ศูนย์ : ศูนย์กระดูกและข้อ
บทความโดย : นพ. ประกาศิต ชนะสิทธิ์4 ตุลาคม 2021

หัวไหล่เป็นข้อที่มีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุดของร่างกาย จึงมักใช้หัวไหล่ในกิจวัตรประจำวันต่างๆ อย่างมาก หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่หัวไหล่ จะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากมากขึ้น โดยอาการปวดไหล่ นับเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หากมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง ปวดตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไปไม่ควรชะล่าใจ และปล่อยไว้นาน เพราะอาจเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด
สารบัญ
อาการปวดไหล่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาการบ่งชี้ก็จะมีอาการปวดบริเวณต้นแขน ปวดด้านหลังหัวไหล่ ปวดบริเวณต้นคอและสะบัก โดยสาเหตุของอาการปวดไหล่อาจเกิดจากปัญหาของโครงสร้างในข้อไหล่เอง กระดูก กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น เยื่อหุ้มข้อ เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือถุงหุ้มเส้นเอ็น โดยพิจารณาจากกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน อายุ อาชีพ ความผิดปกติจากอวัยวะข้างเคียง ได้แก่
โรคเกี่ยวกับข้อไหล่ที่พบมาก ที่ทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ได้แก่
1. ภาวะเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด เกิดขึ้นได้ทั้งวัยทำงาน นักกีฬา และวัยผู้สูงอายุ เกิดจากการเคลื่อนไหวที่ผิดท่าทาง ภาวะเสื่อมของเส้นเอ็น หรือเกิดจากการใช้งาน การเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ที่ได้รับการกระทบกระแทกอย่างรุนแรง ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการปวดเวลานอน โดยเฉพาะตอนนอนตะแคงทับ ปวดเวลายกแขนขึ้นหรือลงในบางท่า อ่อนแรงในขณะยกหรือหมุนหัวไหล่ และไม่สามารถใช้งานไหล่ได้ปกติ ส่วนใหญ่เส้นเอ็นมักฉีกขาดบริเวณตำแหน่งที่เส้นเอ็นเกาะกับกระดูกต้นแขน ซึ่งอาจฉีกเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้
สำหรับการรักษาเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด ทำได้โดยการผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเอ็นกล้ามเนื้อหัวไหล่ผ่านกล้อง (Arthroscopic Surgery)
2. ข้อไหล่ติดแข็ง พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เมื่อมีอาการปวดไหล่จากสาเหตุใดก็ตาม ผู้ป่วยก็จะไม่เคลื่อนไหวข้อไหล่ เมื่อข้อไหล่ไม่เคลื่อนไหวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดพังผืดแทรกในข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่ นอกจากนี้ยังทำให้กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง และลีบเล็กลงทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก
ภาวะข้อไหล่ติด เบื้องต้นจะรักษาแบบประคับประคองด้วยการทานยา การทำกายภาพบำบัด เพื่อให้การติดยึดของข้อไหล่ลดน้อยลง เพิ่มการขยับให้มากขึ้น โดยอาจใช้ร่วมกับการประคบร้อน เย็น แต่หากไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ทำการตัดแต่งเยื่อหุ้มข้อ หรือพังผืดที่เป็นตัวการออก
หากมีอาการเหล่านี้ให้มาพบแพทย์
หลังจากแพทย์ทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมถึงการตรวจเพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ (X-Ray) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์เพื่อแยกโรคอื่นๆ ออกไปตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายแล้ว ด้านการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับโรค และอาการแสดงของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่
ทั้งนี้ในระยะเจ็บปวดเฉียบพลันควรหยุดพักการใช้ข้อไหล่ โดยงดยกของหนัก งดเคลื่อนไหวแขนหรือไหล่ในท่าที่ทำให้ปวด อาจใช้ผ้าคล้องแขนไว้แต่ไม่ควรหยุดใช้ไหล่เกิน 2-3 วัน เพราะจะทำให้เกิดภาวะข้อไหล่ติดแข็งได้ หากพบว่ามีอาการปวดไหล่เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด