Center : ศูนย์สมองและระบบประสาท
Article by : Assist. Prof. Ittichai Sakarunchai25 May 2022

ปัญหาโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ถ้าอาการรุนแรง ตรวจพบได้ช้า อันตรายถึงชีวิต ถ้าหากอาการไม่รุนแรง ก็อาจจะกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือสูญเสียการควบคุมอวัยวะบางส่วนไป เกิดอาการชา แขน ขา อ่อนแรง ชาครึ่งซีก รวมถึงการสูญเสียความจำ เกิดภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ได้ ปัญหาดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบที่อันตรายมาก แต่ปัญหานี้สามารถรู้ทัน และป้องกันได้ โดยการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) ที่สามารถตรวจหาความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง รวมทั้งวินิจฉัยโรคเส้นเลือดในสมองโป่งพอง และโรคเส้นเลือดขอดในสมองที่นำมาสู่ภาวะหลอดเลือดสมองแตกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างชัดเจน และวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง
สารบัญ
โรคเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ถือเป็นภัยเงียบที่อันตรายไม่แพ้โรคเส้นเลือดสมองตีบตัน เป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ ไม่มีอาการ และแทบจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เส้นเลือดที่โป่งพองนั้นแตก โดยโรคนี้เกิดจากความผิดปกติและการเสื่อมสภาพของผนังเส้นเลือดในสมองบางตำแหน่งมีลักษณะบางกว่าบริเวณอื่น เมื่อมีความดัน หรือมีกระแสเลือดไหลผ่านไประยะหนึ่งจะทำให้บริเวณผนังหลอดเลือดที่บางนั้นโป่งพองขึ้นคล้ายบอลลูน และอาจแตกออกได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจะก่อให้เกิดการเลือดออกในชั้นใต้เยื่อหุ้มสมอง นำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือการเสียชีวิตได้อย่างกะทันหัน
โรคเส้นเลือดขอดในสมอง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดที่มีลักษณะเป็นกลุ่มของหลอดเลือดที่มีขนาดผิดปกติ โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ หลอดเลือดแดง หลอดเลือดขอด และหลอดเลือดดำที่สัมพันธ์กัน โดยหลอดเลือดแดงจะนำเลือดไปสู่บริเวณหลอดเลือดขอดและไหลเวียนออกไปทางหลอดเลือดดำ โดยโรคนี้นำไปสู่ภาวะเลือดออกในสมองซึ่งถ้าปริมาณเลือดที่ออกมากอาจกดต่อเนื้อสมองที่ปกติ ซึ่งหากเลือดออกปริมาณมากอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
โดยจากอาการดังกล่าว จำเป็นต้องตรวจเบื้องต้นด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI scan) เบื้องต้นก่อน ถ้ามีข้อบ่งชี้ของการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี แพทย์จะทำการส่งตรวจทันที
การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี
นอกจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือดแล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจโดยอาศัยเครื่องมือทางการแพทย์และเทคโนโลยีพิเศษต่างๆ เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยโรคเพิ่มเติม โดยการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) จะทำให้ตรวจพบความผิดปกติของหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดแดงหรือดำ เพื่อหาว่าหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดที่ลำคอมีการตีบ อุดตัน โป่งพอง และ เส้นเลือดขอดหรือไม่และร้ายแรงเพียงใด
การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี มีข้อดีตรงที่สามารถทำการตรวจวินิจฉัยในหลอดเลือดสมองได้อย่างชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือตรวจด้วยเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็นต้น
การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี (Cerebral Angiography) เป็นการตรวจหลอดเลือดของส่วนคอ และหลอดเลือดส่วนสมอง เพื่อการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของหลอดเลือดชนิดต่างๆ ว่าหลอดเลือดสมองมีการแตก อุดตัน โป่งพองหรือไม่ มากน้อยเพียงใดช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างชัดเจน และวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง
ก่อนทำการตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี ต้องมีการเตรียมตัวเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยสารทึบรังสี สามารถทำได้โดยการสอดใส่สายสวนหลอดเลือดแดงที่บริเวณขาหนีบ หรือข้อมือไปที่หลอดเลือดคอ แล้วจึงฉีดสารทึบรังสี เพื่อดูการอุดตันของหลอดเลือดสมองโดยตรง โดยมีขั้นตอนดังนี้
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ เช่น การติดเชื้อ เลือดออก แพ้สารทึบรังสี ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อย เนื่องจากทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์ และมีการเตรียมตัวอย่างดีก่อนตรวจ อย่างไรก็ตามหากมีสัญญาณความผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น อาการชาครึ่งซีก ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว การทรงตัวไม่ดี แขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการเกิดขึ้นแบบฉับพลัน ควรรีบพบแพทย์ หรือไปโรงพยาบาลทันที