Center : ศูนย์หัวใจ
Article by : Dr. Sirapat Poonvutikul14 May 2020

การตรวจ Echo เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยโรคหัวใจหลากหลายชนิด เนื่องจากสามารถสร้างภาพของหัวใจและหลอดเลือดที่ชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถประเมินการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด ผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ และได้รับคำวินิจฉัยจากแพทย์ว่าให้ตรวจ “เอคโคหัวใจ” คงสงสัยว่าการตรวจที่ว่านี้เป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องตรวจ ตรวจแล้วจะมีอาการเจ็บหรือไม่ อย่างไร ลองไปทำความรู้จักการการตรวจเอคโคให้มากขึ้นกันดีกว่า
สารบัญ
เอคโคหัวใจ (Echocardiogram) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "เอคโค" (การตรวจ Echo) เป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยในปัจจุบัน เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ เช่น การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ขนาดของห้องหัวใจ การไหลเวียนเลือดในหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ และดูตำแหน่งของหลอดเลือดต่างๆ ที่เข้า-ออกจากหัวใจ
การตรวจ Echo (เอคโค) ใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูงที่เรียกว่า อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือพูดง่ายๆ ว่าใช้หลักการเดียวกับการตรวจอัลตราซาวด์ทารกในครรภ์ทางสูตินรีเวช กล่าวคือ แพทย์จะใช้หัวอัลตราซาวด์ใส่เจล และถูบริเวณหน้าอกและใต้ราวนม (เป็นการตรวจแบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย) เมื่อคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านอวัยวะต่างๆ จะเกิดสัญญาณสะท้อนกลับ ที่แตกต่างกันระหว่างน้ำและเนื่อเยื่อ คอมพิวเตอร์จะนำเอาสัญญาณเหล่านี้มาสร้างเป็นภาพ
ดังนั้นภาพที่เห็นคือ ภาพหัวใจของผู้ป่วย โดยจะชี้ให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้
เมื่อทราบกันแล้วว่าการตรวจเอคโคมีประโยชน์อย่างไร บางคนอาจสงสัยอีกว่า แล้วผู้ป่วยที่มีอาการแบบใด แพทย์จึงจะสั่งตรวจเอคโค แม้ว่าการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือการตรวจเอคโคนี้ จะมีความปลอดภัยและไม่เจ็บปวด แต่ในการสั่งตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะสั่งตรวจในผู้ป่วยที่มีลักษณะเข้าข่ายดังต่อไปนี้
หากคุณมีอาการที่น่าสงสัย เช่น เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์อาจแนะนำให้คุณทำการตรวจ Echo เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยสามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลจากแพทย์ออนไลน์ได้เลย