EN

ว่าที่บ่าวสาวมือใหม่ฟังไว้! ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ควรต้องตรวจอะไรบ้าง?

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพนครธน

บทความโดย :

ว่าที่บ่าวสาวมือใหม่ฟังไว้! ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ควรต้องตรวจอะไรบ้าง?

หนุ่มสาวหลาย ๆ คนที่เตรียมตัวแต่งงาน นอกจากการเตรียมงานแต่งแล้ว การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานก็เป็นสิ่งสำคัญ หลาย ๆ ท่านอาจยังมีข้อสงสัยว่า เราสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวอะไร ทำไมเราต้องตรวจสุขภาพก่อนแต่งด้วย? แล้วการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานจะต้องตรวจอะไรบ้าง? ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลนครธน มีคำตอบให้คุณค่ะ

เพราะการมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เพียงการที่เราไม่มีภาวะความเจ็บป่วยแสดงออกมาให้เห็น แต่ยังหมายถึงการไม่มีพาหะของโรคต่าง ๆ แอบแฝง ที่สามารถส่งต่อไปยังคู่รักของเราหรือถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกน้อยในอนาคตได้ การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จะช่วยตรวจคัดกรองดูความสมบูรณ์ของร่างกายในด้านต่าง ๆ ดังนี้


ตรวจหมู่เลือดและชนิดของหมู่เลือด

สาเหตุที่ต้องตรวจว่าแต่ละคนมีเลือดกรุ๊ป A,B,AB หรือ O ก็เพื่อความสะดวกในกรณีที่ต้องการเลือดฉุกเฉิน หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วมีอาการเสียเลือดมาก จะได้จัดหากรุ๊ปเลือดได้ทันท่วงที นอกจากนี้การตรวจ Rh factor ก็จำเป็นเหมือนกัน เพราะคนไทยทั่วไปมี Rh+ และ Rh- หากรู้ไว้ก็มีประโยชน์ต่อการตั้งครรภ์ เนื่องจากหากมารดาที่มี Rh- ตั้งครรภ์และคู่สมรสมี Rh+ ก็จะมีโอกาสที่ลูกในท้องจะมี Rh+ได้ หากมีการให้ยา Rhogam แก่มารดา ซึ่งเป็นตัวที่ไม่ให้ร่างกายแม่สร้างภูมิต่อ Rh ของลูก เมื่อตั้งครรภ์ครั้งที่สองจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อลูก


ตรวจความสมบูรณ์ของเลือด CBC

เพื่อดูภาวะซีด โลหิตจาง ดูความเข้มข้นของเกล็ดเลือด และปริมาณเม็ดเลือดขาว


ตรวจหาความผิดปกติของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง

Hemoglobin Typing เป็นการตรวจหาความผิดปกติของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เช่น เป็นโรคธาลัสซีเมียเพื่อดูว่าเป็นพาหะหรือไม่ ซึ่งปกติแล้วพบว่าคนไทยประมาณ 30-40% เป็นพาหะ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม หากพ่อและแม่เป็นโรค หรือทั้งคู่เป็นพาหะชนิดเดียวกัน ก็จะส่งผลกระทบถึงลูกได้


ตรวจหาไวรัสตับอักเสบ บีและซี

ไวรัสตับอักเสบ บีและซี สามารถติดต่อได้ทางเลือดและเพศสัมพันธ์ โดยผู้ที่ได้รับเชื้ออาจมีอาการไม่ค่อยชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับเพิ่มขึ้น ซึ่งหากตรวจแล้วพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่ามีเชื้อ แพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการดูแลรักษา และป้องกันไม่ให้ถ่ายทอดไปสู่บุตร


ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การตรวจ HIV และ VDRL เป็นการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อหาทางรักษาและป้องกันได้ทันท่วงที โดยการตรวจ VDRL เป็นการตรวจเพื่อหาการติดเชื้อซิฟิลิสในร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้


ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน Rubella IgG

เป็นการตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (เฉพาะผู้หญิง) หากไม่มีภูมิคุ้มกันควรฉีดวัคซีนและคุมกำเนิดไว้อย่างน้อยสามเดือน เพราะหากติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้ทารกมีความผิดปกติได้ เช่น หูหนวก ตาผิดปกติ ตับม้ามโต มีผื่นคล้ายจุดเลือดออก การเจริญเติบโตและพัฒนาการผิดปกติ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้


ตรวจกรดโฟลิค Folic acid

การตรวจกรดโฟลิค ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะพิการแต่กำเนิดได้ โดยแพทย์จะแนะนำรับให้ประทานโฟลิค 400 mcg (0.4 mg) ทุกวันเป็นเวลา 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ ทั้งนี้แพทย์อาจให้ปริมาณสูงกว่านี้หากมีประวัติครอบครัวมีความผิดปกติของท่อระบบประสาท หรือบุตรที่เกิดก่อนหน้านี้มีความผิดปกติ หรือคุณกำลังทานยาโรคเบาหวานหรือลมชักบางชนิดอยู่


ตรวจร่างกายทั่วไป

นอกจากต้องตรวจรายการตามข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว การตรวจร่างกายทั่วไปขั้นพื้นฐานก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยการตรวจร่างกายขั้นพื้นฐานทั่วไปจะมีการวัดความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจน้ำตาลในเลือด ไทรอยด์ การทำงานของไต ตรวจสุขภาพช่องปาก เป็นต้น


Share :

แพ็กเกจ/โปรโมชั่น

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพนครธน

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม