กินอยู่อย่างไร ห่างไกลโรค?

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพนครธน

บทความโดย :

กินอยู่อย่างไร ห่างไกลโรค?

ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงเข้านอน เคยสงสัยกันไหมว่า ช่วงเวลาไหน เหมาะที่จะทำกิจวัตรประจำวันอะไรมากที่สุด แล้วทำไมต้องตื่น กิน ขับถ่าย และเข้านอนให้เป็นเวลา? หากไม่ปรับตัวให้คุ้นชินช่วงเวลาต่างๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

  • ควรตื่นแต่เช้าเพื่อมาออกกำลังกายในช่วงเวลา 6-7 โมง หรือ 7-8 โมง
  • หลังตื่นนอน ไม่ควรดื่ม ชา กาแฟ เป็นมื้อแรก เพราะทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลได้ น้ำตาลตกในระหว่างวัน ทำให้หิวบ่อย และทำให้ฮอร์โมนที่ควบคุมเรื่องน้ำตาลทำงานผิดปกติ (Insulin)
  • หลังออกกำลังกายเสร็จ อย่าเพิ่งทานอาหารเลย ควรเบรคด้วยการอาบน้ำก่อน
  • ควรรับประทานอาหารเช้าก่อน 9 โมง ช้าสุดไม่ควรเกิน 10โมงเช้า หากเลยช่วงเวลานี้ไปจะทำให้ฮอร์โมนตก ฮอร์โมนไม่อยู่ในสมดุล ส่งผลให้ของเสีย อุจจาระ ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและกระแสเลือดอีกครั้ง เกิดสารพิษในเซลล์มากขึ้น ทำให้เซลล์เสื่อม
  • ควรรับประทานอาหารเช้าก่อน 9 โมง ช้าสุดไม่ควรเกิน 10โมงเช้า หากเลยช่วงเวลานี้ไปจะทำให้ฮอร์โมนตก ฮอร์โมนไม่อยู่ในสมดุล ส่งผลให้ของเสีย อุจจาระ ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและกระแสเลือดอีกครั้ง เกิดสารพิษในเซลล์มากขึ้น ทำให้เซลล์เสื่อม
  • มื้อเช้าควรรับประทานอาหารให้เป็นเรื่องเป็นราว โดยเน้นอาหารจำพวกโปรตีนและผักเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงแค่ดื่มกาแฟ และกินขนมปังเท่านั้น
  • สำหรับคนเป็นสิว มักมีปัญหาท้องอืด แน่นท้องบ่อย และมักเป็นโรคภูมิแพ้ จึงไม่ควรทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว ข้าวสาลี ขนมปัง ยีสต์ รวมทั้งซอส ซีอิ๊ว เครื่องปรุงรส ชานมไข่มุก กาแฟปั่น เนยมาการีน และเนยแท้ รวมถึงเบเกอรี่ทุกชนิด โยเกิรต์ ไอศกรีม นมข้นหวาน ทั้งนี้ตัวช็อคโกแลตแท้ ไม่ทำให้เกิดสิวอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่นม เนย น้ำตาล ในที่ใส่เข้าไปในช็อคโกแลตต่างหากที่เป็นตัวทำให้เกิดสิว โดยอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะ Leaky Gut Syndrome หรือภาวะสมดุลที่ลำไส้ผิดปกติ แบคทีเรียไม่ดีมากกว่าแบคทีเรียดี เซลล์ที่ผนังลำไส้มีการบวม อักเสบ ทำให้การเข้าออกของเซลล์ที่ลำไส้ผิดปกติ มีการรั่วของสารแพ้ สิ่งแปลกปลอมเข้าไปได้ง่ายขึ้น
  • ไม่ควรทานน้ำตาลเกิน 5 ช้อนชาต่อวัน เพราะ 1 ช้อนชา มีคาร์โบไฮเดรตถึง 4 กรัม ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ ทั้งนี้ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือภาวะอ้วน ส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานแป้ง น้ำตาล หรือ คาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ไม่ใช่อ้วนจากไขมัน หรือโปรตีน
  • ในมื้ออาหารที่มีไขมันเยอะๆ ควรทานผักควบคู่ไปด้วย เพื่อไปดูดซับไขมัน
  • ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด 10-15 ครั้ง ต่อคำ ซึ่งการเคี้ยวอาหารนานๆ จะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง ทั้งนี้คนเราทั่วไปจะเริ่มอิ่มหลังจากทานไปแล้ว 10-15 นาที ดังนั้นถ้ารีบเคี้ยว รีบรับประทานอาหารให้เสร็จภายใน 5 นาทีแรก เราจึงยังรู้สึกไม่อิ่ม ทำให้บริโภคอาหารเยอะกว่าปกติ
  • อาหารมีส่วนช่วยลดน้ำหนักและดูแลไม่ให้เกิดโรคต่างๆ ได้มากถึง 60-70% ส่วนการออกกำลังกายช่วยได้ 30-40% ดังนั้นความคิดที่ว่ากินเท่านี้แล้วไปออกกำลังกายชดเชย จะชดเชยได้100% เป็นความคิดที่ผิด
  • ร่างกายต้องการได้รับน้ำ อย่างน้อย 30-35 ซีซี ต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโล เช่น น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ต้องดื่มน้ำอย่างน้อย1,800-2,100 ซีซี ต่อวัน ถ้าร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไปจะทำให้เซลล์ขาดน้ำ เลือดเป็นกรด และทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลได้ง่าย เกิดโรคต่างๆ ตามมา และทำให้เรารับประทานน้ำตาล น้ำหวาน มากกว่าปกติ
  • ทำกิจกรรมที่ลดความเครียดและทำจิตใจให้สงบ เพื่อให้ฮอร์โมนเข้าสู่ภาวะสมดุล เช่น นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้า-ออก สวดมนต์ ฟังเพลงที่ผ่อนคลาย
  • 2 ทุ่มไปแล้ว ไม่ควรออกกำลังกายที่หักโหม เพราะจะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ไม่ดี ทำให้ร่างกายเกิดความเครียด เกิดผลเสียมากกว่าผลดี และทำให้นอนหลับยากขึ้นในบางคน หากถ้าจะออกกำลังกาย ควรเป็นการออกกำลังกายที่เบาๆ เช่น โยคะ ไทเก๊ก
  • ไม่ควรนอนดึก ไม่ควรเข้านอนเกิน 5 ทุ่ม และปิดมือถือก่อนนอน ปิดไฟ ปิดผ้าม่านให้มืดสนิท เพื่อให้เมลาโทนิน (Melatonin) หรือฮอร์โมนแห่งการชะลอวัยเข้าสู่สมดุล
  • จำนวนชั่วโมงในการนอน ไม่สำคัญเท่าการตั้งต้นของการนอน คือ ฮอร์โมนที่ดีจะมีเวลาในการหลั่ง โดยเวลานอนที่ดีที่สุด ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพื่อหวังผลเรื่องโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) และหลับยาวไปจนถึง ตี 4 ครึ่ง หรือ ตี 5 ไม่ควรตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะจะเป็นการขัดขวางการหลั่งของฮอร์โมนที่ดี
  • ก่อนนอนไม่ควรดื่มน้ำเยอะ หรือดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวขับน้ำออกจากร่างกายมากขึ้น และทำให้ลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนดึกได้ โดยร่างกายจะขับปัสสาวะออกมาหลังจากดื่มน้ำไปแล้ว 1.5 – 2 ชั่วโมง

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ทั้งการกินและการนอนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ หากกินดี กินอาหารที่มีประโยชน์ก็จะห่างไกลโรค นอกจากนี้ในขณะที่เรานอนหลับ จะมีการปรับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งบางคนอาจกล่าวได้ว่า “คุณภาพชีวิตที่แย่เกิดมาจากการนอนที่ไม่ดี” และ “นอนหลับดีต้านโรค นอนหลับเร็วต้านแก่”


Share :

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม