ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วยในทุกขั้นตอน
การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ
- เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ให้ภาพละเอียดสูงของกระดูก กระดูกอ่อน และเนื้อเยื่อรอบข้อ เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
- เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan ช่วยให้ภาพตัดขวางของร่างกายในมุมมองต่าง ๆ เหมาะสำหรับการประเมินโครงสร้างกระดูกที่ซับซ้อน และช่วยวางแผนการรักษาหรือการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การตรวจมวลกระดูก (Bone Densitometry) เป็นการตรวจหาค่าความหนาแน่นของกระดูกตามส่วนต่าง ๆ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก ข้อมือ และกระดูกทั้งหมด ว่ามีภาวะกระดูกพรุนมากน้อยเพียงใด โดยการใช้รังสีที่เรียกว่า Dual Energy X-ray Absorptiometry Scanner หรือ DEXA Scanner พลังงานต่ำสะท้อนภาพเนื้อเยื่อกระดูก ทำให้ทราบผลการตรวจอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย
- เทคโนโลยีร่วมรักษาภาวะกระดูกหัก ด้วยเครื่อง C-Arm เครื่องเอกซเรย์แบบ Fluoroscopy เป็นเทคนิคการเอกซเรย์ภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ (Real-time X-ray) ที่ทำหน้าที่คล้ายการถ่ายวิดีโอภายในร่างกาย ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นการทำงานของอวัยวะภายใน และตำแหน่งของเครื่องมือแพทย์ในขณะทำหัตถการหรือผ่าตัดได้ทันที เพิ่มความแม่นยำและปลอดภัยในการรักษาขั้นสูงสุด
เทคนิคการผ่าตัดและการระงับปวด
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน มีเทคนิคการผ่าตัดอันทันสมัย ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไว และกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยวิธีการหลัก ๆ มีดังนี้
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty: TKA)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด เป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดเข่าอย่างรุนแรง และมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวที่ อันเกิดจากภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้ออักเสบอื่น ๆ เป็นวิธีการรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะปานกลางถึงระยะรุนแรง โดยวิธีนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดี โดยมีข้อดี ดังนี้
- ลดอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบเข่าและการเจ็บปวดหลังการผ่าตัด
- รอยแผลเป็นหลังการผ่าตัดเล็กกว่า
- รอยแผลเป็นสั้นเพียง 4-6 นิ้ว ซึ่งวิธีการผ่าตัดแบบมาตรฐานยาว 8-10 นิ้ว
- เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อยกว่า
- ใช้เวลาพักฟื้นหลังการผ่าตัดในโรงพยาบาลสั้น
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty - UKA)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนเฉพาะส่วนของข้อเข่าที่เสื่อมเท่านั้น มักทำในกรณีที่ข้อเข่าเสื่อมเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ด้านในหรือด้านนอก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมไม่รุนแรงมาก และยังเหลือส่วนของกระดูกอ่อนที่ดี
การผ่าตัดส่องกล้องข้อและเอ็น (Arthroscopic Surgery)
วิธีนี้เป็นการตรวจวินิจฉัยและการรักษาในเวลาเดียวกัน โดยแพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กเพียง 0.8-1.0 เซนติเมตรประมาณ 2-4 จุด เพื่อสอดกล้องขนาด 4 มิลลิเมตร เข้าไปภายในข้อหรือเส้นเอ็น หลังจากนั้นจะแสดงภาพให้เห็นผ่านจอภาพคุณภาพสูง หากพบความผิดปกติก็สามารถรักษาได้ทันที ด้วยเครื่องมือขนาดพิเศษ ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ จุดเด่นของการผ่าตัดส่องกล้อง คือ
- แผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้ระยะสั้น
- ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่าเดิม
นอกจากนี้ ระบบยังมีการบันทึกภาพขณะผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจในรายละเอียดและความแม่นยำของทุกขั้นตอน ตอบโจทย์การรักษาที่ทันสมัย
เทคนิคการระงับปวด โดยการฉีดยาชาบริเวณรอบเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve Block)
เทคนิคที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี ลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มอื่น ๆ เมื่ออาการปวดลดลงก็สามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดและเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ฟื้นตัวระยะสั้น ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับบ้าน และใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ไวขึ้
ทำไมต้องเลือกหมอกระดูกและข้อ ที่โรงพยาบาลนครธน ?
การดูแลรักษาโรคกระดูกและข้อ จำเป็นต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญของแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ให้การรักษาได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
- ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 12 ท่าน ครอบคลุมทั้งโรคข้อเสื่อม การบาดเจ็บจากกีฬา และการผ่าตัดซับซ้อน ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคค
- เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. รองรับผู้ป่วยได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ต้องรอคิวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด หรือมีอาการเร่งด่วนที่ต้องการพบแพทย์โดยเร็ว
- ให้บริการแบบครอบคลุม ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดและผ่าตัด รวมถึงการฟื้นฟูร่างกายหลังการรักษา ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่องในที่เดียว
- ตั้งอยู่ชั้น 1 เดินทางสะดวก เข้าถึงบริการได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ทำให้เข้ารับบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ความประทับใจจากผู้ใช้บริการ
ฟังประสบการณ์จริงจากผู้เข้ารับบริการศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน ในการดูแลและรักษา ด้วยเทคโนโลยีและหัตการต่างๆ
เวชศาสตร์การกีฬา
เพื่อการเล่นกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ
เวชศาสตร์การกีฬา
รับมือการบาดเจ็บ จากการเล่นกีฬา และออกกำลังกาย
คุณพรรณี กาญจนวสะ
ผ่าตัดข้อเข่าเทียม ในวัย 92 ปี
ช่องทางการนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
ปรึกษาเจ้าหน้าที่เบื้องต้นเกี่ยวกับการตรวจรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น หรือจองคิวพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อประเมินอาการกระดูกเสื่อมได้ที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาข้อเข่าเสื่อม (FAQs)
Q: ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้หรือไม่ หรือต้องผ่าตัดเสมอ ?
A: ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและชะลอความเสื่อมได้ โดยในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด และการใช้ยา ส่วนการผ่าตัดจะพิจารณาในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
Q: ในการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอายุเท่าไรถึงจะเหมาะสม ?
A: โดยทั่วไป จะอยู่ที่อายุประมาณ 50-60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมรุนแรง และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับระดับความรุนแรงของโรคและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
Q: หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน ?
A: โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถเริ่มลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4-6 สัปดาห์ในการกลับไปทำกิจกรรมเบื้องต้นได้ตามปกติ ทั้งนี้ระยะเวลาฟื้นตัวขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายและการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
Q: การฉีดน้ำหล่อลื่นข้อเข่า เจ็บหรือไม่ ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ?
A: การฉีดน้ำหล่อลื่นข้อเข่าอาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขณะฉีด แต่โดยทั่วไปทนได้ และใช้เวลาไม่นาน ผลลัพธ์จะช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความคล่องตัวของข้อ โดยมักอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพข้อเข่าของแต่ละบุคคล
Q: หมอกระดูกและข้อต่างจากหมอทั่วไปอย่างไร ?
A: แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ (Orthopedic Surgeon) มีความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก ข้อ กล้ามเนื้อ เอ็น และเส้นประสาทโดยเฉพาะ รวมถึงสามารถทำการผ่าตัดและใช้เทคนิคเฉพาะทางได้ ในขณะที่แพทย์ทั่วไปจะดูแลสุขภาพในภาพรวมและโรคพื้นฐานทั่วไป
Q: กระดูกพรุนต้องตรวจอย่างไร ใครบ้างควรตรวจ ?
A: การตรวจภาวะกระดูกพรุนทำได้โดยการตรวจมวลกระดูก (Bone Densitometry) ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่มีประวัติกระดูกหักง่าย หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น รับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอ หรือใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน
Q: หากบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เอ็นขาด ต้องผ่าตัดทุกรายหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระดับการใช้งานของผู้ป่วย และตำแหน่งของเอ็นที่บาดเจ็บ ในบางกรณีสามารถรักษาได้ด้วยการพักฟื้น การทำกายภาพบำบัด และการใช้อุปกรณ์พยุงข้อ แต่หากเป็นเอ็นขาดรุนแรง หรือส่งผลต่อการใช้งาน อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูการทำงานของข้อให้กลับมาใกล้เคียงปกติ