Center : ศูนย์สุขภาพเด็ก
Article by : Dr. Nunthra Chakthranont29 May 2026

เมื่อลูกน้อยมีอาการปวดท้องบ่อยๆ หรือมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเกิดความกังวลใจไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อคุณหมอแนะนำว่าอาจต้องมีการ ส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด หลายครอบครัวอาจรู้สึกกังวลว่าการตรวจนี้จะอันตรายไหม หรือลูกจะเจ็บหรือเปล่า ในบทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก (Pediatric Gastrointestinal Endoscopy) นั้นมีความสำคัญอย่างไร ปลอดภัยแค่ไหน และเราควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ลูกรักได้รับการตรวจรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด
สารบัญ
ในเด็กบางคนอาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างชัดเจนจากการตรวจร่างกายทั่วไปหรือการเจาะเลือด การใช้กล้องส่องตรวจจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้กุมารแพทย์เห็นภาพภายในร่างกายของเด็กได้โดยตรง ทำให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูงมาก โดยอาการสำคัญที่คุณหมออาจพิจารณาแนะนำให้ทำการ ส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก ได้แก่
การส่องกล้องในเด็กไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด โดยปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้พัฒนาไปมาก ทำให้มีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถแบ่งการตรวจออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามส่วนของร่างกายที่ต้องการตรวจเช็ก ดังนี้
เป็นการใช้กล้องขนาดเล็กพิเศษตรวจดูภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอาการอาเจียนบ่อย ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ กลืนลำบาก หรือในกรณีที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือด
ป็นการตรวจดูความผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ทั้งหมดไปจนถึงส่วนปลายของลำไส้เล็ก คุณหมอมักจะแนะนำวิธีนี้เมื่อเด็กมีอาการท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายมีมูกเลือดปนเรื้อรัง หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะลำไส้อักเสบหรือติ่งเนื้อในลำไส้ น้ำหลักลด มีไข้เรื้อรัง ปวดข้อเรื้อรัง
ความพร้อมของคุณพ่อคุณแม่และการเตรียมตัวที่ดีของลูกน้อย คือหัวใจสำคัญที่ทำให้การ ส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก เป็นไปอย่างราบรื่นครับ โดยการเตรียมตัวจะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของการส่องกล้อง ดังนี้
การเตรียมตัวประเภทนี้ค่อนข้างเรียบง่าย โดยเน้นไปที่การทำให้กระเพาะอาหารว่างเพื่อให้คุณหมอเห็นพื้นผิวได้ชัดเจน
การตรวจลำไส้ใหญ่ต้องการความสะอาดของลำไส้เป็นพิเศษ เพื่อให้เห็นความผิดปกติเล็กๆ เช่น ติ่งเนื้อ ได้อย่างชัดเจน โดยมีขั้นตอนดังนี้
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในช่วงที่ต้องเตรียมลำไส้ ลูกอาจจะรู้สึกหิวหรืออ่อนเพลียบ้าง คุณพ่อคุณแม่ควรให้กำลังใจและเตรียมน้ำหวานใสๆ หรือซุปใสที่กรองกากออกหมดแล้วไว้ให้ลูกทานเพื่อเพิ่มพลังงาน
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลูกจะเจ็บไหม?" คำตอบคือ "ลูกจะไม่รู้สึกเจ็บเลย" เพราะกระบวนการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนบน:กล้องจะผ่านทางปากเพื่อดูหลอดอาหารไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น
ส่วนล่าง:กล้องจะผ่านทางทวารหนักเพื่อดูภาพรวมของลำไส้ใหญ่
หลังจากที่การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก เสร็จสิ้นลง ลูกอาจจะมีอาการค้างเคียงเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้ ดังนี้
การส่องกล้องไม่ใช่เพียงแค่การตรวจหาโรคเท่านั้น แต่ยังมีข้อดีหลายประการที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
1:การส่องกล้องในเด็กอันตรายไหม?
ตอบ การส่องกล้องในเด็กเป็นการหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากทำโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางและมีวิสัญญีแพทย์ดูแลเรื่องยานอนหลับตลอดเวลา
2:ลูกต้องงดน้ำและอาหารนานแค่ไหน?
ตอบ สำหรับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ควรงดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง แต่หากเป็นการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะต้องมีการปรับอาหารล่วงหน้า 2-3 วันตามคำแนะนำของกุมารแพทย์
3:ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการตรวจ?
ตอบ ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 15-45 นาที ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนปลาย ใช้เวลาประมาณ 30- 1 ชั่วโมง
4:อายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มส่องกล้องได้?
ตอบ สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไปจนถึงเด็กโต โดยแพทย์จะประเมินจากข้อบ่งชี้ทางอาการและความจำเป็นเป็นหลัก
5:จะทราบผลตรวจเมื่อไหร่?
ตอบ คุณหมอจะแจ้งผลการส่องกล้องเบื้องต้นให้ทราบทันทีหลังตรวจเสร็จ ส่วนผลการตรวจชิ้นเนื้อทางห้องปฏิบัติการมักจะใช้เวลาประมาณ 7 วันทำการ
การส่องกล้องทางเดินอาหารในเด็ก คือเครื่องมือทรงประสิทธิภาพที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องคาดเดาสาเหตุอาการเจ็บป่วยของลูกรักอีกต่อไป การตรวจที่แม่นยำนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด เพื่อให้ลูกกลับมามีรอยยิ้มและเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมวัย โดยศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน เรามีกุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมให้การตรวจรักษาโรค ครอบคลุมการส่องกล้องเพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยปัญหาทางเดินอาหารและตับอย่างตรงจุด
พญ.นันท์ธรา จักรธรานนท์
กุมารเวชศาสตร์/กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ
ศูนย์สุขภาพเด็ก