ศูนย์ : ศูนย์กระดูกสันหลัง
บทความโดย : นพ. บดินทร์ วโรดมวนิชกุล6 กรกฎาคม 2026

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่สามารถพบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งทำงานนาน ก้มเล่นโทรศัพท์ ยกของผิดท่า หรือขาดการออกกำลังกาย อาการสำคัญที่ควรเฝ้าระวังคือปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา อ่อนแรง และเคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาท การตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา กายภาพบำบัด ปรับพฤติกรรม หรือการผ่าตัดในรายที่มีอาการรุนแรง จะช่วยชะลอความเสื่อม ลดอาการปวด และป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลายคนมักเข้าใจว่าโรคกระดูกสันหลังเสื่อม เป็นภาวะที่มักเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความจริงแล้ว คนวัยทำงานหรือแม้แต่วัยรุ่นก็มีความเสี่ยงได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง เช่น นั่งทำงานนาน ก้มเล่นโทรศัพท์เป็นประจำ หรือยกของผิดท่า
เพื่อให้เข้าใจว่าโรคกระดูกสันหลังเสื่อมใกล้ตัวกว่าที่คิด การรู้จักสาเหตุ อาการ กลุ่มเสี่ยง วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน จะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย
สารบัญ
โรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือภาวะที่หมอนรองกระดูก ข้อต่อกระดูกสันหลัง หรือกระดูกบริเวณแนวสันหลังเกิดการเสื่อมสภาพ แตกหัก หรือทรุดตัวลงตามกาลเวลาและการใช้งาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรับแรงกระแทกลดลง ทำให้เกิดอาการปวดหลัง เคลื่อนไหวลำบาก หรืออาจมีการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วย ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานในการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
ภาวะนี้สามารถเกิดได้ในหลายบริเวณ ดังนี้
โดยเฉพาะบริเวณเอวและคอ ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักและใช้งานมากที่สุดในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการบิดตัว การก้ม-เงย หรือการแบกรับน้ำหนักตัว ทำให้ทั้งสองส่วนนี้เกิดความเสื่อมสภาพได้ง่ายและรวดเร็วกว่าส่วนอื่น ๆ
หลายคนอาจตั้งคำถามว่าภาวะกระดูกเสื่อมเกิดจากอะไร โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง และเราจะสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุหลักของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้
ในปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคกระดูกสันหลังเสื่อมพบได้เร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ จากเดิมที่เคยคิดว่าเป็นโรคของคนแก่ แต่ตอนนี้วัยรุ่นและคนทำงานออฟฟิศกลับเดินเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการนี้มากขึ้น โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมยอดฮิต เช่น
แม้แต่วัยรุ่นหรือคนวัยทำงานที่ต้องนั่งเรียน นั่งทำงาน หรือขับรถนาน ๆ ก็อาจเริ่มมีภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัยได้เช่นกัน หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้
สำหรับคนที่มีความเสี่ยงจะเกิดอาการกระดูกสันหลังเสื่อม หรือข้อกระดูกเสื่อม มีดังต่อไปนี้
หากต้องการทราบว่าตนเองเข้าข่ายหรือไม่ การสังเกตภาวะข้อกระดูกเสื่อม และเช็กอาการปวดหลังผิดปกติเบื้องต้น ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับอาการที่ควรระวังและไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ได้แก่
เพื่อความชัดเจนในการแยกแยะอาการ เราสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโรคกระดูกสันหลังเสื่อมและอาการปวดหลังทั่วไป ได้ดังนี้
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและอาการของผู้ป่วยแต่ละคน โดยแพทย์จะเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพและการลดความเจ็บปวด เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ
สำหรับผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง แพทย์จะแนะนำวิธีประคับประคองอาการ โดยมีดังต่อไปนี้
ในกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทรุนแรง มีอาการชา แขนขาอ่อนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่แล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 6-12 สัปดาห์ หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังอาจพิจารณาการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว เช่น
นอกจากนี้ การผ่าตัดยังมีความแม่นยำและปลอดภัยสูงด้วยการใช้ระบบนำวิถีด้วยคอมพิวเตอร์ O-arm Navigation ซึ่งสามารถสร้างภาพกระดูกสันหลังแบบสามมิติแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างกระดูกสันหลังได้อย่างชัดเจนตลอดการผ่าตัด ส่งผลให้การวางตำแหน่งอุปกรณ์และการผ่าตัดเป็นไปอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังมีการลดอาการปวดหลังผ่าตัดด้วยการฉีดยาชาบริเวณรอบเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nerve Block) ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการใช้ยาแก้ปวด ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล และฟื้นตัวกลับสู่การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว
แม้ความเสื่อมของกระดูกตามวัย จะหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัยได้ด้วยวิธีเหล่านี้
อาการปวดหลัง ชาปลายแขนปลายขา หรือความผิดปกติของการเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัย แม้อาการในระยะแรกอาจดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการกดทับเส้นประสาทได้
การสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรัง
ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงหมอผ่าตัดกระดูกสันหลังที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
A: กระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูก ข้อต่อ และโครงสร้างของกระดูกสันหลังตามอายุ รวมถึงพฤติกรรมที่ทำให้กระดูกสันหลังรับแรงกดมากเกินไป เช่น นั่งทำงานนาน ยกของหนัก น้ำหนักเกิน หรือบาดเจ็บสะสม กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ พนักงานออฟฟิศ ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้
A: อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ปวดหลังเรื้อรัง ปวดคอหรือเอว ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา อ่อนแรง หลังตึงแข็ง และอาการไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อน หากปวดมากขึ้นเมื่อนั่งนาน ยืนนาน หรือก้มตัว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
A: กระดูกสันหลังเสื่อมเป็นภาวะเสื่อมของโครงสร้างกระดูก ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกตามอายุหรือการใช้งาน ส่วนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือภาวะที่หมอนรองกระดูกโป่งหรือแตกจนกดทับเส้นประสาท ซึ่งอาจเกิดร่วมกับภาวะเสื่อมได้
A: ภาวะเสื่อมไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้ทั้งหมด แต่สามารถรักษาและชะลอการเสื่อม รวมถึงลดอาการปวดและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
A: หากมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา อ่อนแรง หรืออาการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม