ศูนย์ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
บทความโดย : นพ. สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์6 พฤษภาคม 2020

ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน (Gastrointestinal bleeding) เป็นภาวะที่มีเลือดออกตั้งแต่หลอดอาหารจนถึงลําไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อย เกิดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ทั่วไปพบในวัยผู้ใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป และเกิดขึ้นได้อย่างทั้งแบบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง (พบได้น้อยกว่า) โดยสาเหตุของอาการมาจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การรับประทานอาหาร การขับถ่าย หากใครที่มีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือดเนื่องจากถูกกรดในกระเพาะ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด หรือบางคนอาจรุนแรงถึงขั้นเลือดออกในทางเดินอาหาร อย่านิ่งนอนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายได้
สารบัญ
ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน คือ ภาวะที่มีเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารส่วนบน อย่างหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น ที่ทำให้อาเจียนปนเลือดออกมา ผู้ที่มีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงระดับที่รุนแรง หากมีปริมาณเลือดออกน้อยก็อาจไม่พบความผิดปกติในระยะเริ่มแรก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา
อาเจียนออกมาเป็นสีแดงหรือสีดำคล้ายกากกาแฟ อุจจาระเป็นสีดำ มีอาการปวดท้อง และหากมีเลือดออกปริมาณมากจะมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง และซีดร่วมด้วย ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว เนื่องจากหากมีเลือดออกเป็นปริมาณมากอย่างเฉียบพลัน อาจส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง ไม่ปัสสาวะเลยหรือปัสสาวะในปริมาณเพียงเล็กน้อย ชีพจรเต้นเร็ว และหมดสติ จนนำไปสู่ภาวะช็อกได้
ภาวะแทรกซ้อนจากเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน เช่น โลหิตจาง ไตวาย ภาวะช็อกหากเลือดออกมาก และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้หากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที
โดยทั่วไปแล้วอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ทางเดินอาหารส่วนบน (Upper GI tract) ประกอบไปด้วย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลําไส้เล็กตอนบน ในขณะที่ทางเดินอาหารส่วนล่าง (Lower GI tract) ประกอบไปด้วย ลําไส้เล็กตอนล่าง ลําไส้ใหญ่ลงมาจนถึงทวารหนัก ซึ่งอวัยวะทั้งหมดของทั้ง 2 ส่วนนี้ สามารถเกิดภาวะเลือดออกได้เสมอ ทั้งจากปัจจัยด้านความเครียด การรับประทานอาหาร รวมถึงการขับถ่าย
โดยทั่วไปแล้วภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ซึ่งอวัยวะทั้งหมดของทั้ง 2 ส่วนนี้ สามารถเกิดภาวะเลือดออกได้เสมอ ทั้งจากปัจจัยด้านความเครียด การรับประทานอาหารและยา รวมถึงการขับถ่าย เป็นต้น
การซักประวัติและตรวจร่างกาย จะช่วยชี้ว่าเลือดน่าจะออกจากส่วนใดในทางเดินอาหารส่วนบน และอาจตรวจด้วยวิธีอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยยืนยันผลการวินิจฉัย อาทิ
หากพบว่ารอยโรคมีแนวโน้มว่าจะทำให้เลือดออกอีก สามารถให้การรักษาได้ทันที ผ่านการส่องกล้อง และเพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นอันตรายที่ทำให้เสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะได้รับสารน้ำและผลิตภัณฑ์ของเลือด เพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสียไปและป้องกันหรือแก้ไขภาวะช็อก การใส่สายยางทางจมูก และการล้างกระเพาะอาหาร เพื่อยืนยันว่ามีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนจริง จากนั้นจะพิจารณารักษาตามสาเหตุของการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ดังนี้
1. การรักษากรณีที่มีสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่หลอดเลือดโป่งพองในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร จะได้รับการรักษาด้วยวิธีต่อไปนี้ เช่น วิธีการรักษาโดยผ่านกล้องส่อง (endoscopic therapy) การฉีดอะดรีนาลิน (adrenaline) การฉีดสารสเคอโรแซนท์ (sclerosants) การใช้กาวไฟบริน (fibrin glue) การจี้โดยใช้ความร้อน (heater probe) เลเซอร์ (laser) การรักษาโดยการฉีดสารผ่านทางหลอดเลือด การรักษาโดยการผ่าตัด และการรักษาด้วยยาลดการหลั่งกรด ประกอบไปด้วยยากลุ่มต้านตัวรับฮีสตามีนทู ยากลุ่มยับยั้งโปรตอนปั้ม เป็นต้น
2. การรักษากรณีที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดโป่งพองในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหาร เช่น การรักษาโดยการใส่บอลลูนกด (ballon temponade) การรักษาโดยผ่านการส่องกล้อง ด้วยการรัดยาง การเปิดเส้นเลือดลัดภายในตับ เป็นต้น
การป้องกันภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจเป็นความเสี่ยง เช่น งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงจำกัดการใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อย่างยากลุ่มเอ็นเสด เป็นต้น โดยปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนได้ นอกจากนี้ หากผู้ป่วยเป็นกรดไหลย้อนอยู่ก่อนก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาภาวะดังกล่าวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารตามมาภายหลัง