ผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว
ศูนย์ : ศูนย์กระดูกสันหลัง
การผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง หรือ Endoscopic Spine Surgery เป็นเทคโนโลยีการรักษาโรคกระดูกสันหลังโดยใช้กล้องเอ็นโดสโคปที่มีขนาดเล็กสอดผ่านผิวหนังเพื่อเข้าถึงจุดที่กดทับเส้นประสาทได้โดยตรง แผลผ่าตัดมีขนาดเพียง 8 มิลลิเมตร ช่วยลดการทำลายกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนดีรอบข้าง ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อย ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ และสามารถฟื้นตัวกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือโพรงประสาทตีบแคบที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีรับประทานยาหรือกายภาพบำบัด
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) จะผ่าตัดก็ต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีประคับประคอง การรักษาด้วยยาแล้วไม่เป็นผลสำเร็จ หรือผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาข้างต้น ยังคงทรมานกับอาการปวดหลัง ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ หรือมีอาการปวดเรื้อรังรุนแรงมากขึ้น ร่วมกับมีอาการอ่อนแรงของขาอย่างชัดเจน หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่าย ปัสสาวะ หรืออุจจาระได้ โดยเทคนิคการผ่าตัดนี้สามารถลดขนาดของแผลผ่าตัดเหลือเพียง 8 มิลลิเมตร เข้าถึงจุดที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง และลด การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงได้มาก
สารบัญ
- ผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) คืออะไร ?
- โรคกระดูกสันหลังที่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
- ข้อบ่งชี้ที่ควรเข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
- ขั้นตอนการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
- อาการข้างเคียงหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง
- การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
- ปรึกษาการผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องได้ที่ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง (FAQs)
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) คืออะไร ?
การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope Discectomy) คือเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่มีความแม่นยำสูง โดยศัลยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กผ่านผิวหนังเข้าไปยังจุดที่มีปัญหาโดยตรง ตัวกล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดเล็กมาก ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเพียง 8 มิลลิเมตร เทคนิคนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลัง และเน้นการเข้าถึงจุดกดทับเส้นประสาทอย่างเฉพาะเจาะจง
ความแตกต่างระหว่างการผ่าตัดแบบมาตรฐานกับการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
การผ่าตัดกระดูกสันหลังเมื่อก่อนจะใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องจากภายนอก โดยมีความแตกต่างจากการใช้กล้องเอ็นโดสโคป ดังนี้
การผ่าตัดแบบมาตรฐาน (Microscopic Surgery)
ศัลยแพทย์ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องจากภายนอก ซึ่งจำเป็นต้องมีการตัดเลาะเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อส่วนที่ยังดีอยู่เพื่อเปิดทางให้มองเห็นจุดที่กดทับ ในบางกรณีอาจต้องเปิดแผลกว้างเพื่อให้ได้ทัศนวิสัยที่เพียงพอต่อการผ่าตัด
การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Surgery)
ศัลยแพทย์จะสอดกล้องเข้าไปในตัวผู้ป่วย โดยเลนส์จะอยู่ที่ปลายกล้อง เปรียบเสมือนดวงตาของศัลยแพทย์อยู่ในตัวผู้ป่วย ทำให้ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน แม่นยำ เลือกตัดออกเฉพาะส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาได้โดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก
นอกจากนี้ปลายของเลนส์จะมีลักษณะเป็นมุมเอียงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการมองเห็นอวัยวะต่าง ๆ รอบข้าง และสามารถมองเห็นพื้นที่ในการผ่าตัดได้ชัดเจนมากกว่า ส่งผลให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กทำให้เกิดการบาดเจ็บเนื้อเยื่อน้อยกว่า เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดน้อยลง และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
การทำ Endoscopic Discectomy คือทางเลือกใหม่ของการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่มีข้อดีเด่นชัดเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม ดังนี้
- แผลผ่าตัดเล็ก เพียง 8 มิลลิเมตร ประมาณขนาดของปลายนิ้วก้อย
- อาการปวดแผลผ่าตัดน้อย เนื่องจากไม่มีการตัดทำลายกล้ามเนื้อส่วนดี
- ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ แผลเล็ก ทำให้สัมผัสอากาศน้อยลง
- ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดี ที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด
- ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดเร็ว สามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง
- ลดค่าใช้จ่ายแฝง เนื่องจากใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลน้อยลงและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
โรคกระดูกสันหลังที่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
เทคโนโลยี Endoscopic Spine Surgery ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาการกดทับเส้นประสาทโดยเฉพาะ ซึ่งโรคหลัก ๆ ที่สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ ได้แก่
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกซึ่งมีหน้าที่ รองรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมสภาพสูญเสียความยืดหยุ่น เมื่อมีแรงกระแทกจะทำให้เกิดการนูน หรือฉีกปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลัง เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในวัยทำงาน
- อาการ : ปวดหลังร้าวลงขาอย่างเฉียบพลัน รู้สึกเหมือนไฟช็อตหรือปวดแปล๊บ มักปวดมากขึ้นเมื่อก้มตัวหรือไอจาม
- รักษาอย่างไร : แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อน ลดกิจกรรมที่ใช้แรงหลัง รับประทานยาแก้อักเสบ และทำกายภาพบำบัดเพื่อลดการกดทับในระยะเริ่มต้น
- เมื่อไรต้องผ่าตัด : เมื่ออาการปวดไม่ทุเลาหลังรักษาประคับประคองนาน 4-6 สัปดาห์ หรือมีอาการชาและขาอ่อนแรงชัดเจน แพทย์จะผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยใช้กล้องส่องเข้าไปคีบเฉพาะส่วนที่ปลิ้นทับเส้นประสาทออก
โรคโพรงประสาทตีบแคบ
เกิดขึ้นจากความเสื่อมของกระดูกสันหลัง เมื่อกระดูกเสื่อมจะทำให้เกิดการหนาตัวขึ้น ร่วมกับเส้นเอ็นยึดกระดูกที่หนาขึ้น ส่งผลให้เส้นประสาทที่วิ่งอยู่ในโพรงประสาทถูกบีบรัด โดยการตีบแคบอาจเกิดเพียงระดับเดียว หรือหลายระดับของโพรงกระดูกสันหลังก็ได้
- อาการ : ปวดหลังเรื้อรังและปวดน่องเวลาเดิน ต้องหยุดพักบ่อย ๆ ถึงจะเดินต่อได้ อาจมีอาการชาร่วมด้วย
- รักษาอย่างไร : ในระยะแรก แพทย์จะให้รับประทานยาขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดและปรับท่าทางในการเดิน
- เมื่อไรต้องผ่าตัด : เมื่อเดินได้ระยะทางสั้นลงเรื่อย ๆ จนกระทบการใช้ชีวิต หรือปวดจนนอนไม่ได้ แพทย์จะผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องเพื่อเข้าไปกรอกระดูกหรือตัดเส้นเอ็นส่วนที่หนาตัวออกเพื่อขยายโพรงประสาทให้โล่งขึ้น
ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
เกิดจากกระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนตัวไม่อยู่ในแนวปกติ จนไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างใต้
- อาการ : ปวดหลังร้าวลงขาเมื่อมีการเคลื่อนไหว รู้สึกปวดเสียวที่หลังเวลาเดินหรือยืนนาน ๆ และอาจรู้สึกว่าหลังไม่มั่นคง
- รักษาอย่างไร : เน้นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscle) ให้แข็งแรงเพื่อพยุงกระดูกสันหลัง และใช้ยาเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท
- เมื่อไรต้องผ่าตัด : เมื่อการรักษาเบื้องต้นไม่สามารถคุมอาการปวดได้ หรือตรวจพบว่ากระดูกเคลื่อนมากขึ้นจนเสี่ยงต่ออันตราย แพทย์จะผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องเพื่อลดการกดทับเส้นประสาทในจุดที่เคลื่อนไปทับ ช่วยให้คนไข้กลับมาเดินได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องบอบช้ำจากการผ่าตัดใหญ่
ข้อบ่งชี้ที่ควรเข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
โดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยมีอาการดังนี้
- รักษาด้วยวิธีประคับประคอง อย่างการรับประทานยา หรือทำกายภาพอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4-6 สัปดาห์แล้วไม่เป็นผลสำเร็จ
- มีอาการปวดเรื้อรังรุนแรงจนไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- เริ่มมีอาการทางระบบประสาท เช่น ขาอ่อนแรงชัดเจน ขาลีบ หรือรู้สึกชาอยู่ตลอดเวลา
- ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระได้ (ภาวะเร่งด่วน)
ขั้นตอนการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอ็นโดสโคป
หลังจากที่ผู้ป่วยดมยาสลบแล้ว แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- สอดกล้องเอ็นโดสโคป ผ่านทางแผลผ่าตัด ขนาด 8 มม. เข้าไปยังเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับอยู่โดยตรงโดยไม่ต้องตัดเลาะ กล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก
- แพทย์มองภาพเส้นประสาทผ่านจอได้อย่างชัดเจน สามารถเลือกตัดเฉพาะส่วนที่มีการกดทับเส้นประสาทออกได้ไม่ว่า จะเป็นการกดทับจากหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือการบีบรัดจากกระดูกข้อต่อ และเส้นเอ็นก็ตาม
- ตรวจเช็กความเรียบร้อยของเส้นประสาท เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการกดทับหลงเหลือ
- เย็บแผล และเนื่องจากแผลเล็กมาก บางกรณีอาจใช้การปิดแผลด้วยวัสดุพิเศษหรือเย็บเพียง 1 เข็ม
อาการข้างเคียงหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง
แม้การผ่าตัดแบบส่องกล้องจะมีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ป่วยอาจพบอาการข้างเคียงหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังที่พบได้ทั่วไป เช่น
- อาการหน่วงหรือตึงบริเวณแผลผ่าตัดในช่วง 2-3 วันแรก
- อาการชาที่อาจยังหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลจากเส้นประสาทเคยถูกกดทับมานานและต้องใช้เวลาฟื้นตัว
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
แม้ว่าเจ็บน้อย และฟื้นตัวไว แต่ก็ควรระมัดระวังและดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ดังนี้
- ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรเลี่ยงการก้มตัว บิดตัว หรือยกของหนัก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการบริหารกล้ามเนื้อหลังอย่างเคร่งครัด
- รักษาความสะอาดของแผลตามที่สถานพยาบาลกำหนด
ปรึกษาการผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องได้ที่ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
การผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง (Endoscopic Spine Surgery) เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การรักษาโรคกระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอีกต่อไป ด้วยความแม่นยำในการผ่าตัดที่เข้าถึงจุดปัญหาได้โดยตรง แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน เราพร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
เวลาทำการ ศูนย์กระดูกสันหลัง รพ.นครธน
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-20.00 น.
สถานที่ตั้ง
- ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน ชั้น 2
ช่องทางติดต่อศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
- Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- LINE Official: @nakornthon
- Tel: 02-450-9999 ต่อ 1148-1149
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดหลังแบบส่องกล้อง (FAQs)
-
Q: การผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องมีแพ็กเกจราคาไหม ?
A: โรงพยาบาลมักมีโปรแกรมการรักษาที่หลากหลายตามความเหมาะสมของอาการผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อความคุ้มค่าและครอบคลุมการรักษา แนะนำให้สอบถามรายละเอียดค่ารักษาพยาบาลได้โดยตรงผ่าน LINE หรือโทรศัพท์ 02-450-9999 ต่อ 1148-1149
-
Q: ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถผ่าตัดหลังแบบส่องกล้องได้ไหม ?
A: สามารถทำได้ และเป็นวิธีที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากแผลเล็ก เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวไว ช่วยลดความเสี่ยงจากการนอนพักฟื้นนาน ๆ ได้ดี อย่างไรก็ตามต้องผ่านการประเมินความพร้อมของร่างกายจากอายุรแพทย์ก่อน
-
Q: ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องแล้ว กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม ?
A: มีโอกาสเกิดขึ้นได้ หากหมอนรองกระดูกส่วนที่เหลือมีการปลิ้นออกมาใหม่ หรือผู้ป่วยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การยกของหนักผิดท่า การดูแลสรีระให้ถูกต้องจึงสำคัญมากหลังการรักษา
-
Q: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง ?
A: ผู้ป่วยต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง แจ้งประวัติการแพ้ยาและยาที่ทานประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดที่ต้องหยุดก่อนผ่าตัดตามคำแนะนำแพทย์ และเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ
-
Q: ผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องใช้ยาสลบหรือยาชา ?
A: ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำการดมยาสลบเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังผ่อนคลายเต็มที่และศัลยแพทย์ทำงานได้สะดวกที่สุด แต่ในบางกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อจำกัดเรื่องการดมยา แพทย์อาจพิจารณาการระงับความรู้สึกเฉพาะจุดแทนตามความเหมาะสม
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
แพ็กเกจ/โปรโมชั่น
บทความทางการแพทย์ศูนย์กระดูกสันหลัง
