Center : ศูนย์สุขภาพเด็ก
Article by : Dr. Soranont Trytilanunt12 July 2021

โรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งมีผลทำให้เสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอดออกมา หรือคลอดออกมาแล้วแสดงอาการทันทีซึ่งถือเป็นกลุ่มอาการรุนแรง ส่วนโรคหัวใจในเด็กที่มีความรุนแรงน้อยกว่า อาจสังเกตอาการได้ว่าดูดนมแล้วเหนื่อย หรือเหนื่อยขณะวิ่งเล่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกเป็นโรคหัวใจ สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ พยายามให้ลูกได้รับประทานอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รับพลังงานที่เพียงพอ เพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ปกติ รวมทั้งดูแลสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโรคหัวใจที่ลูกเป็นอยู่ได้
เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจไม่ว่าจะเป็นชนิดเป็นแต่กำเนิด เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ชนิดที่เป็นเมื่อโตแล้ว หรือเกิดขึ้นในภายหลังจากการติดเชื้อ เช่น โรคคาวาซากิ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น อาจแบ่งตามอาการออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1.1 กลุ่มเด็กที่เป็นโรคหัวใจผิดปกติไม่รุนแรง
เด็กกลุ่มนี้จะมีความผิดปกติที่หัวใจ เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากกุมารแพทย์โรคหัวใจ หากเป็นโรคหัวใจชนิดใดก็ตามส่วนใหญ่การผิดปกติของหัวใจมักไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาทางยาหรือผ่าตัด การดำเนินชีวิตกิจกรรมต่างๆ มักเป็นไปตามปกติเหมือนเด็กทั่วไป ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในเรื่องการรับประทานอาหาร สามารถออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่ต้องดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเด็กให้สะอาดอยู่เสมอ พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลิ้นหัวใจหรือผนังหัวใจ พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคโดยการไปรับวัคซีนต่างๆ
การพบแพทย์ในเด็กโรคหัวใจกลุ่มนี้ ควรพาไปพบกุมารแพทย์โรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินถึงความรุนแรงของโรคหัวใจที่เป็นอยู่ ว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ หรือไม่ เพราะโรคหัวใจในเด็กบางชนิดการรุนแรงของโรคอาจเพิ่มมากขึ้นได้ตามอายุ
1.2 กลุ่มเด็กที่เป็นโรคหัวใจจากการติดเชื้อ
เด็กกลุ่มนี้เป็นโรคหัวใจจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือ การเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ โรคไข้รูมาติกซึ่งมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ และลิ้นหัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะลิ้นหัวใจผิดปกติซึ่งเมื่อรักษาหายแล้วยังคงเหลือร่องรอยอยู่ ทำให้ลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบได้ แม้เด็กจะหายจากโรคเหล่านี้แล้ว ก็จำเป็นจะต้องเข้ามาตรวจคลื่นเสียงสะท้อนภาพหัวใจเป็นระยะ เพื่อประเมินความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้
2.1 กลุ่มโรคหัวใจชนิดเขียว เด็กกลุ่มนี้อาการเขียวอาจเป็นตั้งแต่แรกเกิดหรือค่อยๆ เป็นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาร้องไห้บางรายอาจมีอาการเขียวคล้ำ หายใจหอบลึก และอาจมีอาการตัวเกร็งเป็นลมหมดสติได้ ส่วนใหญ่มักจะเกิดในเด็กเล็กๆ ก่อนอายุ 2 ปี มักมีอาการในตอนเช้า หรือหลังร้องไห้ เมื่อโตขึ้นเด็กกลุ่มนี้จะตัวเล็ก หอบ เหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังกายหรือเดินนานๆ เด็กกลุ่มนี้ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งการดูแลนั้นสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
2.1 กลุ่มที่มีอาการหัวใจวาย จะมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง น้ำหนักน้อย ดูดนมแล้วเหนื่อย รับประทานอาหารได้น้อย ต้องพักเหนื่อยระหว่างรับประทาน บางครั้งมีพัฒนาการช้า และบางรายก็มีอาการบวมร่วมด้วย หรือป่วยเป็นปอดบวมบ่อยๆ เด็กกลุ่มนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ตั้งแต่แรกๆ ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะได้รับการผ่าตัดเมื่อถึงเวลาอันสมควร ซึ่งการดูแลเด็กกลุ่มนี้ของคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองนั้นสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลเด็กที่เป็นโรคหัวใจผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ จะต้องเข้าใจถึงการดำเนินของโรคชนิดนั้นๆ อย่างแท้จริง ตลอดจนความเข้าใจเรื่องการให้ยา การเฝ้าระวังโรคแทรกซ้อนและให้การรักษาอย่างทันท่วงที รวมไปถึงการได้รับการตรวจและรับคำแนะนำจากกุมารแพทย์โรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เด็กหายจากโรคหัวใจ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติทั่วไป