ศูนย์ : บริการทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ , ศูนย์อายุรกรรม
บทความโดย : นพ. ภาณุวัฒก์ ว่องตระกูลเรือง11 มิถุนายน 2021

ภาวะกระดูกพรุน มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่มีมวลกระดูกเปราะบาง แต่ผู้ป่วยมักไม่ค่อยรู้ตัว อาการของโรคกระดูกพรุน จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงแรก มักเป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นสะสมในร่างกายมานาน จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนกระดูกหัก และจะทราบว่าป่วยก็เมื่อมีอาการอื่นๆ เช่น มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อม ส่วนสูงลดลง หรือแขน กระดูกข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลังแตกหักง่าย เป็นต้น จึงทำให้คนจำนวนมากไม่ทราบว่าสภาวะกระดูกของตนเองนั้นบางไปมากน้อยเพียงใดแล้ว และไม่ได้สนใจที่จะดูแลป้องกันภาวะกระดูกพรุนอย่างจริงจัง
สารบัญ
โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ ความผิดปกติของกระดูกที่ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง และมีการเสื่อมสลายของโครงสร้างภายในกระดูก ทำให้กระดูกมีความเปราะบาง ส่งผลให้กระดูกมีความแข็งแรงน้อยลง โดยปกติความแข็งแรงของกระดูกนี้เกิดจากสองปัจจัยรวมกัน คือ ความหนาแน่นของกระดูก และคุณภาพของกระดูก ซึ่งลักษณะกระดูกที่พรุนจะมีความกลวงภายในมากขึ้น มวลกระดูกส่วนที่อยู่ตรงกลางจะน้อยลง และกระดูกส่วนด้านนอกก็จะบางลงและอ่อนแอลงเรื่อยๆ เสี่ยงต่อการหกล้มหรือกระแทกแล้วกระดูกหัก ร้าว หรือแตก ปวดขัดภายใน การเดิน ลุก นั่ง และยืนจะทำได้ลำบากมากขึ้น
โรคกระดูกพรุนสามารถสร้างความทุพพลภาพให้แก่ผู้สูงอายุได้ เพราะการที่ร่างกายมีมวลกระดูกที่น้อยลง ก็จะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก โดยเฉพาะตำแหน่งข้อสะโพก หากกระดูกข้อสะโพกหักจากกระดูกพรุน จะเป็นภาวะที่มีอันตรายสูง เนื่องจากภาวะกระดูกหักในผู้สูงอายุจะรักษาได้ยาก มีภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างมาก เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบวม ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ โรคทางระบบหายใจ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินไม่ได้ พิการ การเกิดแผลกดทับ (กรณีเป็นผู้ป่วยติดเตียง) และบางรายอาจถึงแก่ชีวิต
การตรวจมวลกระดูก หรือการตรวจดูความหนาแน่นของกระดูก (Bone Densitometry) เป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะรู้ได้ว่า คุณกำลังเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนหรือไม่ ซึ่งการตรวจจะหาค่าความหนาแน่นของกระดูกตามส่วนต่างๆ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก ข้อมือ และกระดูกทั้งตัวว่ามีภาวะกระดูกพรุนมากน้อยเพียงใด โดยการใช้รังสีที่เรียกว่า Dual Energy X-ray Absorptiometry scanner หรือ DEXA scanner พลังงานต่ำสะท้อนภาพเนื้อเยื่อกระดูก ซึ่งจะทราบผลการตรวจอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย
แพทย์จะตรวจกระดูกที่มีโอกาสหักได้ง่ายจากโรคกระดูกพรุนใน 3 ตำแหน่ง ได้แก่ กระดูกสะโพก (Hip) กระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar spine) และกระดูกแขนส่วนปลาย (Forearm) โดยเฉพาะกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลังส่วนเอวที่นิยมตรวจกันมากที่สุด ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และสามารถทราบผลได้ทันที โดยสามารถประเมินสภาวะโรคกระดูกพรุนโดยสามารถวัดได้จากค่า T-Score ซึ่งเป็นหน่วยวัดความหนาแน่นของกระดูกในเชิงเปรียบเทียบกับกระดูกของผู้อื่นที่อยู่ในวัย 30 ปี ที่ถือว่าเป็นวัยที่กระดูกกำลังมีความหนาแน่นสูงที่สุดเป็นมาตรฐาน ดังนี้
1. การรักษาด้วยยา มียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคกระดูกบาง หรือบางท่านจะเลือกใช้วิธีฉีดยารักษาโรคกระดูกพรุน โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน เช่น
การรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อแก้ไขภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากภาวะกระดูกหัก อาทิ
อย่างไรก็ตามผ ู้สูงอายุที่เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ควรมารับการตรวจโดยละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก และหากไม่ได้รับการตรวจเช็คความหนาแน่นของมวลกระดูกเป็นประจำ หากผู้สูงอายุลื่นหกล้ม เกิดการกระแทก แม้จะเป็นอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย กระดูกก็เกิดการหักได้ง่าย ที่สำคัญหากกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนได้
นพ.ภาณุวัฒก์ ว่องตระกูลเรือง
อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ
บริการทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ