ศูนย์ : ศูนย์มะเร็ง
บทความโดย : นพ. กิตติพงษ์ อุดมดำรงกุล19 สิงหาคม 2026

เมื่อตรวจพบความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจจากภาพเอกซเรย์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่ จุดขนาดเล็ก หรือรอยฝ้า ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคมะเร็งเสมอไป สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากรอยแผลเป็นจากการติดเชื้อในอดีต เนื้องอกชนิดธรรมดา หรือการอักเสบเฉียบพลัน อย่างไรก็ตามหากพบก้อนเนื้อในปอดที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและแยกแยะความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และนำไปสู่การจัดการโรคที่เหมาะสมและเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
การตรวจสุขภาพประจำปีด้วยวิธีการทำเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) หรือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รังสีต่ำ (Low dose CT) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองโรคเบื้องต้น ทว่าเมื่อผลการตรวจปรากฏเป็นเงาหรือความผิดปกติในปอด ไม่ว่าจะเป็นก้อนเนื้อในปอด ปอดเป็นจุด หรือเป็นฝ้า มักทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวลและสงสัยว่าตนเองเป็นมะเร็งปอดหรือไม่ ? ในความเป็นจริง ความผิดปกติเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าก้อนเนื้อหรือจุดที่พบจะต้องเป็นเนื้อร้ายหรือโรคร้ายแรงเสมอไป การทำความเข้าใจถึงลักษณะของความผิดปกติแต่ละรูปแบบ และการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเชิงลึกโดยแพทย์ เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยคลายความกังวลและนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
สารบัญ
เมื่อแพทย์รังสีวิทยารายงานผลการตรวจทางรังสีวิทยามักจะมีการใช้คำศัพท์เฉพาะทางเพื่ออธิบายลักษณะของเงาที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 3 ลักษณะหลัก เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการประเมินความเสี่ยง ดังนี้
มีลักษณะเป็นเงาจุดกลมหรือวงรีที่ทึบแสง มีขอบเขตค่อนข้างชัดเจน โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 3 เซนติเมตร มักถูกพบโดยบังเอิญในขณะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงใด ๆ
มีลักษณะเป็นก้อนทึบแสงที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เซนติเมตรขึ้นไป อาจมีขอบเขตเรียบหรือขรุขระ ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบ
มีลักษณะเป็นเงาจาง ๆ คล้ายกับกระจกฝ้า มีความทึบแสงแต่ไม่เท่ากับก้อนเนื้อหรือจุด ทำให้ยังสามารถมองเห็นโครงสร้างของหลอดเลือดหรือแขนงหลอดลมที่อยู่เบื้องหลังฝ้านั้นได้ มักพบเห็นได้ชัดเจนและมีรายละเอียดมากขึ้นจากการตรวจด้วย CT Scan
ในทางการแพทย์ ความเสี่ยงที่จะเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งนั้นไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ตายตัวได้ในทันที แต่จะขึ้นอยู่กับการประเมินองค์ประกอบหลายปัจจัยร่วมกัน โดยทั่วไป หากพบก้อนเนื้อในปอดที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เซนติเมตร จะมีแนวโน้มและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าปอดที่เป็นจุดขนาดเล็ก โดยแพทย์จะพิจารณาความอันตรายของก้อนเนื้อจากปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้ร่วมด้วย
ส่วนใหญ่แล้วจุดในปอดมักเป็นเพียงเนื้องอกชนิดธรรมดาหรือเป็นแค่ร่องรอยของโรคอื่น ๆ ในอดีต มากกว่าที่จะเป็นมะเร็ง โดยสาเหตุที่ปอดเป็นจุดที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้
ลักษณะของปอดเป็นฝ้า (Ground-Glass Opacity) มักมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการติดเชื้อแบบเฉียบพลันหรือภาวะอักเสบในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไวรัสลงปอด ปอดบวม หรือที่พบได้บ่อยในช่วงที่ผ่านมาคือการติดเชื้อโควิด-19 โดยผู้ป่วยที่ปอดเป็นฝ้ามักมีอาการไอแห้งหรือไอมีเสมหะ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือมีไข้สูงร่วมด้วย
โดยทั่วไปแล้ว หากปอดเป็นฝ้าที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเฉียบพลัน เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสหรือยาปฏิชีวนะจนหายดี รอยฝ้าในปอดจะค่อย ๆ จางและหายไปเองตามกลไกการฟื้นฟูของร่างกาย ทว่าในกรณีที่ตรวจติดตามผลแล้วพบฝ้าในปอดแบบเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่ยอมยุบหายไป แพทย์จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะฝ้าที่มีความทึบแสงผสมอยู่บางชนิด อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งปอดระยะเริ่มต้น (Adenocarcinoma in situ) ได้
แม้ความผิดปกติในปอดส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ติดตามผลอาจทำให้คุณพลาดโอกาสทองในการรักษา หากคุณตรวจพบจุด ฝ้า หรือก้อนเนื้อในปอด แนะนำให้เข้ารับการประเมินอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยี CT Scan หรือรับการตรวจด้วยโปรแกรมตรวจมะเร็ง เราพร้อมดูแลคุณที่ศูนย์อายุรกรรม และ ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครธน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมวางแผนการติดตามผลและรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อความสบายใจและสุขภาพที่ดีของคุณ
A: ไม่จำเป็นเสมอไป หากเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเบื้องต้น (Low-dose CT Scan) เพื่อดูขนาดและตำแหน่งของจุด แพทย์มักจะไม่ได้ใช้สารทึบรังสี แต่หากแพทย์พบก้อนเนื้อที่มีลักษณะน่าสงสัยและต้องการประเมินการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้อนั้น เพื่อแยกแยะว่าเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเนื้อร้าย จึงจะพิจารณาให้ฉีดสารทึบรังสีเพิ่มเติมในภายหลัง
A: จุดที่เกิดจากรอยแผลเป็นเก่า หรือหินปูนที่เกิดจากการติดเชื้อวัณโรคในอดีต มักจะคงสภาพอยู่เช่นนั้นอย่างถาวรและไม่สามารถสลายหายไปเองได้ อย่างไรก็ตาม จุดประเภทนี้จะไม่มีการขยายขนาดเพิ่มขึ้นและไม่มีความเสี่ยงในการแพร่กระจาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
A: การสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) หรือมลภาวะทางอากาศอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน สามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในทางเดินหายใจและเนื้อเยื่อปอด ซึ่งกระบวนการอักเสบนี้อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อปอดเกิดรอยแผลเป็นขนาดเล็กและปรากฏเป็นจุดในภาพเอกซเรย์ได้ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติระดับเซลล์ในระยะยาวอีกด้วย