Center : ศูนย์อายุรกรรม
Article by : Dr. Orapin Lertvannavit7 March 2024

โรคไข้ซิกา เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus: ZIKV) ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งไวรัสซิกาเป็นอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว (single-stranded RNA) อยู่ในตระกูลฟลาวิไวรัส (Flavivirus) จำพวกเดียวกับ ไวรัสไข้เหลือง ไวรัสเดงกี ไวรัสเวสต์ไนล์ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี โรคนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายเองได้ อาการโรคไม่รุนแรง ยกเว้นผู้ติดเชื้อเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ ฉะนั้นมาทำความรู้จักโรคไข้ซิกากันดีกว่า พร้อมเรียนรู้วิธีป้องกันจากโรค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
การแพร่ระบาดของไวรัสซิกาเกิดจากการโดนยุงลายที่มีเชื้อไวรัสซิกากัดโดยตรง ทำให้ติดเชื้อได้ และช่องทางอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ เช่น
เมื่อมีการติดเชื้อ จะมีระยะฟักตัวประมาณ 4-7 วัน หลังโดนยุงกัด ซึ่งสามารถแสดงอาการได้เร็วที่สุด 3 วัน และช้าที่สุด 12 วัน โดยคนทั่วไปปกติแล้วอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงเล็กน้อย ไม่รุนแรง และเป็นอยู่ประมาณ 2-7 วัน ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่
แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ และการตรวจร่างกาย พร้อมกับการตรวจสารพันธุกรรมไวรัสซิกา ด้วยวิธี Real time PCT ได้แก่ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่เริ่มป่วยเก็บเลือดและปัสสาวะส่งตรวจ ตั้งแต่ 7 วัน - 1 เดือน นับจากวันเริ่มป่วย หรือไม่ทราบวันเริ่มป่วย ให้เก็บปัสสาวะส่งตรวจ สำหรับทารกศีรษะเล็กและมารดาเก็บเลือดและปัสสาวะ เพื่อตรวจ Real time PCT และส่งตรวจแอนติบอดีต่อไวรัสวิกา ชนิด IgM เพิ่มในตัวอย่างเลือด
ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกาโดยเฉพาะ สำหรับการรักษาผู้ได้รับเชื้อจะรักษาตามอาการ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หากต้องใช้ยาลดไข้ หรือยาบรรเทาอาการปวด แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอล เนื่องจากมีอาการคล้ายคลึงกับไข้เลือดออก อาจจะแยกโรคยากในช่วงแรก จึงมีข้อควรระวังคือ ห้ามรับประทานยาแอสไพรินหรือกลุ่มลดการอักเสบก็ไม่ใช่สเตียรอยด์(NSAIDs) เนื่องจากรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือด และเสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย
ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ หรืออาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้ซิกา โดยเฉพาะสตรีตั้งครรภ์ให้เข้าพบแพทย์โดยทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถปรึกษาออนไลน์ได้โดยส่งข้อมูลด้านล่างได้เลย