ท่อนำไข่ตีบตัน (Block Fallopian Tube) สาเหตุมีบุตรยาก อยากมีลูกต้องทำอย่างไร
ศูนย์ : ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์
สำหรับผู้ที่พยายามมีบุตรมาเป็นระยะเวลานานแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจเกิดขึ้นได้หลายด้าน หนึ่งในสิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญในการประเมินฝ่ายหญิงคือ ท่อนำไข่ เพราะเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของไข่และการปฏิสนธิ หากท่อนำไข่เกิดการตีบหรืออุดตัน การเดินทางของไข่และอสุจิอาจไม่เป็นไปตามปกติ และในบางกรณีอาจทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเดินทางเข้าสู่โพรงมดลูกได้ จึงอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ การทำความเข้าใจว่า ท่อนำไข่ตีบตันเกิดจากอะไร มีอาการหรือไม่ ตรวจอย่างไร และรักษาได้ด้วยวิธีใด จะช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรสามารถพูดคุยกับแพทย์และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเองได้
สารบัญ
ท่อนำไข่คืออะไร
ท่อนำไข่ หรือปีกมดลูก เป็นท่อขนาดเล็กที่อยู่บริเวณด้านข้างของมดลูกและเชื่อมต่อกับบริเวณรังไข่ โดยมีบทบาทเป็นเส้นทางที่ไข่ใช้เดินทางหลังจากตกจากรังไข่ และเป็นบริเวณที่ไข่มีโอกาสพบกับอสุจิเพื่อเกิดการปฏิสนธิ เมื่อท่อนำไข่เกิดการตีบหรืออุดตัน อาจทำให้ไข่กับอสุจิอาจเดินทางมาพบกันได้ยากหรือไม่สามารถพบกันได้ หรืออาจทำให้เกิดการฝังตัวนอกมดลูก เกิดการท้องนอกมดลูกได้
ท่อนำไข่ตีบตันมีอาการอย่างไร?
สิ่งที่ทำให้ภาวะท่อนำไข่ตีบตันสังเกตได้ยาก ไม่มีอาการเฉพาะเจาะจง ผู้หญิงบางรายจึงเพิ่งทราบว่ามีความผิดปกติเมื่อพยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จเป็นเวลานาน หรือ หากท่อนำไข่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบหรือโรคในอุ้งเชิงกราน อาจพบอาการร่วมบางอย่างได้ เช่น
- ปวดบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกรานเป็นเวลานาน
- มีอาการปวดประจำเดือนมากกว่าที่เคยเป็น
- รู้สึกเจ็บหรือปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
- มีตกขาวที่ผิดปกติ
สาเหตุที่ทำให้ท่อนำไข่ตีบหรืออุดตัน
ภาวะท่อนำไข่ตีบตันอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะโรคหรือภาวะที่ทำให้เกิดการอักเสบและพังผืดบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่
- การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน Pelvic Inflammatory Disease หรือ PID เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการอุดตันของท่อนำไข่ การติดเชื้อบางชนิด โดยเฉพาะการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในหรือคลามัยเดีย อาจทำให้เกิดการอักเสบ และเมื่อเกิดพังผืดตามมา อาจส่งผลให้ท่อนำไข่ตีบหรืออุดตัน
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์ เกิดพังผืดบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือพังผืดบริเวณใกล้ท่อนำไข่ ก็อาจรบกวนตำแหน่งหรือการทำงานของท่อนำไข่ได้
- การผ่าตัดบางประเภท เช่น การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก การผ่าตัดซีสต์ หรือการผ่าตัดคลอด อาจทำให้เกิดพังผืดภายหลังการผ่าตัด พังผืดดังกล่าวอาจดึงรั้งหรือทำให้ท่อนำไข่มีการเปลี่ยนแปลงจนเกิดการตีบหรืออุดตันได้
การวินิจฉัยท่อนำไข่ตีบตัน?
เมื่อเข้ารับการประเมินภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะพิจารณาจากประวัติสุขภาพ อาการ และการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้ประเมินท่อนำไข่ตีบตัน คือ การฉีดสีท่อนำไข่ (HSG หรือ Hysterosalpingography) เป็นการตรวจทางรังสีที่ใช้ประเมินโพรงมดลูกและการเปิดของท่อนำไข่ โดยแพทย์จะใช้สารทึบรังสีและถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อดูว่าสารสามารถผ่านไปตามท่อนำไข่ได้หรือไม่
ท่อนำไข่ตีบตันรักษาได้อย่างไร?
การพบว่าท่อนำไข่มีการตีบหรืออุดตันไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสมีบุตร แต่แนวทางที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากรายละเอียดของแต่ละคน เช่น ลักษณะของการอุดตันและปัจจัยด้านการเจริญพันธุ์อื่น ๆ แนวทางที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่
- การผ่าตัดผ่านกล้อง ในผู้ที่มีความผิดปกติบางลักษณะ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อจัดการกับพังผืดหรือแก้ไขความผิดปกติของท่อนำไข่ ทั้งนี้ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับของการตีบตัน
- การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ในกรณีที่ท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง หรือเป็นกรณีที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด วิธีนี้เป็นการนำไข่ออกมาปฏิสนธิกับอสุจินอกร่างกาย จากนั้นจึงนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ทำให้กระบวนการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องอาศัยการเดินทางของไข่ผ่านท่อนำไข่ตามธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่อนำไข่ตีบตัน (FAQ)
1:ถ้าท่อนำไข่ตันทั้งสองข้าง ยังตั้งครรภ์เองได้หรือไม่?
ตอบ: หากท่อนำไข่ทั้งสองข้างอุดตันอย่างสมบูรณ์ ไข่และอสุจิจะไม่สามารถเดินทางมาพบกันผ่านท่อนำไข่ได้ตามปกติ จึงทำให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวทางช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF/ICSI ที่แพทย์สามารถนำมาพิจารณาได้ตามความเหมาะสม
2:การตรวจ HSG เจ็บหรือไม่?
ตอบ: ระหว่างการตรวจบางคนอาจรู้สึกหน่วงหรือปวดบริเวณท้องน้อยคล้ายอาการปวดประจำเดือน โดยความรู้สึกระหว่างตรวจแตกต่างกันในแต่ละคน หากมีความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บหรือการเตรียมตัวก่อนตรวจ ควรสอบถามแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ
3:เคยผ่าตัดช่องท้องหรือมีช็อกโกแลตซีสต์ จะเสี่ยงท่อนำไข่ตันหรือไม่?
ตอบ: มีความเป็นไปได้ที่จะมีพังผืดเกิดขึ้นจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือหลังการผ่าตัดบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน พังผืดดังกล่าวอาจมีผลต่อท่อนำไข่ ทำให้เกิดการดึงรั้ง บิดเบี้ยว หรือตีบตันได้ ดังนั้น หากมีประวัติเหล่านี้และกำลังวางแผนมีบุตร ควรแจ้งแพทย์เพื่อใช้ประกอบการประเมิน
4:ท่อนำไข่ตีบตัน อยากมีลูกควรเริ่มต้นอย่างไร?
ตอบ: ท่อนำไข่ตีบตันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก แต่แนวทางการดูแลไม่ได้เหมือนกันทุกคน การตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าควรติดตาม รักษา หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์รูปแบบใด
หากกำลังประสบปัญหามีบุตรยาก การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้ โรงพยาบาลนครธน สามารถช่วยให้ได้รับการประเมินและวางแผนตรวจ เช่น HSG รวมถึงแนวทางรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การตรวจหาสาเหตุแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสม
นพ.องอาจ บวรสกุลวงศ์
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา,เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์นครธน กิฟท์ เฟอร์ทิลิตี้
ท่อนำไข่ตีบตัน (Block Fallopian Tube) สาเหตุมีบุตรยาก อยากมีลูกต้องทำอย่างไร
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) คืออะไร? ทำไมคนที่มีร่างกายแข็งแรงดีถึงอาจเป็นพาหะ?
โรคพร่องเอนไซม์ G6PD รู้ทันอาการ และแนวทางป้องกันด้วยการตรวจคัดกรองยีนก่อนมีลูก
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง SCID คืออะไร? คู่รักควรรู้ วิธีตรวจคัดกรองก่อนมีลูก
