การส่องกล้องตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy)

ศูนย์ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

บทความโดย : นพ. สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์

การส่องกล้องตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Endoscopy)

สถานการณ์โรคระบบทางเดินอาหารมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น บางส่วนมีเหตุผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ทั้งทางด้านการรับประทานอาหารผิดเวลา การรับประทานอาหารที่มากหรือน้อยเกินไป ความเครียด รวมไปถึงการออกกำลังไม่สม่ำเสมอด้วย สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งผลเสียต่อระบบการย่อยอาหาร และก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารได้ในอนาคต

การส่องกล้องเพื่อตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร เป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติโดยการใช้กล้องส่องที่มีลักษณะยาว เล็กและโค้งงอ มีกล้องวิดีโอขนาดเล็กและหลอดไฟอยู่ส่วนปลาย ซึ่งจะมีการบันทึกวิดีโอและปรากฏบนหน้าจอ ทำการตรวจผนังของทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ไปจนถึงลำไส้ การส่องกล้องทางเดินอาหารสามารถแบ่งการตรวจเป็น 3 แบบ ตามอวัยวะส่วนที่ตรวจ ดังนี้

  • การส่องกล้องเพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และสำไส้เล็กส่วนต้น (Gastroscopy : EGD)
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
  • การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography : ERCP)

1. การส่องกล้องเพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และสำไส้เล็กส่วนต้น (Gastroscopy : EGD)

เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ปรับโค้งงอได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 cm ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงและส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปในปาก ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น การส่องกล้องตรวจจะทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกลืนลำบาก อาเจียนเป็นเลือด ปวดท้องจุกแน่นลิ้นปี่ เพื่อการวินิจฉัยโรคหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เช่น การอักเสบ เป็นแผล มีเนื้องอก หรือมีการตีบตันของอวัยวะเหล่านี้ หากพบความผิดปกติ แพทย์ก็สามารถใส่เครื่องมือเพื่อการรักษาเข้าไปได้ เช่น หากพบการตีบตัน แพทย์จะใส่เครื่องมือขยายหลอดอาหาร เป็นต้น


2. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ( Colonoscopy)

เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก โค้งงอได้ ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสง แล้วส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนกลาง ส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยการตรวจวิธีนี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการขับถ่ายอุจจาระผิดปกติ เช่น ท้องผูก ท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย มีการถ่ายอุจจาระปนเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรืออุจจาระมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ผู้ที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรือผู้ที่มีก้อนในท้อง น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังแนะนำตรวจในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักโดยการส่องกล้องทุก 5-10 ปี โดยสิ่งที่ตรววจพบส่วนใหญ่ มักจะพบลำไส้อักเสบ ริดสีดวง ถุงโป่งจากลำไส้ใหญ่ (Diverticulum) เนื้องอก เป็นต้น


3. การส่องกล้องตรวจท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography : ERCP)

เป็นการใช้กล้องส่องเข้าไปทางปาก ผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นจนถึงท่อเปิดของน้ำดีในลำไส้เล็กแล้วฉีดสารทึบแสงและถ่ายภาพเอกซเรย์ไว้ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน รวมถึงรักษาการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีหรือท่อตับอ่อน โดยใส่ท่อระบายน้ำดีคาไว้ ซึ่งความจำเป็นในการทำ ERCP ได้แก่ ดีซ่าน นิ่วในทางเดินน้ำดี ท่อน้ำดีอุดตัน เนื้องอกของท่อทางเดินน้ำดีหรือตับอ่อน และเพื่อการวินิจฉัยก่อนการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ผู้รับบริการจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

  • ต้องงดน้ำงดอาหาร 6-8 ชม. ก่อนเข้ารับการตรวจ
  • ถ้ามีฟันปลอมชนิดถอดได้ ต้องถอดออกก่อน
  • หากเป็นการตรวจด้วยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ( Colonoscopy) จะมีการเตรียมลำไส้ หรือสวนอุจจาระก่อนตรวจ
  • ในวันที่รับการตรวจควรมีญาติมาด้วย เพราะแพทย์อาจให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ท่านจะไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ

อาการที่อาจจะเกิดขึ้นหลังได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหาร

  • แน่นอึดอัดท้อง จะทุเลาลง เมื่อได้ผายลม
  • มีภาวะเลือดออกจากตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ โดยปกติแผลจากการตัดชิ้นเนื้อจะมีขนาดเล็กและเลือดหยุดได้เอง แต่ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาในกลุ่มยาละลายลิ่มเลือด อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะเลือดออกภายในกระเพาะได้
  • เจ็บบริเวณท้องน้อย หรือทวารหนัก อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไป
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง ให้รีบมาพบแพทย์ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

ประโยชน์ของการส่องกล้องตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร

การส่องกล้องทางเดินอาหาร นับเป็นเทคนิคหนึ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากในรักษาและการตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยให้พบโรค สาเหตุของความผิดปกติดังกล่าว และส่งผลให้การรักษาโรคได้ทันเวลา นอกจากนี้ การส่องกล้องตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาทำให้ปวดท้องเป็นๆหายๆ รับประทานได้น้อย ซีด อ่อนเพลีย ผู้มีความเสี่ยงบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร ขับถ่ายผิดปกติ และผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เป็นต้น


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม