ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแก้ปวดหลังที่ต้นเหตุ
ศูนย์ : ศูนย์กระดูกสันหลัง
บทความโดย : นพ. ปริญญา บุณยสนธิกุล
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด ด้วยเทคโนโลยีเอนโดสโคป (Endoscope) ที่เป็นการเปิดแผลเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร ช่วยให้ศัลยแพทย์นำส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก ส่งผลให้ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยลงมาก ผู้ป่วยสามารถลุกเดินและกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่เห็นผล เพื่อรีบคืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติและป้องกันความเสียหายถาวรของระบบประสาท
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นแนวทางในการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดหลังร้าวลงขา ปวดหลังส่วนล่าง จากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง หรือมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ที่ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน เราใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องเอนโดสโคป (Endoscope) แผลเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร สามารถเข้าถึงจุดที่เป็นปัญหาอย่างแท้จริง และลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงได้มาก พร้อมด้วยเทคนิคระงับความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องกังวลถึงอาการปวด สามารถฟื้นตัวในระยะสั้น และกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง
สารบัญ
- โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?
- อาการเบื้องต้นของกระดูกทับเส้นประสาท
- อาการที่ควรเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- วิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- วิธีดูแลตัวเองระหว่างที่พักฟื้นหลังการผ่าตัด
- การป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกลับมาเป็นซ้ำ
- ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททางเลือกการรักษาที่ตรงจุด
- ติดต่อสอบถามและนัดหมายบริการ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (FAQs)
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร?
โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะที่หมอนรองกระดูก ซึ่งทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น เมื่อมีแรงมากระแทกจะทำให้เกิดการนูน หรือฉีกปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา และอาการทางระบบประสาทอื่น ๆ เรื้อรัง ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การยกของหนักผิดท่า การนั่งทำงานนาน ๆ
- น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้เกิดการกดทับเมื่อยืนหรือนั่งนาน ๆ รวมถึงแรงกระแทกในระหว่างการเดิน
- อุบัติเหตุที่กระแทกกระดูกสันหลังโดยตรง ทำให้เปลือกนอกของหมอนรองกระดูกฉีกขาด และปลิ้นออกมา
ทั้งนี้ อาการกระดูกทับเส้นประสาท ต่างจากอาการกระดูกสันหลังเสื่อมทั่วไป ซึ่งมักเกิดจากแคลเซียมเกาะจนเกิดกระดูกงอกตามข้อต่อตามวัย แต่ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเน้นไปที่ความผิดปกติของตัวหมอนที่ปลิ้นออกมา ซึ่งสามารถเกิดได้ตั้งแต่วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยจะนำเฉพาะส่วนที่มีการกดทับเส้นประสาทออก ไม่ว่าจะเป็นการกดทับจากหมอนรองกระดูกปลิ้น หมอนรองกระดูกเสื่อม การบีบรัดจากกระดูกข้อต่อและเส้นเอ็น กระดูกสันหลังคด หรือการกดทับจากถุงน้ำข้อต่อกระดูกสันหลัง เพื่อให้อาการปวดรวมถึงปัญหาทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานานทุเลาหรือหายไป
อาการเบื้องต้นของกระดูกทับเส้นประสาท
ในระยะแรกผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดหลังตื้อ ๆ บริเวณเอว หรือปวดเสียวลึก ๆ เวลาไอ จาม หรือเบ่ง หากปล่อยไว้อาการจะเริ่มลุกลามไปยังระบบประสาท
อาการที่ควรเข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
แพทย์จะพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกทับเส้นประสาท หากเริ่มมีสัญญาณของอาการที่รุนแรงเหล่านี้
- ปวดคอร้าวลงแขน
- ปวดหลังร้าวลงมาถึงบริเวณก้นกบ ต้นขา น่อง หลังเท้า ฝ่าเท้า หรือนิ้วเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหน็บชาบริเวณขา กล้ามเนื้อขาเริ่มลีบ หรือกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น
- มีปัญหาในการเดิน เช่น ทรงตัวได้ไม่ดี เดินลำบาก ขาแข็งเกร็ง
- มีอาการผิดปกติทางระบบประสาทที่รุนแรง ได้แก่ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่ออก
- ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ
วิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
ในการรักษาภาวะหมอนกระดูกว่าควรรักษาแบบไหนดีที่สุดนั้น แพทย์จะพิจารณารักษาจากระดับความรุนแรงของอาการ โดยมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้
- รักษาด้วยวิธีประคับประคองไม่เป็นผลสำเร็จ
- มีอาการปวดเรื้อรัง อาการขาอ่อนแรงชัดเจน
- ไม่สามารถควบคุมการขับถ่าย ปัสสาวะ อุจจาระได้
ทั้งนี้ วิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูกหลังทับเส้นประสาท สามารถแบ่งการรักษาตามโรค และความรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้แก่
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอนโดสโคป (Endoscope)
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอนโดสโคป เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบเดิมที่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนที่ดีออกเป็นจำนวนมาก เพื่อเปิดทางให้ศัลยแพทย์มองเห็นจุดที่กระดูกทับเส้นประสาท โดยศัลยแพทย์จะสอดกล้องเอ็นโดสโคปผ่านทางแผลผ่าตัดขนาด 8 มิลลิเมตร โดยเลนส์ซึ่งอยู่ที่ปลายกล้อง เปรียบเสมือนดวงตาของศัลยแพทย์อยู่ภายในตัวผู้ป่วย ทำให้มองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ ส่งผลให้ศัลยแพทย์สามารถเลือกตัดออกเฉพาะส่วนที่มีปัญหาได้โดยตรง ทำให้ไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อรอบข้างออกไป
ข้อดีของการผ่าตัดด้วยเทคนิคเอนโดสโคป
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอนโดสโคป ส่งผลดีต่อผู้ป่วยในหลายด้าน ดังนี้
- แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ส่งผลให้อาการปวดแผลลดลง เนื่องจากการรบกวนและกล้ามเนื้อส่วนที่ดีรอบบริเวณผ่าตัดน้อย
- เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดน้อยลง ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวหลังผ่าตัดในระยะสั้น สามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง
- ความแม่นยำสูง ช่วยให้การรักษาส่วนที่กดทับเส้นประสาททำได้อย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงต่ออันตรายในระบบประสาท
- ค่าใช้จ่ายน้อยลง เนื่องจากลดระยะเวลาในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล
การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion)
การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว (TLIF) จะรักษาในกรณีหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมสภาพ จนมีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือทรุดตัวลงจนมีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดหลังช่วงเอวอย่างรุนแรง หรือมีอาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยในระดับที่ 3 และ 4 ก็อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด เป็นวิธีการผ่าตัดที่ใช้เชื่อมกระดูกข้อสันหลังตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป
ข้อดีของการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง
- สร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง ทำให้โครงสร้างหลังกลับมาแข็งแรงและมั่นคงอีกครั้ง
- ลดอาการปวดหลังเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยที่เคยปวดรุนแรงจนใช้ชีวิตลำบากกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
- เพิ่มพื้นที่ให้เส้นประสาท ลดการกดทับเส้นประสาทที่เป็นสาเหตุของอาการปวดร้าวลงขาและอาการชา
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยกล้องขยาย (Microdiscectomy)
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยกล้องขยาย (Microdiscectomy) หรือการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องไมโครสโคป (Microscopic Spine Surgery) เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงและไฟส่องสว่างที่ชัดเจน ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นเส้นประสาทและโครงสร้างที่กดทับได้อย่างละเอียด
ข้อดีของการผ่าตัดด้วยกล้องขยาย
- ความแม่นยำและความปลอดภัยสูง กำลังขยายจากกล้องช่วยให้แพทย์แยกแยะระหว่างเส้นประสาทกับหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาท
- ผ่าตัดรุกล้ำน้อย ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก สูญเสียเลือดน้อยและรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างไม่มากนัก
- ฟื้นตัวไว ผู้ป่วยมักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงสั้น ๆ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปิดแบบดั้งเดิม
การผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement)
การผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียม (Artificial Disc Replacement) เป็นการผ่าตัดผ่านทางกล้อง Microscope เพื่อนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมหรือเสียหายออก และแทนที่ด้วยหมอนรองกระดูกเทียม หรือเป็นชิ้นส่วนกระดูกของผู้ป่วยเองก็ได้ การผ่าตัดนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง และลดอาการปวดที่เกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือภาวะกระดูกคอทับเส้นประสาท
ข้อดีของการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียม
- รักษาการเคลื่อนไหว ช่วยให้ข้อต่อกระดูกสันหลังยังคงก้ม เงย หรือบิดตัวได้ตามธรรมชาติ
- ลดภาระของข้อข้างเคียง เมื่อข้อที่ผ่าตัดยังเคลื่อนไหวได้ แรงกดทับจะไม่ถูกส่งต่อไปยังข้อบนหรือข้อล่างมากเกินไป ช่วยลดโอกาสการเกิดความเสื่อมเร็วกว่าเวลาอันควร
- ลดอาการปวดอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของอาการปวดจากหมอนรองกระดูกที่เสื่อมสภาพ พร้อมคืนความสูงของช่องว่างระหว่างข้อกระดูกสันหลังให้กลับมาเป็นปกติ
- ไม่ต้องรอให้กระดูกเชื่อม ผู้ป่วยจึงมักจะรู้สึกมั่นใจในการเคลื่อนไหวและฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วหลังการผ่าตัด
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท อย่างไรก็ตามการผ่าตัดมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเสียเลือด ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาสลบ เป็นต้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยง แต่สามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ หากเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลัง และมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
วิธีดูแลตัวเองระหว่างที่พักฟื้นหลังการผ่าตัด
ในช่วงแรกหลังผ่าตัดหลัง แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะสอนวิธีการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง อีกทั้งยังมีสิ่งที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้
- ออกกำลังกาย เพื่อฟื้นฟูความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลัง
- ลุกขึ้นเดินช้า ๆ เป็นระยะ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนในท่าเดิมนานเกินไป และควรเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ
ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจสามารถกลับมาเดินได้ภายใน 1 วัน เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก โดยเฉพาะการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอนโดสโคป ที่ลดการทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ในระยะสั้น โดยมีรายละเอียดของการฟื้นฟูร่างกาย ดังนี้
- ใช้เวลาประมาณ 2-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะค่อย ๆ ฟื้นตัว ก่อนจะกลับมาทำกิจกรรมเบา ๆ ได้
- ใช้เวลาถึง 3-6 เดือน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างเต็มที่ ระหว่างนี้ควรงดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังมาก เช่น การก้มตัว การบิดตัว
- หลังจาก 6 เดือน จึงเริ่มออกกำลังกายที่ไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เช่น เดิน ว่ายน้ำ วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยานอยู่กับ
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถ้าหากหลังผ่าตัดหมอนรองกระดูกมานานกว่า 6 เดือน แล้วไม่หายปวด อาจเกิดจากพังผืดรอบเส้นประสาทหรือหมอนรองกระดูกข้อข้างเคียงเริ่มมีปัญหา ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจ MRI ซ้ำและประเมินแนวทางรักษาเพิ่มเติม เช่น การฉีดยาลดการอักเสบ หรือการทำหัตถการระงับปวด
การป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกลับมาเป็นซ้ำ
แม้การผ่าตัดจะช่วยนำส่วนที่กดทับออกไปแล้ว แต่หมอนรองกระดูกส่วนที่เหลือยังมีโอกาสปลิ้นออกมาซ้ำได้หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งการป้องกันสามารถทำได้ ดังนี้
- ปรับเปลี่ยนท่านั่งทำงานให้หลังตรง หนุนหลังด้วยหมอนที่เหมาะสม และควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 45-60 นาที เพื่อลดแรงกดทับสะสม
- สร้างกล้ามเนื้อแกนกลาง โดยการออกกำลังกาย เน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเฝือกธรรมชาติ ช่วยพยุงกระดูกสันหลังแทนการรับน้ำหนักโดยตรง
- ควบคุมน้ำหนักตัว เนื่องจากน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ ส่งผลโดยตรงต่อแรงกดทับหมอนรองกระดูกส่วนเอว อีกทั้งการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานจะช่วยยืดอายุการใช้งานของหมอนรองกระดูกข้ออื่น ๆ ได้
- เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง งดการก้มตัวยกของจากพื้น โดยใช้การย่อเข่าแทน รวมถึงงดการบิดตัวกะทันหัน และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินจะทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกได้น้อยลงและเสื่อมเร็วขึ้น
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางเลือกการรักษาที่ตรงจุด
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงจากการกดทับเส้นประสาท หลังผ่าตัดต้องดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการยกของหนัก และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางจะมีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อออกความคิดเห็นสำหรับทางเลือกการรักษาที่ดีที่สุด หรือ Last Opinion ให้กับผู้ป่วยเพื่อหาแนวทางการรักษาที่แท้จริงอย่างตรงจุด พร้อมนำเครื่องคอมพิวเตอร์นำวิถี O-arm Navigation เข้ามาช่วยในการผ่าตัดแสดงภาพกระดูกสันหลังอย่างละเอียด เสริมศักยภาพการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบาดเจ็บ แผลเล็ก ฟื้นตัวระยะสั้น ให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี
ติดต่อสอบถามและนัดหมายบริการ ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน
หากคุณมีอาการปวดหลังร้าวลงขา หรือสงสัยว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนรักษาลำบาก สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
เวลาทำการ ศูนย์กระดูกสันหลัง- วันจันทร์-วันอาทิตย์ : ตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 น.
- ศูนย์กระดูกสันหลัง : โรงพยาบาลนครธน ชั้น 2
ช่องทางการนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
ปรึกษาเจ้าหน้าที่เบื้องต้นเกี่ยวกับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือจองคิวพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง เพื่อประเมินอาการหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้ที่
- - Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- - LINE Official: @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 ต่อ 1148-1149
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (FAQs)
-
Q: อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท รักษาแบบไหนดี ?
A: การรักษาจะเริ่มจากวิธีที่เหมาะสมกับระยะของอาการ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก คือ
- การรักษาโดยไม่ผ่าตัด สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำการรับประทานยา การทำกายภาพบำบัด หรือการฉีดยาเข้าโพรงประสาท
- การรักษาด้วยการผ่าตัด จะพิจารณาในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล มีอาการปวดรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน หรือเริ่มมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทผ่านกล้องเอนโดสโคป เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงเพราะแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว -
Q: ผ่าตัดหมอนรองกระดูกต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน ?
A: หากเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็กผ่านกล้องเอนโดสโคป ผู้ป่วยมักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 คืน เพื่อสังเกตอาการ และสามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
-
Q: ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกี่วันเดินได้ ?
A: ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยและไม่ตัดเลาะกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินช้า ๆ ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด โดยจะมีทีมนักกายภาพบำบัดคอยดูแลและแนะนำท่าทางการเดินที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัย
-
Q: ผ่าตัดกระดูกสันหลังใช้เวลากี่ชั่วโมง ?
A: โดยทั่วไปการผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อข้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอาการ ตำแหน่งที่กดทับ และเทคนิคการผ่าตัดที่แพทย์เลือกใช้ เช่น การผ่าตัดผ่านกล้อง หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อ
-
Q: ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ผ่าตรงไหน ?
A: แพทย์จะทำการผ่าตัดบริเวณแผ่นหลัง บริเวณตำแหน่งที่ตรงกับหมอนรองกระดูกที่มีปัญหา หากเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องเอนโดสโคป แผลจะมีขนาดเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร ซึ่งอาจจะอยู่ตรงกลางหลังหรือเยื้องออกด้านข้างเล็กน้อย เพื่อให้กล้องเข้าถึงจุดที่กดทับเส้นประสาทได้แม่นยำ
-
Q: ผ่าตัดหมอนรองกระดูก ค่าใช้จ่ายเท่าไร ?
A: ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดจะเริ่มต้นตามแพ็กเกจที่โรงพยาบาลกำหนด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้ เช่น ผ่าตัดผ่านกล้อง หรือการใส่หมอนรองกระดูกเทียม และจำนวนข้อที่รับการรักษา โดยสามารถนำผลตรวจ MRI มาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษาและรับการแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนได้ที่ศูนย์กระดูกสันหลังำ
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์กระดูกสันหลัง
