ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท
บทความโดย : นพ. ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา25 กุมภาพันธ์ 2021

เมื่อเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตก จะส่งผลให้สมองเกิดภาวะขาดเลือด รวมทั้งการเกิดเลือดคั่งอยู่ในเนื้อสมอง ส่งผลให้สมองสูญเสียการทำหน้าที่จนเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากพบสัญญาณเตือน มีอาการอ่อนแรง แขนขาชาครึ่งซีก ปากหรือหน้าเริ่มเบี้ยว ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด
สารบัญ
การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สามารถสังเกตอาการได้ตามหลัก F.A.S.T ดังนี้
การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง จะขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรงและระยะเวลาตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการโดยแบ่งตามลักษณะของโรค ดังนี้
1. ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ตัน เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันในระบบไหลเวียนโลหิต หรืออาจเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ ไม่ยืดหยุ่น และประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดลดลง ออกซิเจนในเลือดจึงไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในสมองได้
เป้าหมายของการรักษา คือ ทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ โดยทางเลือกในการรักษามีหลายวิธี ดังนี้
2. ภาวะเส้นเลือดสมองแตก เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณนั้นโป่งพองและแตกออก ซึ่งอาการพบจะมีอาการปวด หรือ มึนศีรษะเฉียบพลัน ตามด้วยอาการซึมลง แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง พูดไม่ชัด อาจมีอาการชัก หรือ หมดสติร่วมด้วย
เป้าหมายของการรักษา คือ การควบคุมปริมาณเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันโลหิต โดยให้ยาลดความดันโลหิตเพื่อป้องกันการแตกซ้ำ พร้อมทั้งหาสาเหตุของเส้นเลือดในสมองแตก ในกรณีที่เลือดออกมาก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสมองด้วย โดยการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเลือดที่ออกภายในสมองและขนาดของก้อนเลือด ส่วนใหญ่จำเป็นต้องผ่าตัดสมองเพื่อป้องกันการกดเบียดก้านสมอง ซึ่งหากเกิดภาวะนี้จะทำให้เป็นอันตราย และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากทำการรักษาโรคหลอดเลือดสมองแล้วการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำคือสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมภาวะความเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง เป็นต้น รับประทานผัก ผลไม้ ป้องกันท้องผูก หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดทั้งหวาน เค็ม มัน การออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก หมั่นทำกายภาพบำบัด รับประทานยา และพบแพทย์สม่ำเสมอ
สำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาโดยแพทย์จนพ้นวิกฤติแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมทั้งรับประทานยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปรับยาและหยุดยาเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากยา หรือเกิดโรคหลอดเลือดสมองเป็นซ้ำอีกได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ควรรอดูอาการแต่ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลได้เร็วจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันการณ์ ลดความเสี่ยงต่อความพิการและเสียชีวิตได้