มะเร็งกล่องเสียง โรคร้ายจากภัยบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์

ศูนย์ : ศูนย์โสต ศอ นาสิก

บทความโดย : พญ. จุฑามาส สุวัฒนภักดี

มะเร็งกล่องเสียง โรคร้ายจากภัยบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์

มะเร็งกล่องเสียง เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยชนิดหนึ่ง ถ้านับเฉพาะโรคมะเร็งที่ศีรษะและคอ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษามะเร็งจากก้อนเล็กๆ อาจจะลุกลามกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นจนอุดกล่องเสียงทำให้หายใจไม่สะดวก และลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงหรืออวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลกล่องเสียงออกไป ทำให้อาการทวีความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ถ้ามีอาการเสียงแหบเรื้อรังที่รักษาไม่หายนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยไม่มีสาเหตุที่ทำให้เสียงแหบชัดเจน รวมทั้งเป็นผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หู คอ จมูก เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอาการในทันที เพราะมะเร็งกล่องเสียงหากพบเร็วสามารถรักษาให้หายได้


รู้จักมะเร็งกล่องเสียง

มะเร็งกล่องเสียง เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์หรือเนื้อเยื่อบริเวณกล่องเสียงได้รับความเสียหายและเจริญเติบโตผิดปกติ กลายเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อบุผิวของกล่องเสียง พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 10 เท่า และพบบ่อยในผู้สูงอายุที่มีประวัติสูบบุหรี่จัดมานาน โดยเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 50-70 ปี

โดยกล่องเสียง เป็นอวัยวะที่อยู่ด้านหน้าของลำคอ ขนาด 5 ซม. ประกอบด้วยกล้ามเนื้อสองแถบที่ทำหน้าที่เป็นสายเสียง และมีกระดูกอ่อนอยู่ทางด้านหน้า มีหน้าที่สัมพันธ์ในการออกเสียง ช่วยการหายใจ และช่วยการกลืนอาหาร


มะเร็งกล่องเสียงเกิดจากสาเหตุใด

สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกล่องเสียงมีดังต่อไปนี้่

  1. การสูบบุหรี่ การเผาไหม้ของบุหรี่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ควันของบุหรี่ยังทำให้ขนกวัดของเยื่อบุกล่องเสียง หยุดการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวช้าลง มีสารคัดหลั่ง หรือสารระคายเคืองค้างอยู่ ทำให้เยื่อบุของกล่องเสียงหนาตัวขึ้นและเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพเซลล์ กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
  2. การดื่มแอลกอฮอล์ สามารถไปกระตุ้นเยื่อบุของกล่องเสียง เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพเซลล์ กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
  3. การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกล่องเสียง เช่น จากคอ หรือ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  4. >มลพิษทางอากาศ การสูดดมอากาศที่เป็นพิษ เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่น ควัน สารเคมี จากโรงงานอุตสาหกรรม
  5. การติดเชื้อไวรัส โดยเชื้อไวรัสสามารถทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงและแบ่งเซลล์ผิดปกติได้ เช่น การติดเชื้อเอชพีวี (Human Papilloma Virus)

อาการมะเร็งกล่องเสียง

อาการเสียงแหบเรื้อรัง หากเกิดที่กล่องเสียงส่วนสายเสียงจะแสดงอาการนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่หากเป็นกล่องเสียงส่วนอื่นๆ อาการเสียงแหบที่เกิดขึ้นจะแสดงว่ามะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแล้ว โดยอาการที่มีการลุกลามมากขึ้น ได้แก่

  • กลืนอาหารลำบาก กลืนติด กลืนเจ็บ กลืนสำลักโดยเฉพาะอาหารที่เป็นน้ำ
  • หายใจติดขัด หายใจลำบาก หายใจไม่ออก
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • มีก้อนที่ด้านข้างคอโตจากเซลล์มะเร็งลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง
  • ไอมีเสมหะปนเลือด
  • เจ็บคอเรื้อรัง ไอเรื้อรัง

อันตรายของมะเร็งกล่องเสียง

มะเร็งกล่องเสียง หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ก็สามารถช่วยให้หายขาด และพูดได้เป็นปกติ ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง มักจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี เกิดจากการลุกลามแพร่กระจายของมะเร็ง จนอุดกล่องเสียงทำให้หายใจไม่สะดวก หรือลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ได้แก่ หลอดเลือดแดงใหญ่ของลำคอทำให้เกิดเลือดออกมากผิดปกติ หรือกดหลอดอาหาร ทำให้ไม่สามารถกลืนอาหารได้่


การตรวจวินิจฉัยมะเร็งกล่องเสียง

การวินิจฉัยโรคมะเร็งกล่องเสียง แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ การตรวจร่างกาย สำรวจในช่องปาก ตรวจที่บริเวณลำคอว่ามีก้อนนูนหรือมีอาการบวมหรือไม่ จากนั้นอาจมีการวินิจฉัยโดยวิธีการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่่

  • การใช้กล้องส่องตรวจในโพรงจมูกและคอ โดยใช้ท่อขนาดเล็ก มีไฟส่องสว่างและกล้องอยู่ที่ปลายท่อ สอดเข้าทางรูจมูกลงไปยังลำคอ
  • การใช้กล้องส่องตรวจในกล่องเสียง ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจด้วยการกล้องส่องตรวจในโพรงจมูก ลักษณะจะคล้ายกัน เพียงแต่วิธีการนี้จะใช้ท่อที่ใหญ่กว่าและแข็งกว่าสอดเข้าทางปาก
  • การตรวจด้วยรังสีวินิจฉัย ได้แก่ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
  • การตรวจชิ้นเนื้อ โดยตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อบริเวณกล่องเสียงไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง

มะเร็งกล่องเสียงรักษาได้อย่างไร

  • การรักษามะเร็งกล่องเสียงระยะแรกเริ่ม (ระยะ 1-2) แพทย์จะทำการผ่าตัด หรือ การฉายรังสีรักษา โดยเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง เพียงวิธีเดียวเพราะให้ผลการรักษาได้เท่าเทียมกัน แต่การฉายรังสีรักษา เป็นการให้รังสีกำลังสูง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง สามารถใช้รักษามะเร็งกล่องเสียงระยะแรกให้หายขาดได้ และสามารถรักษากล่องเสียงไว้ได้
  • การรักษามะเร็งกล่องเสียงระยะลุกลาม (ระยะ 3-4) แพทย์จะใช้การผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีรักษา และในกรณีที่อาการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง ต้องใช้วิธีการรักษาหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การฉายรังสีรักษาร่วมกับการทำเคมีบำบัด

ทั้งนี้การเลือกวิธีการรักษาต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายผู้ป่วยด้วยว่าเหมาะกับวิธีใดมากกว่า บางกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถดมยาสลบได้ หรือมีโรคประจำตัวหลายโรค ก็อาจเลือกวิธีการฉายรังสีรักษาแทน แต่ถ้าร่างกายมีความสมบูรณ์ อาจเลือกวิธีการผ่าตัด


ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงหลังการรักษา ดูแลตัวเองอย่างไร

  • หยุดสูบบุหรี่ทันที และงดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ในรายที่มีปัญหาด้านการกลืน แพทย์อาจพิจารณาให้อาหารทางอื่นร่วมด้วยเพื่อให้ได้รับปริมาณสารอาหารเพียงพอ
  • มาพบแพทย์ตามนัด และรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้ม ยาสมุนไพร ยาจีน เพราะอาจมีโอกาสให้เกิดการแทรกซ้อนจากสารต่างๆ ที่อยู่ในยาเหล่านั้นได้
  • หากมีอาการผิดปกติใดๆ ระหว่างการรักษาโดยเฉพาะ อาการหายใจไม่สะดวก หายใจมีเสียงดังเหมือนนกหวีด เหนื่อยมากขึ้น ให้มาพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้หากพบว่าตนเอง หรือคนใกล้ชิด มีอาการเสียงแหบ เสียงเปลี่ยนเป็นระยะเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ และมีพฤติกรรมเสี่ยง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บ่อย หรือสูบบุหรี่จัดเป็นระยะเวลานาน ให้สงสัยว่าอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งกล่องเสียง ควรรีบไปพบแพทย์ หู คอ จมูก เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอาการในทันที





ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์โสต ศอ นาสิก

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม