ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก

บทความโดย : ผศ.นพ. วรวุฒิ เชยประเสริฐ

ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะซีด (Anemia) เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กไทย บางการศึกษาอาจพบเด็กไทยในวัยเรียนมีภาวะซีดสูงถึงร้อยละ 30-50 แม้ว่าเด็กที่มีอาการซีดส่วนใหญ่จะไม่มีอาการทางคลินิก แต่หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมก็จะส่งผลกระทบต่อความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก ทั้งยังส่งผลทำให้ระดับสติปัญหา หรือ I.Q. (Intelligence Quotient) ลดลงอีกด้วย


อาการและอาการแสดงทางคลินิกของภาวะซีด ได้แก่

  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยง่าย
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • เบื่ออาหาร
  • และทำกิจกรรมต่างๆ ได้ไม่เท่ากับเด็กปกติ

สาเหตุหลักของภาวะซีดสำหรับเด็กไทย คือ

1. ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก

เนื่องจากธาตุเหล็กมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างฮีโมโกลบิน ที่เป็นสารที่มีสีแดงที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้หน้าที่ในการขนส่งออกซิเจน เมื่อมีการขาดธาตุเหล็ก ร่างกายก็จะผลิตเม็ดเลือดแดงได้ลดลงจนเกิดภาวะซีด

การขาดธาตุเหล็ก มักเกิดขึ้นหลังอายุ 6 เดือน ที่รับประทานอาหารตามวัยที่มีธาตุเหล็กสูงไม่ได้ดี ก็จะเริ่มมีการพร่องของธาตุเหล็กได้ โดยเฉพาะเด็กที่รับประทานนมแม่เพียงอย่างเดียว แม้ว่านมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในขวบปีแรก แต่นมแม่มีปริมาณธาตุเหล็กไม่สูง หากกินอาหารตามวัยไม่เหมาะสมก็เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กได้ง่าย สำหรับเด็กโตมักเกิดจากปัญหาการเลือกรับประทานอาหาร เช่น ไม่รับประทานผักใบเขียว ตับ เลือด เนื้อหมู หรือเนื้อวัว เป็นต้น วัยรุ่นหญิงที่เริ่มมีประจำเดือนก็เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กได้ง่ายขึ้นเพราะมีการเสียเลือดออกไปจากร่างกายทุกเดือน

2. โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

เป็นโรคที่ถ่ายทอดจากพันธุกรรมที่พบมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีประชากรกว่า 18-20 ล้านคนเป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย (ร้อยละ 30-40 ของประชากร) และมีผู้เป็นโรคธาลัสซีเมียราว 600,000 คน (ร้อยละ 1)

โรคธาลัสซีเมีย เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมในการสร้างฮีโมโกลบิน ทำให้เกิดการสร้างฮีโมโกลบินบางชนิดลดลงหรือผิดปกติ ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นลง เปราะแตกง่าย จนเกิดภาวะซีด ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียมีอาการได้ตั้งแต่ซีดแบบไม่แสดงอาการทางคลินิก จนถึงมีอาการรุนแรง ้องได้รับส่วนประกอบของเลือดอย่างสม่ำเสมอในการรักษา ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของโรคธาลัสซีเมียที่เป็น

หากตรวจร่างกายพบว่า ‘ซีด’ ควรได้รับการตรวจนับเม็ดเลือด (Complete Blood Count; CBC) เพื่อประเมินระดับฮีโมโกลบิน ขนาดของเม็ดเลือดแดง และดูลักษณะของเม็ดเลือดแดงโดยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของภาวะซีด (หากมี) และตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรคต่อไป เช่น การตรวจโรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น

สำหรับเด็กเล็กอายุ 6-12 เดือน ควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะซีดและปริมาณเหล็กสะสมในเลือดตามมาตรฐานสากล เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการจนกระทั่งมีภาวะซีดที่รุนแรง


การรักษาภาวะซีดในเด็ก

การรักษา ขึ้นกับ สาเหตุของภาวะซีด หากภาวะซีดเกิดจากการธาตุเหล็ก ควรได้รับธาตุเหล็กในขนาดที่เหมาะสมอย่างน้อย 1-3 เดือนขึ้นไป และตรวจนับเม็ดเลือดซ้ำอีกครั้งหลังรับประทานธาตุเหล็กครบ ร่วมกับการปรับสัดส่วนอาหารและพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาด้วยยา เพื่อให้แน่ใจว่าหลังจากที่หยุดการรักษาด้วยยาแล้วจะไม่กลับมาขาดธาตุเหล็กอีก สำหรับวัยรุ่นเพศหญิงที่มีประจำเดือนปริมาณมากผิดปกติจนเกิดภาวะซีด ต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมร่วมกับการรักษาด้วยยาธาตุเหล็กด้วย

สำหรับโรคธาลัสซีเมีย ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องที่เหมาะสมโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาการรับส่วนประกอบของเลือด (เม็ดเลือดแดงเข้มข้น) อย่างสม่ำเสมอเมื่อมีข้อบ่งชี้ ร่วมกับการรับประทานยาบำรุงเลือด (กรดโฟลิก) วันละ 1 ครั้ง

หากสงสัยว่าบุตรหลานมีภาวะซีดหรือไม่ สามารถพามาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ก่อนที่ภาวะซีดจะเริ่มมีอาการและอาจกระทบต่อพัฒนาการต่างๆ ของเด็กได้


Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพเด็ก

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม