ผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ปลอดภัยสูง

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพสตรี

บทความโดย :

ผ่าตัดมดลูกผ่านกล้อง เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ปลอดภัยสูง

การผ่าตัดผ่านกล้อง เทคโนโลยีการผ่าตัดรักษาที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยแพทย์จะใช้วิธีการเจาะช่องที่ผนังหน้าท้อง ส่วนมากเจาะตรงบริเวณสะดือให้เป็นช่องกว้างเพียง 0.5-1 เซนติเมตร เพื่อสอดกล้องขยายเข้าไปในช่องท้อง โดยกล้องจะทำหน้าที่นำภาพอวัยวะภายในช่องท้องถ่ายทอดออกมาให้เห็นทางจอโทรทัศน์ จากนั้นแพทย์จะเจาะช่องที่ผนังหน้าท้องขนาดช่องละ 0.5-1 เซนติเมตร อีก 2 - 3 ช่อง เพื่อสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษเข้าไปในช่องท้อง จากนั้นทำการผ่าตัด และนำมดลูกที่ผิดปกติออกมาผ่านช่องที่ผนังหน้าท้อง


การผ่าตัดมดลูกแบบเดิม

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดรักษามดลูกผ่านกล้องจะเป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่การรักษาด้วยการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องและผ่าตัดผ่านช่องคลอดแบบเดิมนั้น ก็ยังคงเป็นวิธีการรักษาที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ การเลือกวิธีการรักษที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยจะพิจารณาตามระยะของโรค ความรุนแรงของอาการ และความพร้อมของร่างกายคนไข้แต่ละคน

  • การผ่าตัดทางหน้าท้อง เป็นวิธีการรักษาแบบมาตรฐาน แต่อาจทำให้มีแผลใหญ่ขนาด 8-10 นิ้ว และใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนานเป็นเดือน
  • การผ่าตัดทางช่องคลอด แม้วิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลที่หน้าท้อง แต่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เหมาะกับการรักษาเฉพาะโรคหรือเฉพาะอาการเท่านั้น

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง

  • มีความปลอดภัยสูง
  • ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย
  • ฟื้นตัวไว สามารถลุกเดินได้ภายใน 1 วันหลังการผ่าตัด
  • กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้หลังจากผ่าตัดเพียง 3-4 วัน

การผ่าตัดมดลูก ใช้รักษาโรคใดได้บ้าง?

การผ่าตัดมดลูกจะถูกนำมาใช้ในกรณีที่เกิดความเจ็บปวดเรื้อรังบริเวณอุ้งเชิงกรานที่เป็นผลมาจากการเจ็บป่วยต่อไปนี้

  • ภาวะติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ได้ โดยจะผ่าตัดรักษาต่อเมื่อผ่านการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สร้างความเจ็บปวดเมื่อมีประจำเดือน
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปฝังตัวในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก
  • เนื้องอกในมดลูก เป็นก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นและเจริญเติบโตภายในมดลูก ซึ่งอาจทำให้มีประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน เนื่องจากมดลูกหย่อนลงมาในช่องคลอด
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
  • ภาวะเนื้อเยื่อปากมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งเป็นระยะก่อนมะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งมดลูก มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งรังไข่
  • การผ่าตัดมดลูกฉุกเฉินหลังการทำคลอดแล้วมีภาวะเลือดออกที่ไม่สามารถควบคุมได้

ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดผ่านกล้อง

  • จะไม่มีประจำเดือน และไม่สามารถมีลูกได้
  • รังไข่ยังมีการสร้างฮอร์โมนและตกไข่ได้เป็นรอบๆ เหมือนเดิม ร่างกายจึงยังคงแข็งแรง ผิวพรรณสดใส
  • ความรู้สึกทางเพศโดยทั่วไปไม่เปลี่ยนแปลง

ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยที่ถูกตัดมดลูกไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย

ปัจจุบัน โรคทางนรีเวชที่ทำให้ผู้หญิงจำเป็นต้องตัดมดลูกพบได้บ่อยมากขึ้น ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยที่ถูกตัดมดลูกไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย เนื่องจากโรคทางนรีเวชส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีอาการบ่งชี้อย่างชัดเจน จนทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ละเลย ไม่ได้สังเกต กว่าจะรู้ว่าตัวก็เป็นตอนที่อาการลุกลามจนบานปลายไปแล้ว ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการช่วยคัดกรองโรคเหล่านี้ หากตรวจพบได้เร็ว รักษาได้ไว ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมากยิ่งขึ้น


Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพสตรี

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม