รู้หรือไม่? การมีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือ อ้วน นั้นส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงาน การใช้ชีวิต บางคนอ้วนมากจนช่วยเหลือตัวเองได้น้อย เคลื่อนตัวไปไหนมาไหนลำบาก หรือขยับตัวไม่ได้เลย รวมทั้งทำให้เสี่ยงต่อโรคอันตรายอื่นๆ ที่รักษาได้ยากและส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ใขมันในเลือดสูง ข้อเข่าเสื่อม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น และยิ่งอ้วนมากยิ่งจะมีโอกาสเสียชีวิตได้เร็วกว่าคนทั่วไป
อ้วน เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินปกติบางคนอาจสังเกตได้จากลักษณะการอ้วนลงพุงซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ปัจจุบัน ภาวะ "อ้วน" ถือว่าเป็นโรคที่ต้องการการรักษาเช่นเดียวกับโรคเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งโรคอ้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพทางร่างกาย จิตใจ ระบบเผาผลาญ ของร่างกายและคุณภาพชีวิต ยิ่งปล่อยไว้นาน โรคอ้วนนำมาซึ่งโรคแทรกซ้อนมากมายกว่า 200 โรค และต้องการการรักษาในระยะยาว
วิธีการตรวจสอบว่ามีภาวะอ้วนหรือไม่ ให้คำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI (Body Mass Index) ซึ่งมีวิธีคำนวณ ดังนี้ นำน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง หรือ BMI (ดัชนีมวลกาย) = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง2 (เมตร)
เมื่อเกิดอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจ จะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก รู้สึกเจ็บร้าวไปที่ลำคอ ขากรรไกร ไหล่และแขนซ้าย เจ็บเมื่อออกแรง สำหรับโรคกรดไหลย้อน เจ็บหน้าอกเวลาหายใจลึกๆ หรือไอ แต่ไม่ร้าวไปบริเวณขากรรไกร ไหล่ หรือแขน มีอาการมากขึ้นหลังมื้ออาหาร
ทั้งนี้ทั้งนั้น การหาสาเหตุที่แท้จริงขณะที่มีอาการเจ็บหน้าอกนั้นเป็นเรื่องยาก แต่หากสามารถระบุอาการอื่นๆ ร่วมด้วยได้ ก็จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ง่ายขึ้น
| BMI (ดัชนีมวลกาย) | ค่าแปรผล |
|---|---|
| หากผลออกมาน้อยกว่า<18.5 | น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน หรือผอม |
| หากผลออกมา 18.5 – 22.9 | น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน |
| หากผลออกมา 23 – 24.9 | น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน |
| หากผลออกมา 25 – 29.9 | อ้วนระดับ 1 |
| หากผลออกมา มากกว่าหรือเท่ากับ ≥ 30 | อ้วนระดับ 2 |
ทั้งนี้ น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของผู้ชายที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 22 - 23 ในขณะที่หญิงที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 19-20
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่า BMI จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมีเส้นรอบเอวที่มากเกิน มีความเป็นไปได้ว่ามีไขมันสะสมที่ช่องท้องหรืออวัยวะภายในช่องท้องมากเกินไป หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า ภาวะอ้วนลงพุงได้
สาเหตุจริงๆ ยังไม่ทราบแน่ชัด โรคอ้วนมักจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล อาทิ
การตรวจหาภาวะอ้วนทำได้ด้วยการหาค่า BMI และการตรวจวัดรอบเอว ส่วนการตรวจเพิ่มเติมเมื่อทราบว่าผู้ป่วยกำลังเผชิญกับภาวะอ้วน ได้แก่ การตรวจวัดความดันโลหิต การตรวจหาระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เพื่อให้ทราบผลความผิดปกติแล้วนำไปสู่การวางแผนรักษาต่อไป
โดยส่วนใหญ่ภาวะอ้วน สามารถรักษาได้ด้วยการดูแลสุขภาพด้วยตนเองในเบื้องต้น ในกรณียังไม่มีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงจนเป็นโรคแทรกซ้อนอันตราย เพียงแต่มีปริมาณไขมันสะสมมากกว่าเกณฑ์ ได้แก่
หากว่าภาวะอ้วนนั้นอยู่ในเกณฑ์อันตราย มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน มีโรคประจำตัว หรือมีโรคร่วมในกลุ่ม NCDS และไม่สามารถลดปริมาณไขมันได้ด้วยวิธีปกติได้ แพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลได้แก่
อย่างไรก็ตามผู้ที่มีภาวะอ้วน ไม่ควรซื้อยาลดน้ำหนักกินเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยามีผลข้างเคียงหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ และอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ ใครที่ประสบปัญหาจากความอ้วนสามารถเข้ามารับการรักษาและขอคำปรึกษาได้โดยส่งข้อมูลปรึกษาแพทย์ออนไลน์ข้างล่างนี้ได้เลย