Center : ศูนย์อายุรกรรม
Article by : Dr. Supatra Pavarangkoon26 February 2025

ผู้ป่วยเบาหวาน เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีพอจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน คือ น้ำตาลสูงในเลือดวิกฤต ซึ่งประกอบด้วย ภาวะคีโตอะซิโดซิส (Diabetic ketoacidosis) และภาวะไฮเปอร์กลัยซีมิค-ไฮเปอร์ออสโมลาร์ (Hyperglycemic hyperosmolar state) ที่จะทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด
สารบัญ
คือ การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรดจากการที่มีสารคีโตนสะสมในเลือด พบได้ทั้งในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1 และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเกิดจากภาวะขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือมีไม่เพียงพอร่วมและ มีการสร้างฮอร์โมนเพิ่มกลูโคสเพิ่มขึ้นจึงทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานที่เนื้อเยื่อต่างๆ ได้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเกิดการสลายไตรกลีเซอร์ไรด์ที่เนื้อเยื่อไขมันทำให้เกิดคีโตน และเมื่อคีโตนภายในเลือดสูง จะทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด
อาการของภาวะเลือดเป็นกรด (DKA)
ซึ่งหากยังไม่ได้รับการรักษาจะเกิดอาการที่รุนแรงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
คือ ภาวะระดับน้ำตาลสูงร่วมกับมีภาวะออสโมแลลิตีสูงในเลือดด้วย ซึ่งภาวะระดับน้ำตาลนี้จะสูงมากกกว่าภาวะ DKA และไม่พบภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน มักพบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สาเหตุเกิดจากการขาดอินซูลิน แต่ยังมีเพียงพอที่ยับยั้งการสลายเนื้อเยื่อไขมันทำให้ไม่มีการสร้างคีโตน
อาการไฮเปอร์กลัยซีมิค-ไฮเปอร์ออสโมลาร์
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ ได้แก่
ทั้งนี้ภาวะน้ำตาลสูงในเลือดวิกฤต เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หากผู้ป่วยเบาหวาน มีอาการคลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะมาก อ่อนเพลีย ปวดท้องและซึมลง รีบมาพบแพทย์ เพราะหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลจากแพทย์ออนไลน์ได้เลย