5 ขั้นตอนการบีบเก็บน้ำนมที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร
สำหรับคุณแม่มือใหม่ป้ายแดง ถึงแม้จะได้เรียนรู้วิธีการบีบน้ำนมจากพยาบาลมาแล้วบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงครั้งแรกคงเกิดความกังวลไม่น้อยว่าจะบีบถูกไหม นมจะไหลออกมาหรือเปล่า ถ้าบีบแล้วไหลออกมาเยอะจะทำอย่างไร เก็บไว้ได้ไหม และอีกสารพัดคำถามที่เกิดขึ้น อย่างนั้นมาเรียนรู้และทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันได้เลย
สารบัญ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการบีบเก็บน้ำนมไว้ก็เพื่อเก็บน้ำนมแม่ไว้ให้ลูกกินเมื่อแม่ไม่อยู่ นอกจากนี้ยังช่วย ลดการซึมไหลของน้ำนม และการคัดของเต้านมด้วย ซึ่งการบีบน้ำนมจะช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำนมมากอย่างต่อเนื่อง โดยการบีบน้ำนมด้วยมือ มีหลักการดังนี้
ปัจจุบันนอกจากการบีบน้ำนมเองแล้ว ยังมีมีเครื่องปั๊มนมเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณแม่เก็บน้ำนมได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอนการเก็บดังนี้
หากคุณแม่เลือกใช้ภาชนะที่บรรจุเป็นถุงซิปล็อค โดยบรรจุนมให้เท่ากับปริมาณที่ลูกจะกินในแต่ละมื้อ ถ้าบีบน้ำนมหรือปั๊มนมแม่ได้มากให้แยกใส่ถุงหลายๆ ใบ ตามปริมาณการกินของลูกในแต่ละมื้อ เพราะการบรรจุน้ำนมจนเต็มบรรจุภัณฑ์ อาจทำให้ถุงบรรจุนมรั่วหรือแกขาดได้ ต้องระบุปริมาณวันที่ เวลาบีบเก็บน้ำนมกำกับไว้ แล้วนำไปแช่เย็นเก็บไว้ เพื่อนำออกมาให้ลูกกินภายหลัง
การจัดเก็บนมแม่ในรูปแบบต่างๆ และระยะเวลาที่สามารถเก็บนมแม่ ได้แก่
| การจัดเก็บน้ำนม | ระยะเวลาที่แนะนำให้เก็บนมแม่ |
|---|---|
| อุณหภูมิห้องที่สูงกว่า (25°C) | 3-4 ชั่วโมง |
| อุณหภูมิห้องที่ต่ำกว่า (25°C) | 6-8 ชั่วโมง |
| กระติกแช่เย็นด้วยน้ำแข็ง | 24 ชั่วโมง |
| ตู้เย็น (4°C) | 5 วัน |
| ตู้แช่แข็งในตู้เย็นประตูเดียว (-15°C) | 2 สัปดาห์ |
| ตู้แช่แข็งในตู้เย็น 2 ประตู (-18°C) | 3-6 เดือน |
| ตู้แช่แข็ง (-20°C) | 6-12 เดือน |
การบีบเก็บน้ำนมอย่างถูกวิธีช่วยให้น้ำนมสะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน คุณแม่ควรล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการปนเปื้อน จัดเก็บน้ำนมในภาชนะที่ปิดสนิท พร้อมติดฉลากวันที่ให้ชัดเจน รักษาอุณหภูมิตามคำแนะนำ เพื่อยืดอายุน้ำนมให้ลูกได้ดื่มอย่างปลอดภัย เพราะทุกหยดของน้ำนมแม่ คือของขวัญล้ำค่าที่ส่งต่อความรักจากแม่สู่ลูก