Center : ศูนย์ทันตกรรม
Article by : Dr. Surasak Valeeittikul14 January 2021

ใครที่สงสัยว่าทำไมต้องทำรากฟันเทียม ทำแล้วดีอย่างไร จะอยู่ได้นานแค่ไหน หลังทำแล้วต้องดูแลรักษาอย่างไรบ้าง แล้วการทำรากฟันเทียมที่ว่านี้ตอบโจทย์มากน้อยเพียงใด ไปคลายข้อสงสัยกันได้เลยค่ะ
สารบัญ
รากฟันเทียม หรือรากเทียม คือ วัสดุที่ทำจากไทเทเนียม รูปร่างคล้ายสกรูน็อต ใส่เข้าไปยึดกับกระดูกขากรรไกร เพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติของฟันที่สูญเสียไป รากฟันเทียมสามารถใช้เป็นฐานการใส่ฟันปลอม ทั้งชนิดถอดได้และชนิดติดแน่น เพื่อช่วยให้ฟันปลอมยึดติดได้ดี และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าฟันปลอมธรรมดา โดยต้องรอให้รากเทียมประสานกับกระดูกขากรรไกรสนิทก่อน จึงจะสามารถใส่ฟันปลอมได้ เนื่องจากรากเทียมเป็นวัสดุที่ทำจากไทเทเนียม จึงไม่มีโอกาสผุเหมือนฟันธรรมชาติ
รากเทียมมีไว้เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่บาดเจ็บจากฟันผุ โรคเหงือก การถอนฟัน หรือการสูญเสียฟันที่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ (ฟันหายไป) และหากมีการสูญเสียฟันจำนวนหลายซี่ ทันตแพทย์สามารถวินิจฉัยและฝังรากฟันเทียมจำนวนหลายชิ้นเพื่อเป็นฐานรองรับสะพานฟันหรือฟันปลอมแบบถอดได้
หากผู้ป่วยต้องการรักษาด้วยการใส่รากฟันเทียม ทันตแพทย์จะทำการตรวจอย่างละเอียด เพื่อดูว่าผู้ป่วยสามารถใส่รากเทียมได้หรือไม่ เพราะต้องมีการผ่าตัดเล็กๆ เพื่อฝังรากเทียมลงไปในกระดูก ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ระหว่างการรักษาจะกินเวลาไม่มากนัก แต่มักจะมีระยะเวลาการรอที่ค่อนข้างนาน เพื่อให้รากเทียมและกระดูกผสานกัน โดยระยะเวลาการรอจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน
รากฟันเทียม ทำมาจากไททาเนียมซึ่งมีความคงทนมาก โดยปกติแล้วการฝังรากฟันจะอยู่ได้ 10 – 20 ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรากฟันและการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย รวมไปถึงการพบทันตแพทย์เป็นประจำตามกำหนดด้วย
อย่างไรก็ตาม รากฟันเทียมจะไม่ผุ แต่เกิดโรคเหงือกอักเสบได้หากดูแลได้ไม่ดี การดูแลรักษาสามารถทำได้เหมือนการดูแลฟันธรรมชาติ โดยใช้ขนแปรงแบบอ่อนนุ่ม เพราะดีต่อการขจัดคราบเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ ซึ่งคราบจุลินทรีย์อาจเป็นสาเหตุให้รากเทียมหลวม นอกจากนี้ ควรแปรงฟันให้ถูกวิธีร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน และที่สำคัญควรเข้ารับการตรวจรากเทียมกับทันตแพทย์เป็นประจำ เหมือนการตรวจสุขภาพฟันทั่วไป