ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท
บทความโดย : นพ. ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา6 กรกฎาคม 2026

โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือ Multiple Sclerosis (MS) อาจเป็นชื่อโรคที่หลายคนยังไม่คุ้นเคย และมักถูกมองว่าเป็นโรคไกลตัว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนวัยทำงาน โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-40 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของชีวิต หากไม่ได้รับการสังเกตและวินิจฉัยอย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวได้
แม้โรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากผู้ป่วยรู้ทันและสังเกตอาการผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรค ชะลอความรุนแรง และลดความเสี่ยงของความพิการในอนาคต ดังนั้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคปลอกประสาทอักเสบ ทั้งสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และวิธีป้องกัน ก็จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพของตนเองและคนใกล้ตัวให้แข็งแรงได้ดียิ่งขึ้น
สารบัญ
โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS) คือ โรคในระบบประสาทส่วนกลางที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ โดยจะเข้าไปโจมตีปลอกไมอีลิน (Myelin Sheath) ซึ่งทำหน้าที่หุ้มเส้นประสาทในสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาทตา
หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ปลอกไมอีลินเปรียบเสมือนฉนวนไฟฟ้าที่ช่วยให้กระแสประสาทส่งสัญญาณได้รวดเร็วและแม่นยำ แต่หากปลอกประสาทถูกทำลาย จะเกิดรอยแผลเป็นหรือ Plaques ทำให้การส่งสัญญาณประสาทช้าลง หรือบางครั้งอาจส่งสัญญาณไม่ได้เลย ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติในหลายระบบ กระทบต่อคุณภาพชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม แต่ในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่ช่วยควบคุมโรคและชะลอการดำเนินโรคได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโรค MS พบได้บ่อยในวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า แม้ในประเทศไทยจะพบไม่มาก เมื่อเทียบกับประเทศแถบยุโรป แต่แนวโน้มผู้ป่วยโรค MS ในไทยเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โรคปลอกประสาทอักเสบ สาเหตุหลักเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกว่า Autoimmune Disease ซึ่งร่างกายเข้าใจผิดและหันมาทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง โดยเฉพาะปลอกไมอีลินที่ห่อหุ้มเส้นประสาท
แม้ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรคปลอกประสาทอักเสบไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้นรวมกัน
โรคปลอกประสาทอักเสบ มีหลากหลายอาการ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดรอยโรคในระบบประสาท บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางรายอาจมีอาการรุนแรงและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
หนึ่งในอาการเริ่มต้นที่พบบ่อย คือ ความผิดปกติของการมองเห็น เนื่องจากการอักเสบของเส้นประสาทตา ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เช่น
เมื่อปลอกประสาทถูกทำลาย การส่งสัญญาณประสาทจะผิดปกติ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น
นอกจากอาการทางระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยยังอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
การวินิจฉัยโรค MS จำเป็นต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกัน เนื่องจากอาการของโรคอาจคล้ายกับโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ โดยมีวิธีตรวจหลัก ได้แก่
แพทย์จะต้องแยกโรคจากภาวะอื่น เช่น โรคลูปัส หรือเนื้องอกในสมอง การตรวจพบเร็วมีความสำคัญมาก เพราะช่วยเริ่มการรักษาได้ทันเวลา
ปัจจุบันแม้ยังไม่มีวิธีรักษาโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งให้หายขาด แต่สามารถควบคุมโรค ลดการอักเสบ และชะลอความเสื่อมของระบบประสาทได้
การรักษาหลักคือการใช้ยาเพื่อลดการอักเสบและป้องกันการกำเริบของโรค แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ
การทำกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการรักษาอาการของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งในหลายประการ ดังนี้
นอกจากการควบคุมโรคโดยตรง ยังมีการรักษาเพื่อลดอาการรบกวนต่าง ๆ เช่น
แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงและลดโอกาสกำเริบของโรคได้ ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ได้แก่
หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น ชาตามร่างกาย แขนขาอ่อนแรง ตามัวมองไม่ชัด หรือเวียนศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุติดต่อกันเป็นเวลานาน อย่าละเลยเพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่ความอ่อนล้าจากการทำงาน เนื่องจากนั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรค ลดความรุนแรง และชะลอการดำเนินของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน เรามีหมอสมองและระบบประสาท พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และดูแลคุณอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
A: อันตรายหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากตัวโรคจะค่อย ๆ เข้าทำลายปลอกหุ้มเส้นประสาทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การส่งสัญญาณประสาทบกพร่องถาวร ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนเดินไม่ได้ สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร หรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต แต่หากพบแพทย์เร็วและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็จะสามารถชะลอความรุนแรงและลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้มาก
A: ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้ไม่บ่อยนัก โดยมีสถิติอยู่ที่ประมาณ 4-8 คนต่อประชากรแสนคน และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้อย่างถาวร แต่คุณหมอสามารถใช้ยาเพื่อควบคุมอาการ ไม่ให้โรคกำเริบ และช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหากเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ
A: สามารถทำได้ตามปกติ เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์หรือทำให้มีบุตรยาก แต่สำหรับผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิดล่วงหน้า เนื่องจากยาควบคุมโรคบางตัวอาจมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ จึงต้องมีการวางแผนปรับเปลี่ยนหรือหยุดยาอย่างปลอดภัย
A: ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันแน่ชัดว่าสมุนไพรชนิดใดสามารถรักษาหรือบรรเทาโรคนี้ได้โดยตรง ที่สำคัญคือควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ทุกครั้งก่อนจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสมุนไพรใด ๆ เพื่อความปลอดภัย
A: เป็นความจริง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Uhthoff's phenomenon เกิดจากการที่อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ไม่ว่าจะจากการอาบน้ำอุ่น การอบซาวน่า อากาศร้อน หรือเป็นไข้ ความร้อนจะไปทำให้การนำสัญญาณประสาทผ่านปลอกไมอีลินที่เสียหายอยู่แล้วทำงานช้าลงไปอีก ส่งผลให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงเด่นชัดอย่างเฉียบพลัน แต่เมื่อร่างกายเย็นลง อาการเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพปกติ
A: สามารถพบได้ แต่พบได้น้อยมาก เนื่องจากโรคนี้มักจะเริ่มแสดงอาการในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ตอนต้น คือช่วงอายุ 20-40 ปีเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด หากสังเกตเห็นสัญญาณเตือนที่ผิดปกติทางระบบประสาทหรือสายตา ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดโดยเร็วที่สุด