ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร เช็กอาการ วิธีติดต่อ และแนวทางป้องกัน
ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพนครธน, ศูนย์อายุรกรรม
บทความโดย : พญ. ภัทรธิดา สิงหเสนี
ทำความรู้จักกับ "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและน่าจับตามองในขณะนี้ แม้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่เราสามารถรับมือได้หากรู้เท่าทันที่มาของโรค อาการเริ่มต้น และวิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัย ตั้งแต่กลุ่มเสี่ยงไปจนถึงขั้นตอนการป้องกันเบื้องต้นที่คุณควรรู้
สารบัญ
ต้นตอของไวรัสนิปาห์มาจากไหน?
พาหะหลักของโรคนี้คือ ค้างคาวกินผลไม้หรือค้างคาวแม่ไก่ (Fruit Bats) โดยค้างคาวกลุ่มนี้จะมีเชื้ออยู่ในตัวแต่ไม่แสดงอาการป่วย โดยเชื้อจะปนเปื้อนออกมาผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ
ไวรัสนิปาห์ติดต่อกันได้อย่างไร?
- จากสัตว์สู่คน เกิดจากกินผลไม้ที่ค้างคาวกัดแทะหรือมีการสัมผัสน้ำลาย/ปัสสาวะค้างคาว หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ติดเชื้อ เช่น สุกร
- จากคนสู่คน เกิดจากสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะของผู้ป่วยโดยตรง (พบมากในสายพันธุ์ที่ระบาดในอินเดีย)
อาการที่ต้องสังเกตมีอะไรบ้าง
หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 5-14 วัน (นานสุดคือ 21 วัน) ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือน ดังนี้
- เริ่มแรก อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง ปวดหัว เจ็บคอ ไอ และปวดเมื่อยตามตัว
- อาการหนักหรือรุนแรง เริ่มซึม สับสน ชัก หมดสติ (เนื่องจากสมองอักเสบ) หรือมีอาการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจนำมาก่อนอาการทางสมอง
ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ? (กลุ่มเสี่ยง PUI)
หากมีไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาทหรือระบบทางเดินหายใจ และ มีประวัติเหล่านี้ในช่วง 21 วัน ที่ผ่านมา ได้แก่
- เดินทางจากพื้นที่ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไวรัสนิปาห์ (เช่น อินเดีย หรือบังคลาเทศ) หรือ
- ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัมผัสสารคัดหลังจากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ หรือ
- สัมผัสสารคัดหลั่งค้างคาว หมู หรือดื่มน้ำตาลสด/กินผลไม้ที่มีรอยแทะจากแหล่งรังโรค
การรักษาและป้องกัน
ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีน และ ไม่มีการรักษาเฉพาะทาง ทำได้เพียงประคับประคองตามอาการให้ร่างกายฟื้นตัว ดังนั้นการป้องกันจึงสำคัญที่สุด ดังนี้
- หมั่นติดตามข้อมูลการระบาด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่
- หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะของสัตว์หรือผลไม้ที่ตกพื้น
- สะอาดไว้ก่อน ล้างผลไม้ผ่านน้ำไหลหรือปอกเปลือกทุกครั้ง
- ป้องกันตัว หากต้องใกล้ชิดสัตว์เสี่ยง ให้ใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง
- ล้างมือบ่อย ๆ ใช้สบู่ล้างมือทุกครั้งก่อนกินข้าวและหลังเข้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ที่มีอาการผิดปกติ
ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คนที่มาจากค้างคาวกินผลไม้ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% - 75% เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากคนหรือสัตว์รังโรคในประเทศไทย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเดินทางไม่ยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัย อยู่เป็นจำนวนมาก และเฝ้าระวังตนเองหากมีประวัติสัมผัสกลุ่มเสี่ยงหรือเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดในช่วง 21 วัน
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพนครธน, ศูนย์อายุรกรรม
