ออกเป็นอาการทั่วไปและสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง ดังนี้
หากลูกน้อยมีอาการข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิญที่คุณพ่อคุณแม่พามาพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
การเกิดโรคหืดในเด็กไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากส่วนผสมของปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
การดูแลรักษาโรคหอบหืดในเด็ก กุมารแพทย์จะแบ่งแนวทางการดูแลรักษาออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการใช้ยาและการปฏิบัติตัวเพื่อควบคุมโรค
คุณพ่อคุณแม่สามารถควบคุมไม่ให้อาการกำเริบได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางนี้
1:โรคหอบหืดในเด็กสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่เมื่อโตขึ้น?
ตอบ: เด็กบางคนอาจมีอาการดีขึ้นมากหรือไม่มีอาการอีกเลยเมื่อโตขึ้น เนื่องจากโครงสร้างหลอดลมและระบบภูมิคุ้มกันขยายใหญ่และแข็งแรงขึ้นตามวัย แต่ในทางการแพทย์จะเรียกว่า "โรคสงบ" ซึ่งยังมีโอกาสกลับมาสู่วงจรหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ หรือเจอสิ่งกระตุ้นรุนแรง ดังนั้นการติดตามการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่องจึงสำคัญที่สุด
2:หากลูกไม่มีอาการไอหรือหอบแล้ว สามารถหยุดยาพ่นควบคุมอาการ (Controller) เองได้ไหม?
ตอบ: ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เนื่องจากยาควบคุมอาการทำหน้าที่ลดการอักเสบเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ภายในหลอดลม การที่ลูกไม่มีอาการแสดงว่ายาพ่นควบคุมโรคกำลังทำงานได้ดี การหยุดยาเองอาจทำให้หลอดลมกลับมาอักเสบ บวม และเกิดอาการหอบเฉียบพลันที่เป็นอันตรายได้ ควรให้แพทย์เป็นผู้ปรับลดขนาดยา
3:เด็กที่เป็นโรคหอบหืดสามารถไปวิ่งเล่นหรือออกกำลังกายเหมือนเด็กทั่วไปได้ไหม?
ตอบ: เด็กที่เป็นโรคหอบหืดสามารถและควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของปอด แต่ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป และควรพ่นยาขยายหลอดลมก่อนออกกำลังกายประมาณ 15-30 นาทีตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใน วันที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูง
4:อาการไอจากโรคหวัดทั่วไป กับอาการไอจากโรคหอบหืด แตกต่างกันอย่างไร?
ตอบ: อาการไอจากหวัดมักมีไข้ มีน้ำมูก และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาการไอจากโรคหอบหืดมักเป็นการไอเรื้อรัง ไอแห้ง ๆ หรือมีเสมหะเหนียว มักไอมากในช่วงเวลากลางคืน เช้ามืด หรือหลังจากวิ่งเล่น และมักได้ยินเสียงหายใจวี้ดร่วมด้วยเมื่อไอต่อเนื่อง
5:เมื่อลูกเกิดอาการหอบหืดเฉียบพลันขึ้นมาที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
ตอบ: อันดับแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติ พาตัวเด็กมาอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นให้พ่นยาขยายหลอดลมตามแผนการรักษาฉุกเฉินที่แพทย์เคยให้ไว้ทันที จับเด็กนั่งตัวตรง ไม่ให้นอนราบ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพ่นยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15-20 นาที หรือเริ่มมีสัญญาณอันตราย เช่น อกบุ๋ม ปีกจมูกบาน ปลายมือปลายเท้าเขียว ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กโรคหอบหืด คือการให้ความรู้แก่ครอบครัว การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอถูกต้อง และการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอาการของโรคให้สงบและช่วยให้ลูกน้อยสามารถเติบโตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ตามปกติ
นพ.กวินทร์ วงศ์นพรัตน์เลิศ
กุมารเวชศาสตร์,กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ
ศูนย์สุขภาพเด็ก