ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท
บทความโดย : ผศ.นพ. พีรพงศ์ เหลืองอาภาพงศ์26 พฤษภาคม 2026

การผ่าตัดสมองในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างในอดีต เพราะด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ที่ได้นำเทคโนโลยีกล้อง Microscopic และ Endoscopic เข้ามาใช้ในการรักษา สามารถช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงรอยโรคได้อย่างแม่นยำ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อสมองส่วนที่ดี โดยเฉพาะการผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้องทางรูจมูกที่ทำให้ไร้แผลภายนอก ทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวได้รวด สำหรับคนที่มีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมอง เช่น ปวดหัวรุนแรงตอนเช้ามืด หรือการมองเห็นที่เปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
หากเป็นเมื่อสิบปีก่อน เมื่อพูดถึงการผ่าตัดสมองหลายคนคงจะนึกถึงการผ่าตัดใหญ่ที่น่ากลัว แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง ช่วยให้การผ่าตัดสมองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อสมองส่วนที่ดี และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย
สารบัญ
การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง (Minimally Invasive Neurosurgery) คือ นวัตกรรมการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทโดยการใช้อุปกรณ์สร้างภาพขนาดเล็ก (Camera/Scope) สอดเข้าไปยังจุดที่เกิดรอยโรคผ่านรูเจาะขนาดเล็ก หรือช่องเปิดตามธรรมชาติของร่างกายแทนการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเป็นแนวยาวแบบเดิม
การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ศัลยแพทย์จะทำงานผ่านหน้าจอความละเอียดสูงที่แสดงภาพขยายของเนื้อเยื่อ เส้นประสาท และหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกำจัดรอยโรคได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องดึงรั้งเนื้อสมองส่วนดีที่อาจได้รับผลกระทบ
การผ่าตัดสมองด้วยเทคโนโลยีผ่านกล้องให้ผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้
เบื้องหลังความสำเร็จของการผ่าตัดแผลเล็กที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำ คือการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ประสาทและเทคโนโลยีชั้นสูง โดยใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านช่องเปิดขนาดเล็กเพียง 1-4 ซม. หรือผ่านโพรงจมูก เพื่อเข้าถึงรอยโรคในส่วนลึกของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมหลักที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษา มีดังต่อไปนี้
เป็นกล้องผ่าตัดที่มีกำลังขยายสูง และมีลำแสงที่สามารถส่งลงไปในจุดที่ลึก ๆ ได้ จึงให้รายละเอียดในการผ่าตัดที่สูงขึ้น ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท และพยาธิสภาพที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจน มีความปลอดภัยมาก และลดอัตราการบาดเจ็บต่ออวัยวะสำคัญขนาดเล็กโดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สำหรับผ่าตัดบริเวณที่มีรอยโรคขนาดเล็ก ทำให้สามารถมองเห็นโดยใช้กล้องขยาย และนำแสงเข้าไปถึงบริเวณรอยโรค
เป็นการผ่าตัดที่ใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นแท่ง สอดเข้าไปในบริเวณสมองที่ต้องการผ่าตัดมีความละเอียดสูงทำให้มองเห็นในจุดที่ลึกได้อย่างชัดเจน โดยเครื่องมือชนิดนี้จะเหมาะสำหรับการผ่าตัดโดยใส่เข้าไปในโพรงต่าง ๆ ของกะโหลกศีรษะ เช่น โพรงจมูก เพื่อเข้าไปตัดก้อนเนื้องอกโดยเฉพาะก้อนเนื้องอกของต่อมใต้สมอง โดยที่ไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด และอีกโพรงก็คือ โพรงน้ำในสมอง เพื่อเข้าไประบายเอาน้ำคั่งในสมองออก
หากเทียบการผ่าตัดสมองในรูปแบบเดิมกับการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง มีจุดที่แตกต่างกันดังนี้
โรคทางสมองในปัจจุบันที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ที่พบบ่อยที่สุด มีดังต่อไปนี้
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการผิดปกติสะสมเกิน 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยมีสัญญาณอันตรายดังนี้
แม้ว่าการผ่าตัดแบบแผลเล็กจะสามารถฟื้นฟูได้ไวกว่า แต่ก็ควรดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ดังนี้
หากมีอาการที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมอง เช่น ปวดหัว ตาพร่า แขนขาอ่อนแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายทางสมองที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรเข้ารับการตรวจสมองเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรค และเข้ารับการรักษากับแพทย์ด้านสมองและระบบประสาท ก็จะทำให้การรักษานั้นง่าย และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยทีมศัลยแพทย์ด้านประสาทและสมอง โดยให้บริการรักษาครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัยด้วย MRI การรักษาด้วยยา และการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Neurosurgery) มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมการรักษา เช่น โปรแกรมผ่าตัดเนื้องอกในสมองผ่านกล้อง หรือการผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้องทางรูจมูก เพื่อประเมินอาการและนัดหมายกับแพทย์เฉพาะทางได้ที่
A: การผ่าตัดแบบเดิมอาจต้องเปิดกะโหลกศีรษะ แต่การผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้อง แพทย์จะส่องกล้องเข้าทางรูจมูกโดยตรง ทำให้ไม่มีแผลเป็นภายนอก ลดความเจ็บปวด และฟื้นตัวไวขึ้นมาก
A: ปวดจากเนื้องอกมักจะปวดรุนแรงที่สุดตอนเช้ามืด โดยจะปวดมากขึ้นเมื่อเบ่งหรือไอ การกินยาแก้ปวดทั่วไป อาการมักจะไม่ทุเลาลง อีกทั้งอาจมีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
A: เทคโนโลยีกล้องช่วยให้แพทย์หลีกเลี่ยงเนื้อสมองส่วนสำคัญที่ควบคุมความจำและบุคลิกภาพได้อย่างแม่นยำ ความเสี่ยงเหล่านี้จึงต่ำลงมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดกะโหลกขนาดใหญ่
A: ได้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแบบบอบช้ำน้อย (MIS) ร่างกายจึงไม่ต้องแบกรับภาระหนัก ทำให้ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการดมยาสลบได้ดีกว่าวิธีเดิม
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอก แต่การใช้กล้องและระบบนำทางช่วยให้แพทย์มองเห็นและนำรอยโรคออกได้หมดจดมากขึ้น จึงช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
A: ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรงดยาและอาหารเสริม แนะนำให้แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ทำประจำ นอกจากนี้ จะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า รวมถึงการตรวจ MRI หรือ CT Scan ก่อนวันผ่าตัด เพื่อวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ในวันที่ผ่าตัด ทั้งยังต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง รวมถึงควรสระผมให้สะอาดด้วยแชมพูยาฆ่าเชื้อที่โรงพยาบาลจัดให้ งดแต่งหน้าและทาเล็บ เพื่อให้สังเกตความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว