ศูนย์ : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์26 พฤษภาคม 2026

สำหรับคู่รัก และคู่รักรุ่นใหม่ในยุค Gen Y และ Gen Z การสร้างครอบครัวไม่ได้มีเพียงแค่ความพร้อมด้านการเงินหรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่การตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตร (Genetic Carrier Screening) กลายเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรข้าม เพราะแม้ว่าคุณและคู่รักจะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยร้ายแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มียีนแฝงหรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม การตรวจ DNA จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนอนาคตของลูกน้อยได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และลดความกังวลใจในระยะยาว
สารบัญ
การตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตร คือกระบวนการตรวจวิเคราะห์ระดับ DNA เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์หรือความผิดปกติของยีนที่เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม โดยส่วนใหญ่มักเป็นการตรวจหาโรคที่เกิดจาก "ยีนด้อย" ซึ่งพาหะมักไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาให้เห็นภายนอก หากคุณและคู่สมรสเป็นพาหะของโรคเดียวกัน ลูกน้อยจะมีโอกาสสูงถึง 25% ที่จะเกิดมาพร้อมกับโรคนั้นๆ การตรวจนี้จึงเป็นการประเมินความเสี่ยงเพื่อให้คู่รักสามารถตัดสินใจเรื่องการมีบุตรได้อย่างรอบคอบที่สุด
แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่รหัสพันธุกรรมเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น การตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตรจึงมีความสำคัญดังนี้
เทคโนโลยีปัจจุบันช่วยให้เราสามารถตรวจคัดกรองยีนได้ครอบคลุมกว่า 1,000 ยีน และมากกว่า 500 โรค โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง เช่น
หากคุณจัดอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ การตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตรคือสิ่งที่ไม่ควรละเลย ได้แก่
ไม่ต้องกังวลเรื่องความยุ่งยาก เพราะการตรวจคัดกรองยีนก่อนวางแผนมีบุตรในปัจจุบันทำได้ง่ายและรวดเร็ว
หากคุณกำลังมองหาความมั่นใจในการสร้างครอบครัว ที่ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมดูแลคุณตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรองยีน ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อให้คุณมั่นใจว่าลูกน้อยที่จะเกิดมาจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด
1. สุขภาพแข็งแรงทั้งคู่ จำเป็นต้องตรวจคัดกรองยีนไหม?
ตอบ จำเป็น เพราะการเป็นพาหะ (Carrier) มักไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่สามารถถ่ายทอดยีนผิดปกติไปสู่ลูกได้
2. ถ้าตรวจพบว่าเป็นพาหะทั้งคู่ ยังมีลูกได้ไหม?
ตอบ มีได้แน่นอน แพทย์จะแนะนำทางเลือก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) พร้อมการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนเพื่อเลือกตัวอ่อนที่สุขภาพดีที่สุด
3. ถ้าตรวจพบว่าเป็นพาหะทั้งคู่ ยังมีลูกได้ไหม?
ตอบ การตรวจสุขภาพทั่วไปมักตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด แต่การตรวจคัดกรองยีนเน้นไปที่การวิเคราะห์ DNA เพื่อหาความเสี่ยงโรคพันธุกรรมโดยเฉพาะุด
4. ควรตรวจคัดกรองยีนช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ ควรตรวจ "ก่อน" การตั้งครรภ์ เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและเลือกแนวทางการมีบุตรที่เหมาะสมหากพบความเสี่ยง
5. โรคที่พบบ่อยในการตรวจคัดกรองยีนในไทยคือโรคอะไร?
ตอบ ที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA)
6. ผลตรวจคัดกรองยีนสามารถใช้ได้ตลอดชีวิตไหม?
ตอบ เนื่องจากรหัสพันธุกรรม (DNA) ของบุคคลไม่เปลี่ยนแปลง ผลตรวจจึงสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ตลอดชีวิตสำหรับการวางแผนมีบุตร
7. ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนตรวจหรือไม่?
ตอบ โดยส่วนใหญ่การตรวจยีนไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร แต่แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์แต่ละสถานพยาบาล
การรู้เท่าทันความเสี่ยงล่วงหน้าจะช่วยให้คุณวางแผนครอบครัวได้อย่างรอบคอบและปลอดภัย ลดความกังวลใจเรื่องพัฒนาการที่ล่าช้าหรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่อาจถ่ายทอดสู่ลูก อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับคู่ที่มีภาวะมีบุตรยากหรือเคยแท้งบุตรมาก่อน เพื่อที่จะได้เลือกใช้วิธีการมีบุตรที่เหมาะสม เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เป็นต้น ต้องการความมั่นใจในการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และเทคโนโลยีการตรวจที่ทันสมัย
นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา/เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้